ธุรกิจ

เพราะมันอยู่ที่ใจ…ไม่ใช่เสียง ฟังเสียงจากใจสองผู้พิการทางการได้ยิน กับการก้าวข้าม “ข้อจำกัด” เพื่อคว้า “โอกาส” ในชีวิต

ในยุคสมัยที่ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคม ไม่เพียงเทคโนโลยีจะนำมาซึ่งความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังช่วยเปิดประตูสู่ “โอกาส” ในการทำงานและการสร้างรายได้ให้กับผู้คนมากมาย อย่างไรก็ตาม ยังมีคนจำนวนไม่น้อยในสังคมที่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการใช้ชีวิตและขาดโอกาสในการแสดงศักยภาพของตัวเอง หนึ่งในนั้นคือกลุ่มคนพิการซึ่งมีสัดส่วนราว 3% ของจำนวนประชากรไทยที่มีอยู่ถึง 66 ล้านคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มคนหูหนวก ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากกว่า 375,000 คน[1] การมีข้อจำกัดในด้านการสื่อสาร รวมถึงการขาดโอกาสในการเข้าถึงอาชีพและการสร้างรายได้ถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่พวกเขาต้องเผชิญ

เนื่องในโอกาส “สัปดาห์หูหนวกโลก” (International Week of the Deaf) ซึ่งตรงกับวันที่ 21 – 30 กันยายนของทุกปี เราอยากชวนทุกคนมาเปิดใจรับฟังเสียงของสองสามี-ภรรยาผู้พิการทางการได้ยิน คุณโค้ก-สง่า กองทิพย์ และ คุณโบว์-สุพรรษา ขาวผ่อง ทั้งยังเป็นคุณพ่อและคุณแม่ของน้องใบบัววัย 5 ขวบและน้องบุษบาวัย  2 ขวบ ทั้งสองเป็นตัวแทนของกลุ่มคนหูหนวกที่แม้จะมีข้อจำกัดทางด้านร่างกายจากความพิการทางการได้ยิน แต่กลับไม่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตและการทำงาน ยังคงเดินหน้าสร้างโอกาสอย่างไม่เคยย่อท้อเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงศักยภาพที่ซุกซ่อนอยู่ใน “หัวใจ” ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวก

“โอกาส” ที่แลกมาด้วยการพิสูจน์ตัวเอง

คุณโบว์ เล่าผ่านภาษามือว่า “บ่อยครั้งที่คนทั่วไปจะชอบคิดว่าเราไม่สามารถทำงานได้เหมือนคนอื่นเพียงเพราะเราเป็นคนหูหนวก บางคนแสดงความไม่มั่นใจในตัวเราเพราะเราไม่ได้ยินเสียงของเขา แต่จริง ๆ แล้วคนหูหนวกอย่างเราสามารถติดต่อสื่อสารได้ เรารับรู้ได้จากสีหน้า ท่าทางและการอ่านปาก พอเราเจอเหตุการณ์แบบนั้นทำให้เกิดแรงผลักดันเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้ว่า เราสามารถทำทุกอย่างได้เหมือนคนปกติและยังทำได้ดีกว่าที่หลายคนเคยคิดด้วย”

“ทักษะด้านการสื่อสารเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน เราต้องพยายามพัฒนาการสื่อสารของเราให้ดียิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าถึงแม้เราจะไม่สามารถพูดออกมาเป็นเสียงได้ แต่ก็ยังคุยกับคนอื่นได้แบบไร้ข้อจำกัด อย่างตอนที่โบว์ทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชน เราต้องหาวิธีในการสื่อสารหรือประสานงานกับเพื่อนร่วมงานเพื่อให้งานราบรื่นไปด้วยดี หรือในปัจจุบันที่โบว์หันมาทำอาชีพอิสระอย่างการขับแกร็บแทนงานประจำ เพราะอยากมีเวลาในการดูแลลูกสาวทั้งสองคนมากขึ้น ก็ถือเป็นโอกาสในการพัฒนาการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะแกร็บมีลูกค้ามาใช้บริการหลากหลาย บางคนที่ไม่เข้าใจหรือไม่ยอมรับก็ยังปฏิเสธที่จะใช้บริการจากคนหูหนวก แต่เราก็ไม่เคยท้อ ถึงจะเป็นอย่างนั้นเราก็ยังตั้งใจทำงานและให้บริการอย่างดีที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าไม่มีอุปสรรคใดที่เราจะฝ่าฟันไปไม่ได้”

“ที่ผ่านมาพวกเราเรียนรู้ที่จะก้าวข้ามผ่านความท้าทายต่าง ๆ โดยเฉพาะมุมมองและความเข้าใจของคนทั่วไปที่มีต่อคนหูหนวกที่บางครั้งทำให้เรารู้สึกไม่ดี แต่ด้วยความพยายามและการลงมือทำอย่างไม่ยอมแพ้ ทำให้หลายคนเริ่มให้การยอมรับคนหูหนวกมากขึ้น ไม่ตัดสินเราจากภายนอก นอกจากผมและโบว์จะเป็นกำลังใจซึ่งกันและกันแล้ว อีกหนึ่งแรงใจสำคัญคือลูกสาวทั้งสองคน เราทุ่มเททั้งพลังกายและพลังใจเพื่อสร้างโอกาสและอนาคตให้กับพวกเขาเป็นหลัก โดยเลือกทำงานที่ตอบโจทย์ทั้งรายได้ ในขณะเดียวกันก็สามารถบริหารจัดการเวลาให้เหมาะสมเพื่อจะได้ดูแลพวกเขาได้อย่างใกล้ชิด ตัวผมเองนอกจากจะช่วยเหลือธุรกิจครอบครัวแล้ว ยังใช้เวลาว่างไปขับแกร็บคาร์เพื่อรับส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ ส่วนโบว์จะเน้นขับรถมอเตอร์ไซค์เพื่อส่งอาหารและสิ่งของ ด้วยรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นทำให้เรามีอิสระในการรับงานและมีเวลาดูแลครอบครัว รายได้ที่เข้ามาก็ถือเป็นรายได้เสริมที่ทำให้การดำเนินชีวิตคล่องตัวยิ่งขึ้น” คุณโค้กเล่าเสริม

เทคโนโลยีช่วยเปิดประตูสู่  “โอกาส”

หนึ่งในอุปสรรคของผู้พิการทางการได้ยินคงหนีไม่พ้นเรื่อง “การสื่อสาร” ด้วยข้อจำกัดทางการพูด ทำให้ทางเลือกในการสื่อสารจำกัดไว้เพียงการเขียนผ่านตัวอักษรและการใช้ภาษามือ ซึ่งเปรียบเสมือนภาษาหลักที่พวกเขาใช้ในการพูดคุย แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลายและการเข้าถึงของอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมในแทบทุกพื้นที่ ช่วยเพิ่มการเข้าถึงตัวเลือกในการสื่อสารให้กับผู้พิการทางการได้ยินมากยิ่งขึ้น

“สำหรับโบว์เองมองว่าเทคโนโลยีช่วยอำนวยความสะดวกในการสื่อสารได้มากขึ้น อย่างการพูดคุยกับคนทั่วไป เราก็สามารถใช้การแชตหรือพิมพ์ข้อความแล้วยื่นให้เขาดูได้ หรือแม้แต่การทำงานอย่างการขับแกร็บก็มีฟีเจอร์ ‘แกร็บแชต’ (Grab Chat) ให้คนขับสามารถติดต่อกับลูกค้าได้ ทั้งยังมีโปรแกรมแปลภาษา ทำให้เราไม่มีปัญหาในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติด้วย”

“เวลาที่ขับรถไปส่งอาหาร พอลูกค้าทราบว่าเราเป็นคนหูหนวก บางคนก็จะยื่นรูปภาษามือที่บอกว่า ‘ขอบคุณ’ ให้กับโบว์ ตรงนี้ช่วยทำให้ช่องว่างในการสื่อสารลดลง โบว์มองว่าแอปพลิเคชันต่าง ๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้เรามากขึ้น และยังเปิดโอกาสให้ได้ลองอะไรใหม่ ๆ จากเดิมที่คนหูหนวกมักถูกจำกัดในเรื่องอาชีพ แต่พอมีแอปพลิเคชันอย่างแกร็บเข้ามา ก็ทำให้พวกเรามีทางเลือกในการทำงานมากขึ้น โดยไม่มีข้อจำกัดในด้านอายุ การศึกษาหรือแม้แต่ความพิการ นอกจากจะมีรายได้เสริมแล้ว เรายังได้เปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ได้เจอผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ได้เรียนรู้เส้นทางและคำศัพท์ใหม่ ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เราสนุกกับการทำงานในทุกวัน” คุณโบว์กล่าวเสริม

ขอเพียงเปิดใจและให้ “โอกาส”

ทุกชีวิตล้วนต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในรูปแบบที่แตกต่างกันไป กลุ่มผู้พิการทางการได้ยินก็เช่นกัน หลายครั้งพวกเขาต้องรับมือกับการไม่ยอมเปิดใจจากคนในสังคม อย่างที่คุณโค้กได้แสดงมุมมองในประเด็นนี้ว่า “เมื่อมีโอกาสได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ เรามักจะพบเจอกับความท้าทายในช่วงแรก ซึ่งถือเป็นบทพิสูจน์ให้เราต้องเรียนรู้และก้าวผ่านมันไปให้ได้ อย่างผมเองตอนที่เริ่มมาขับแกร็บแรก ๆ บางครั้งก็เคยถูกปฏิเสธจากลูกค้า บางคนพอรู้ว่าเราเป็นคนหูหนวกก็อาจจะไม่เชื่อมั่น แสดงท่าทีหรือสีหน้าไม่ยอมรับ ซึ่งถือเป็นแรงผลักดันให้ผมต้องพยายามและพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าเราก็สามารถให้บริการได้เหมือนคนปกติเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ผมอยากขอโอกาสให้ทุกคนลองเปิดใจให้กับพวกเรา อย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าเราทำไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่น่ารักและให้การยอมรับ บางคนให้ทิปเพิ่ม บางคนแบ่งขนมให้ หรือแม้แต่การมอบรอยยิ้มและส่งภาษามือ สิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ถือเป็นกำลังใจให้พวกเรายังคงก้าวเดินต่อไป”

คุณโบว์ และ คุณโค้ก ยังได้ทิ้งท้ายโดยฝากส่งกำลังใจให้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการหรือคนปกติ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายคนอาจจะประสบกับความยากลำบากในการใช้ชีวิตจากวิกฤติการณ์โควิด-19 “หากเจออุปสรรคหรือความท้าทายใด ๆ ก็ตาม จงอย่ายอมแพ้ ให้หาทางสู้ เริ่มลงมือทำจากอะไรที่ใกล้ตัวก่อน แล้วค่อยมองหาหนทางที่จะขยับขยายต่อไป ทุกอย่างอยู่ที่ใจ โอกาสจะเป็นของคนที่ลงมือทำเสมอ”

#เพราะมันอยู่ที่ใจไม่ใช่เสียง

บูสต์ผิวสวยให้อิ่มฟู ดูฉ่ำน้ำ กับ 5 ตัวช่วยเพื่อผิวสุภาพดีจากนีเวีย พร้อมเนรมิตรความงามด้วยโปรโมชั่นสุดปังในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival

ไม่ว่าจะยุคนิวนอร์มัล หรือยุคไหนๆ ผิวสวยกระจ่างใส ดูฉ่ำน้ำ ยังคงขึ้นแท่นเป็นที่สุดแห่งเทรนด์ความงามในใจของผู้หญิงทั่วโลก นีเวีย (NIVEA) นำโดย รัคชิต ฮาร์เกฟ รองประธานกรรมการอาวุโส (ที่สองจากขวา) และ รัชยา นนทชัยภูมิ ผู้อำนวยการฝ่ายการขาย (ที่หนึ่งจากขวา) ร่วมกับ คุณศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (ซ้าย) ชวนสาวๆ มาบูสต์ผิวสวยเต็ม 10! ด้วย 5 ท๊อปไอเทมที่จะช่วยเสริมสร้างให้ผิวสวยเปล่งประกายความกระจ่างใส ดูฉ่ำน้ำ ไปกับโปรโมชั่นสุดพิเศษที่ทุกคนต้องร้องกรี้ด อย่างลดสูงสุด 50% พร้อมโค้ดส่วนลดเพิ่ม 100 บาท ในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ตุลาคม 2563

สาวๆ คนไหนที่ต้องการเนรมิตรให้ผิวดูสวยกระจ่างใสรับช่วงปลายปีอย่างมั่นใจ ด้วยตัวท๊อป 5 โปรดักท์ ที่จะคืนความชุ่มชื้นให้กับผิว พร้อมปรับผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เตรียมมือแคพมือจดไว้ให้พร้อม แล้วไปดูกันเลยว่าไอเท็มสุดเริ่ดตัวไหนที่จะมาลดราคาบนช้อปปี้กันบ้าง

เริ่มต้นการดูแลผิวด้วยการขจัดคราบสกปรกให้หมดจดด้วย นีเวีย ไมเซล่า โรซี่ ฮอกไกโด (NIVEA Micellar Rosy Hokkaido) คลีนซิ่งเช็ดเครื่องสำอางสูตรอ่อนโยน สะอาดลึกล้ำด้วย ไมเซล่า ดูดจับได้ทั้งมลภาวะ เมคอัพ และเคมีตกค้าง ผสานฮอกไกโดโรสเซรั่มที่มีแอนตี้ออกซิเดนท์มากกว่าเกรปฟรุ๊ต 36 เท่า ปราศจากสารที่อาจทำร้ายผิวทั้ง 3 ชนิดจุดประกายออร่า ให้ผิวดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ ฉ่ำน้ำ ดูสุขภาพดีได้รับการรับรองโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณแล้วว่าเหมาะกับทุกสภาพผิว กับราคาพิเศษ 249 บาทสำหรับขนาด 400 มิลลิลิตร

ทำความสะอาดผิวหน้าให้ลึกล้ำไปอีกขั้นกับ นีเวีย วิป โฟม โรซี่ ฮอกไกโด โรส (NIVEA Whip Foam Rosy Hokkaido Rose) ไวท์เทนนิ่งวิปโฟมสูตรอ่อนโยน สำหรับผิวเป็นสิวง่าย ผสานสารแอนตี้ออกซิเดนท์ 36 เท่า จากฮอกไกโดโรสเซรั่ม ปราศจากสารที่อาจทำร้ายผิวทั้ง 3 ชนิด ทำความสะอาดหมดจดทั้งมลภาวะและเคมีเมคอัพตกค้าง พร้อมวิตามินซี ให้ผิวกระจ่างใสจุดประกายออร่า เสริมด้วยไฮยาลูรอนเซรั่ม ให้ผิวเด้ง สุขภาพดี ดูฉ่ำน้ำ พร้อมให้สาวๆได้ดูแลความสะอาดผิวอย่างลึกล้ำในราคา 139 บาทสำหรับขนาด 100 กรัม

นอกจากจะต้องดูแลผิวหน้าให้ดูสวยผ่องใสปราศจากสารตกค้างกันแล้ว ถึงเวลาที่สาวๆ ต้องดูแลผิวกายในเนียนนีพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ไปกับ นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไวท์ ซี แอนด์ อี วิตามิน โลชั่น (NIVEA Extra White C and E Vitamin Lotion) วิตามินบำรุงผิวในรูปแบบโลชั่นเนื้อบางเบาที่สุดแห่งเพื่อนแท้ผิวสวย การันตียอดขายอันดับ 1 ด้วยคุณสมบัติของวิตามินซี 4 ชนิดจากส้มธรรมชาติผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณแล้วว่าช่วยบำรุงให้ผิวดูกระจ่างใส ผสานวิตามินอี เข้มข้น บูสท์ความชุ่มชื้น ให้ผิวนุ่ม… ฉ่ำเด้ง  ใน 7 วัน เสริม UV Filter ช่วยปกป้องผิวจากการทำร้ายของรังสียูวีเอ และยูวีบี พร้อมให้สาวๆ เป็นเจ้าของผิวสวยกับขนาด 180 มิลลิลิตร ในราคาพิเศษเพียง 139 บาท

ถัดมาที่ นีเวีย เอ็กซ์ตร้า ไวท์ ซี แอนด์ เอ วิตามิน โลชั่น  (NIVEA Extra White C and A Vitamin Lotion) ครั้งแรกของวิตามินบำรุงผิวในรูปแบบโลชั่นทาตัว เนื้อบางเบา  ผสานวิตามินซี ช่วยให้ผิวสวยใสสีผิวดูสม่ำเสมอ และวิตามิน เอ 100 เท่า จากเชอร์รี่มิ้นท์สกัดสูตรเย็น ช่วยลดเลือนจุดด่างดำถึงขีดสุดใน 7 วัน พร้อมด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น บำรุงผิวให้เนียนนุ่ม ผิวดูอ่อนเยาว์ ผสานยูวีฟิลเตอร์ ปกป้องผิวจากแสงแดดทำร้าย ลดราคาเอาใจสาวๆ แบบสุดๆ กับขนาด 320 มิลลิลิตร ในราคาเพียง 209 บาท

ผสานพลังความสวยสว่างใสขั้นสุดท้ายด้วย นีเวีย เรเดียนท์ โรส ไวท์ โลชั่น (NIVEA Radiant Rose White Lotion) ที่สุดแห่งการปรนนิบัติผิว จากส่วนผสมอันทรงคุณค่า ปลุก 4 สัมผัสความรู้สึกสะดุดตาด้วยผิวดูสว่างใสจากลิโคลิช สารไวท์เทนนิ่งทรงพลัง พร้อมกลิ่นกุหลาบ หอมเย้ายวนชวนหลงใหล สัมผัสฉ่ำเนียนเมื่อลูบไล้ ด้วยแอนตี้-ออกซิเดนท์ จากอาร์แกนออยล์ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นยาวนาน 48 ชั่วโมง โดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ ให้ผิวสวยได้ง่ายๆ ในราคาเพียง 199 บาท สำหรับขนาด 350 มิลลิลิตร

เมื่อได้ไอเทมสุดปังในดวงใจกันแล้ว ถึงเวลาที่สาวๆ ต้องช้อปกันให้แหลกกับโปรโมชั่นสุดเลอค่าในช่วงแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 10 ตุลาคม 2563 ที่สาวๆ จะต้องกรี๊ดกับโปรส่วนลดสูงสุด 50% โค้ดส่วนลดเพิ่ม 100 บาท พร้อมรับโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำและสิทธิพิเศษอีกมากมาย เมื่อชำระเงินผ่าน AirPay Wallet ในช่วงแคมเปญสุดพิเศษนี้[1]

บูสต์ผิวสวยให้เต็ม 10! กับ 5 ท๊อปไอเทมจากนีเวีย! พร้อมติดตามโปรโมชั่นสุดปัง! ในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival เพิ่มเติมได้ทางแอปพลิเคชั่นช้อปปี้ บนร้าน NIVEA Official Store ที่ https://shopee.co.th/nivea_official_store

ออโต้บอท จับมือ ช้อปปี้ เอาใจพ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่ ให้บ้านสะอาดด้วยความสะดวก กับทัพสินค้ายอดนิยม ที่มาพร้อมส่วนลดสุดว้าว!!!

ส่งท้ายปี  ในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival

จัดโปรแรงกระชากใจส่งท้ายปี ด้วยลดสุดพลัง….ปังไม่หยุด ที่ ออโต้บอท (Autobot) นำโดย คุณธรรมสร มีรัตน์ ผู้ร่วมก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท โรบอท เมคเกอร์ จำกัด (ซ้าย)ผนึกกำลังกับ ช้อปปี้ (Shopee) นำโดย คุณศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (ขวา)      เอาใจเหล่าพ่อบ้านแม่บ้านยุคใหม่ ช้อปปิ้งสบายใจด้วยปลายนิ้วผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ กับความคุ้มค่าที่สบายกระเป๋ายิ่งกว่า ด้วยสินค้าหุ่นยนต์ถูพื้นอัตโนมัติและหุ่นยนต์ดูดฝุ่นรุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมส่วนลดสุดปัง โอกาส   ครั้งสำคัญที่จะให้คุณได้ครอบครองได้ง่ายๆ เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะแคมเปญ Autobot x Shopee 10.10 Brands Festival ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 ตุลาคมนี้เท่านั้น!

ในช่วงแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival นักช้อปจะได้พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษด้วยส่วนลดสูงสุด 70% พร้อมให้ผ่อน 0% ยาวนานถึง 10 เดือน และพบกับโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำและส่วนลดเพิ่มเติมอีกมากมาย เมื่อชำระเงินผ่าน AirPay Wallet[1] ให้เหล่าพ่อบ้านแม่บ้านได้ช้อปกันอย่างสะดวกสบายในราคาสบายกระเป๋า ซึ่งนอกจากราคาลดกระหน่ำให้ช้อปหนำใจแล้ว ยังมอบดับเบิ้ลโบนัส ลดเพิ่ม 10% ขั้นต่ำ 1,000 บาท สูงสุด 1,500 บาท สำหรับสินค้าหุ่นยนต์ถูพื้นอัตโนมัติและหุ่นยนต์ดูดฝุ่นกว่า 12 รุ่น ครบทุกโจทย์ความต้องการ

พบกับไอเทมรุ่นยอดนิยมที่ต้องมี อย่างรุ่นดังที่กันเห็นบ่อยๆ ในซี่รีย์เกาหลีอย่าง EveryBot หุ่นยนต์ถูพื้นยอดฮิตเจ้าของแชมป์อันดับ 1 การันตีความเลิศด้วยรางวัล WINNER reddot design ปี 2019 ในราคาพิเศษเพียง 6,990 บาท หรือจะเป็นหุ่นยนต์ดูดฝุ่น Autobot Mini 2 ที่สามารถดูดฝุ่นและถูพื้นได้ครบจบในเครื่องเดียว โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงเหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถกลับแท่นชาร์จได้  ให้คุณใช้งานได้ง่าย ในราคาพิเศษเพียง 4,390 บาท รวมถึง DIBEA หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Gyro mapping Wifi รุ่น D500 turbo กับความสามารถในการสั่งงานผ่านมือถือได้ พร้อมฟังก์ชั่นมากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกได้อย่างเหลือล้น ในเครื่องเดียว ด้วยราคาพิเศษเพียง 5,990 บาท

ห้ามพลาดกับส่วนลดสุดพลัง…ปังไม่หยุด ให้คุณช้อปสุดคุ้มกับออโต้บอท ได้ที่ Autobot Official Store บน Shopee ที่มาพร้อมดีลและโปรโมชั่นเด็ด รวมถึงสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าจาก Shopee Mall ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://shopee.co.th/autobot_official

ช้อปปี้ ผนึก เทสโก้ โลตัส ส่งโปรจัดหนัก 10.10 Deals – เต็มสิบไม่หักรับไตรมาสสุดท้ายของปี ในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival

ช้อปให้สุด…อย่าหยุดช้อป กับโปรโมชั่นสุดฮ็อตรับไตรมาสสุดท้ายของปี ที่ เทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus) นำโดย คุณปาริตา ปัทมรังสรรค์ Senior Online Manager – Marketplace and Partnership (ซ้าย)และ ช้อปปี้ (Shopee) นำโดย คุณศิวกร สิริวงศ์ภาณุพงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ (ขวา) ร่วมตอกย้ำเจตนารมณ์ในการช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าและประชาชน พร้อมยกระดับประสิทธิภาพในการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ เดินหน้าขนกองทัพสินค้ายอดนิยมหลากรายการ อัดโปรโปรโมชั่นส่วนลดและดีลเด็ด ในแคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festival ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 ตุลาคม 2563

ล็อกคิวให้พร้อมเตรียมกดช้อปกับ เทสโก้ โลตัส รัวๆ ด้วยสินค้ามากกว่า 8,000 รายการ ครอบคลุม 6 หมวดหมู่ ทั้งสินค้าแม่และเด็ก เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน สินค้าอุปโภคบริโภค เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย อาทิ Fred & FLo, MamyPoko Baby Wipe, Autobot Mark II, แอร์เคลื่อนที่ NATURAL แอร์เคลื่อนที่ 9000 BTU รุ่น NAP5093 ที่มาพร้อมกับโปรแรงกระแทกใจ 10.10 Deals – เต็มสิบไม่หัก ทั้งส่วนลดถล่มทลายกว่า 70% พ่วงด้วยโค้ดลดเพิ่ม 610 บาท พร้อมโค้ดส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำและส่วนลดเพิ่มเติมอีกมากมาย เมื่อชำระเงินผ่าน AirPay Wallet[1] รวมไปถึงโค้ดลดเพิ่มและดีลสุดปังจากกิจกรรมพิเศษใน Shopee Live และ Shopee Game อย่างจุใจตลอดทั้งแคมเปญ

ช้อปสุดคุ้มกับเทสโก้ โลตัส ได้ที่ Tesco Lotus Official Store บน Shopee ที่มาพร้อมดีลและโปรโมชั่นเด็ด รวมถึงสิทธิพิเศษที่เหนือกว่าจาก Shopee Mall และพิเศษสุดๆ กับ Tesco Lotus x Shopee Super Brand Day ในวันที่ 23 กันยายน นี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://shopee.co.th/tesco_lotus

ช่วงนี้แหล่งช้อปปิ้งสุดโปรดของนักแสดงสาวอารมณ์ดี “อ้น” ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์ คือ”แม็คโคร” เพราะเจ้าตัวกำลังเพลินกับการช้อปด้วย  บัตรเครดิตซิตี้แม็คโคร ที่ร่วมฉลองโอกาสครบรอบการจับมือเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันยาวนานถึง 20 ปีด้วยแคมเปญโดนๆ “Citi Makro 20th Anniversary” ที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม จัดเต็มทั้งคะแนนสะสมซิตี้ รีวอร์ด เครดิตเงินคืน และของกำนัลสุดพิเศษ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคมนี้ สมาชิกบัตรฯ อย่าลืมตามรอยสาวอ้นไปช้อป และชมลีลาการช้อปสนุกๆ เรียกรอยยิ้มผ่านทางไอจี @ohnsri1000 หรือเฟซบุ๊ก Citi Thailand และแม็คโคร คู่คิดธุรกิจคุณ กันได้เพลินๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ChomCHOB สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ ส่งฟีเจอร์โดนใจ กับ “Harvest Point” เมื่อพ้อยท์ของคุณงอกเงยได้

“ชมชอบ” (ChomCHOB) แอปพลิเคชัน Centralize Point Platform แพลตฟอร์มที่รวมคะแนนบัตรเครดิต และบัตรสะสมคะแนน ไว้ทั้งหมดจบในที่เดียวที่ช่วยให้ผู้ถือบัตรแลกคะแนนก้อนใหญ่ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว และยังเป็นแอปฯ ที่เติบโตเร็วที่สุดในประเทศไทย กับการก้าวสู่ปีที่ 5 ที่ครองใจผู้ใช้จำนวนกว่า 2ล้าน users ให้ได้ ช้อป ชิม ชิล ได้อย่างไร้ขีดจำกัด

ทุกวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่า อำนาจการจับจ่ายผ่านบัตรเครดิตหรือบัตรต่างๆ เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของทุกคนทั่วโลก และหนึ่งในปัญหาคาใจของเหล่าสายช้อปก็คือการถือบัตรหลายใบ ส่งผลให้พ้อยท์คะแนนต่างๆ เกิดการกระจายตัว ไม่สามารถแลกของชิ้นใหญ่ได้สักที จึงเป็นที่มาของ “ชมชอบ” (ChomCHOB) แอปพลิเคชัน ที่เข้ามาจัดการระบบสะสมพ้อยท์จากสถาบันการเงินต่างๆ มาเเลกให้เป็น CCP หรือ ชมชอบพ้อยท์ เพื่อใช้ในการซื้อสินค้า เเละบริการสุดชิคจากร้านค้า ที่พัก ร้านอาหาร ชั้นนำทั่วประเทศบนเเอปชมชอบอย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งล่าสุดชมชอบกรุ๊ปยังสร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการอีกครั้ง ด้วยการส่งฟีเจอร์ใหม่ล่าสุด “Harvest Point” เมื่อพ้อยท์ของคุณงอกเงยได้

ฟีเจอร์ “Harvest Point” ถูกพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นอีกหนึ่งไม้เด็ด ที่จะถูกใจสายช้อปที่คะแนนเหลือเก็บ แต่เก็บจนเลยกำหนด ปัญหานี้จะหมดไปเพียงผู้ใช้งานนำพ้อยท์มาปลูกใน Harvest Point ที่ตอบโจทย์การยืดเวลาอีกทั้งยังเพิ่มมูลค่ารับผลตอบแทนการันตีที่ *10 เปอร์เซ็นต์จากยอดพ้อยท์ที่ฝาก นอกจากนั้นผู้ใช้งาน ยังสามารถขายผลผลิต ที่ปลูกเอาไว้แล้วนำพ้อยท์ที่สะสม บวกกับผลกำไรออกมาใช้ ชิม ช้อป ชิล ตามไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้อีกด้วย

คุณนท ชุติโสวรรณ ซีอีโอ และผู้ร่วมก่อตั้ง ชมชอบกรุ๊ป กล่าวว่า “แอปชมชอบได้รับการตอบรับจากกลุ่มผู้ใช้งานจำนวนมาก ในขณะที่ผู้ใช้ยังสนุกกับการนำพ้อยท์บัตรต่างๆมาแลกสินค้าและบริการ หรือเปลี่ยนสกุลของแต้มในชมชอบผ่านระบบ Digital Wallet ที่เป็นบริษัทพันธมิตรกับเรา แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ใช้พ้อยท์ไม่ทัน ปัญหาพ้อยท์ที่สะสมในบัตรหมดอายุ โดยเฉพาะช่วงเวลาปลายปีไปแบบสูญเปล่า หรือ ไม่รู้จะเอาพ้อยท์ไปทำอะไร ชมชอบกรุ๊ปจึงระดมความคิด พัฒนาฟีเจอร์ “Harvest Point” ที่มีลักษณะการนำพ้อยท์มาฝากในรูปแบบการปลูกต้นไม้ ซึ่งแน่นอนเมื่อหว่านเมล็ดลงไป เราก็จะได้ผลผลิตตามมาให้เก็บเกี่ยว ในที่นี้ผลผลิตที่ได้จำนวนเพิ่มขึ้น *10% จากพ้อยท์ทีนำมาปลูกต้นไม้ ซึ่งถือว่าสูง และยังรองรับกลุ่มลูกค้าได้กว้างขวางอีกด้วยครับ การนำพ้อยท์มาปลูกต้นไม้ แบบนี้ จะไม่มีวันหมดอายุและยังได้แต้มเพิ่มมาใช้ช้อป ชิม ชิลบนแอปชมชอบได้มากขึ้นอีก จึงขอฝากให้ลองใช้ฟีเจอร์นี้กันครับ และขอขอบคุณความผันแปรทางเศรษฐกิจ ที่ทำให้เราพลิกวิกฤติเป็นโอกาสในการเพิ่มมูลค่าให้กับแต้มและสร้างสรรค์ Harvest Point ขึ้นมาครับ” คุณนท ชุติโสวรรณ กล่าวต่ออีกว่า  “และนอกจากนำพ้อยท์เเละกำไรที่ได้รับมาซื้อสินค้า บริการหรือจ่ายค่าสาธารณูปโภคแล้ว ชมชอบพ้อยท์ (CCP) ยังสามารถโอนผ่านระบบกระเป๋าสตางค์ดิจิทัลต่างๆ ได้จริง ซึ่งผู้ใช้สามารถผันเงินสกุลดิจิทัลผ่านแอปพันธมิตรต่างๆเพื่อเพิ่มสีสันความสนุกในการช้อปแบบไม่มีสะดุด ชมชอบกรุ๊บยังคงมุ่งมั่นพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อเพิ่มทางเลือก และมอบความคุ้มค่าสูงสุดในการจับจ่ายให้กับผู้ใช้ในปัจจุบันและอนาคตครับ”

**กิจกรรมการปลูกต้นไม้ด้วยชมชอบพ้อยท์**

  • (CCP)อยู่แล้ว สามารถเข้าไปปลูกต้นไม้ได้ที่หน้า Harvest Point แล้วใส่จำนวนพ้อยท์ที่ต้องการปลูก โดยสามารถปลูกต้นไม้ได้ไม่จำกัดจำนวน และสามารถเข้าไปดูการเติบโตของต้นไม้ได้อีกด้วย
  • ในกรณีที่ยังไม่มีมีชมชอบพ้อยท์(CCP) สามารถใส่ข้อมูลแล้วโอนย้ายแต้มสะสมจากบัตรเครดิตธนาคารชั้นนำต่างๆของท่านมาเป็นแต้มสะสมชมชอบพ้อยท์(CCP) เท่านี้ก็สามารถเริ่มปลูกพ้อยท์ไว้ในแอปชมชอบได้แล้ว

ดาวน์โหลดแอปชมชอบได้แล้ววันนี้ ทั้งระบบ IOS และ Andoid

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์เข้าร่วมงาน THAIFEX – Anuga Asia 2020 the Hybrid Editionพร้อมเข้าสู่ยุคใหม่ของวงการอาหาร

สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) เข้าร่วมงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มนานาชาติ THAIFEX – Anuga Asia 2020 the Hybrid Edition เพื่อเน้นย้ำจุดยืนของความเป็นผู้นำด้านการส่งออกปลาแซลมอนและอาหารทะเลของโลก โดยในงานได้นำเสนออาหารทะเลคุณภาพพรีเมียม และอัพเดตยอดส่งออกอาหารทะเลนอร์เวย์ที่ดำเนินไปได้ด้วยดีในช่วงวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้ตลาดอาหารทะเลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ฟื้นตัวได้อย่างน่าพึงพอใจ ดร. อัสบีเยิร์น วาร์วิค เรอร์ทเว็ท (ซ้าย) ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ ได้เปิดบูธ Norwegian Seafood โดยได้รับเกียรติจากท่านทูตชาร์ชติ เริดสมูเอิน (ขวา) เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทยมาร่วมงาน

ในปีนี้ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์ (NSC) ยังได้เข้าร่วมโปรแกรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์ และการถ่ายทอดสดการสัมภาษณ์ผ่านช่องทาง Facebook Live อันช่วยให้ผู้เข้าร่วมชมงานสามารถติดต่อธุรกิจกับผู้ซื้อทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศได้หลังงานจบ งานแสดงสินค้าที่บูธ Norwegian Seafood จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 26 กันยายน 2563 ที่บูธ S29 ทางเข้าที่ 3 ชาลเลนเจอร์ 2 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ประเทศไทย

“วัตสัน” ส่งตรงความน่ารักคุกคิกๆ ผ่านสติกเกอร์ไลน์แบบดุ๊กดิ๊กๆ

ของน้อง Wink Wink เวอร์ชั่น 2 พร้อมให้เพื่อนๆดาวน์โหลดได้ฟรีแล้ววันนี้!

ใหม่ล่าสุด! กับสติ๊กเกอร์ไลน์ น้อง Wink Wink เวอร์ชั่น 2 ที่มาเสิร์ฟ ความน่ารักคุกคิก แถมยังดุ๊กดิ๊กได้ด้วยจาก วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย      ส่งตรงความสดใสสู่หน้าจอไลน์ของเพื่อนๆ ให้แชทสนุกแบบมีสีสันมากกว่าที่เคย เพียงแค่มาเป็นเพื่อนกับวัตสัน  ในแอปพลิเคชั่นไลน์ WatsonsTH ก็สามารถดาวน์โหลด สติ๊กเกอร์น้อง Wink Wink เวอร์ชั่น 2 สุดน่ารัก ไปใช้ได้ฟรี นานถึง 90 วัน อย่ารอช้า!! รีบไปโหลดกันได้เลย! ที่ https://line.me/S/sticker/16695

ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 11 มีนาคม 2563 นี้ เท่านั้น! สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH     บนเว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้งบน PlayStore และ AppStore

มาสด้าเตรียมเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี

มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เตรียมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท โดยจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 30 มกราคม 2563

“มาสด้า ถือกำเนิดขึ้นจากการเป็นบริษัทผู้ผลิตจุกไม้ค๊อก และเติบโตไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ ปัจจุบันรถยนต์มาสด้าได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายจากลูกค้ากว่า 130 ประเทศทั่วโลก พวกเราชาวมาสด้าทุกคนขอขอบคุณจากใจจริง สำหรับทุกท่าน ในทุกภูมิภาค ผู้แทนจำหน่าย ผู้ผลิตชิ้นส่วน พันธมิตรทางธุรกิจ และที่สำคัญที่สุดคือ ลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลก ที่ให้การส่งเสริมและสนับสนุนมาสด้าด้วยดีมาโดยตลอด รวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจและผู้สนับสนุนทุกท่านตลอดระยะเวลา 100 ปี ที่ผ่านมา และเมื่อมองไปอีกใน 100 ปีข้างหน้า มาสด้าจะยังคงให้ความสำคัญกับผู้คนเป็นลำดับแรก ยึดมั่นในแนวคิด “การสร้างสรรค์ระหว่างความเป็นเอกลักษณ์ของพวกเราร่วมกับผู้อื่น” และจากการที่เราได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งในการสร้างสรรค์ และความร่วมมือกับผู้อื่นนั้น มาสด้าจะยังคงท้าทายความสามารถของตัวเองต่อไป เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์อันเป็นความปรารถนาของลูกค้า” มร. อาคิระ มารุโมโต ประธานกรรมการบริหาร กล่าวแสดงความขอบคุณจากใจ

มาสด้าวางแผนเพื่อจะถ่ายทอดความรู้สึกขอบคุณนี้ตลอดทั้งปี 2020 โดยเริ่มการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี ในงาน เจนีวา อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนมีนาคม และต่อด้วยกิจกรรม “Mazda Open Day 2020” ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ของมาสด้า ในระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม 2563

สำหรับพิธีเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี จะถูกจัดขึ้นในวันนี้ที่หอประชุมใหญ่ ณ สำนักงานใหญ่ ของมาสด้า ในเมืองฮิโรชิมา ภายในงานมาสด้าขอบคุณผู้ที่มีส่วนร่วมในการสนันสนุนองค์กร และยืนยันที่จะยึดมั่นในปณิธานในอีก 100 ปีข้างหน้า โดยมีผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องจากบริษัทในเครือ เข้าร่วมพิธีประมาณ 460 คน

สำหรับมาสด้าในประเทศไทยนั้น เริ่มนำรถยนต์เข้ามาจำหน่ายเมื่อปี พ.ศ. 2494 ภายใต้ชื่อ “มาสด้าสุโกศล” จนถึงวันนี้ก็เกือบ 70 ปีแล้ว ซึ่งถือเป็นแบรนด์รถยนต์ที่เก่าแก่ที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนาน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้ามาลงทุนดำเนินธุรกิจ และก่อตั้ง บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2542 จวบจนปัจจุบันก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 21

ในขณะที่ นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยมาสด้าเตรียมจัดกิจกรรมไปพร้อมกันกับมาสด้าทั่วโลกตลอดทั้งปีนี้ และแน่นอนว่าเรากำลังเตรียมกิจกรรมต่างๆ มากมายสำหรับลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในครั้งนี้อย่างที่ทุกท่านคาดไม่ถึง

มาสด้าเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความแตกต่างไม่เหมือนใคร กล้า…ที่จะแตกต่าง และได้ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ มากมายในอดีตจนถึงทุกวันนี้ และนี่คือแนวทางการทำงานและมุ่งสู่ชัยชนะอันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า มาสด้าสร้างสรรค์รถยนต์ด้วยจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นที่เชื่อในความต่าง รถมาสด้าจึงเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะที่พาคุณไปสู่เป้าหมาย และยังเชื่อมั่นในพลังของรถว่า จะสร้างความผูกพัน ความสุข และความมีชีวิตชีวาให้แก่ผู้ที่รักในการขับขี่ได้ไม่รู้จบ

มาสด้าเชื่อในพลังความรู้สึก ให้คุณลองหยุดเพื่อฟังเสียงหัวใจตัวเอง สัมผัสถึงความรู้สึกจากการได้ยินเสียงในใจของคนที่เรารัก บอกให้คุณทำในสิ่งที่ยากจะเป็นไปได้ ให้มองจุดหมายเป็นแค่จุดเริ่มต้น และไม่หยุดแค่ความสมบูรณ์แบบที่อยู่ตรงหน้า แต่ค้นหาเพื่อค้นพบความสมบูรณ์แบบที่แท้จริง เพราะไม่ว่าชีวิตจะมุ่งหน้าไปทางไหนจงขับเคลื่อนชีวิตให้มีความหมาย FEEL THE DRIVE

“Shock Price 2020 แพ็คคู่สุดคุ้ม” โปรเด็ดไอเท็มครัว ราคาสุดช็อค

ลดสูงสุด 60% ที่เดียวที่ เฮเฟเล่

‘ช็อครับต้นปีกับสารพัดไอเท็มห้องครัว SALE UP TO 60%’ เฮเฟเล่ ผู้นำนวัตกรรมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์ล็อคอิเล็คทรอนิกส์ อุปกรณ์เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว อุปกรณ์ไฟ สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ในห้องน้ำ สินค้าคุณภาพมาตรฐานจากประเทศเยอรมนี เปิดโปรเจ็คโปรโมชั่นเด็ด รับปี 2020 “Shock Price 2020 แพ็คคู่สุดคุ้ม” แท็กทีมเครื่องดูดควันและเตาไฟ ราคาสุดช็อค ลดสูงสุด 60%

            คุ้มค่าจัดเต็มกับสินค้าห้องครัวเกรดพรีเมียม ครบครันทุกฟังก์ชัน ให้ทุกงานครัวเป็นเรื่องง่ายขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดูดควันสลิมไลน์ พร้อมเตาไฟฟ้ากระจกเซรามิค ลดพิเศษเหลือเพียง 8,900 บาท, เครื่องดูดควันขนาดกะทัดรัด พร้อมเตาแก็สกระจกเซรามิค ลดพิเศษเหลือ 9,900 บาท, เครื่องดูดควันแผงหน้าสแตนเลสสตีล พร้อมเตาแก็สหน้ากระจกนิรภัย ลดพิเศษเหลือเพียง 11,900 บาท, เครื่องดูดควันหน้ากระจกโค้ง พร้อมเตาแก็ส 2 หัว เปลวไฟแรงพิเศษ 3 ชั้น ลดพิเศษเหลือเพียง 12,900 บาท พร้อมแพ็คคู่จากเครื่องดูดควันและเตาไฟ เกรดมาตรฐานจากประเทศเยอรมนีอีกมากมาย ลดราคาสูงสุด 60% ช้อปสุดคุ้มก่อนใครที่เดียวที่เฮเฟเล่ งานนี้คนรักครัว ห้ามพลาดเด็ดขาด!!

พบกับมหกรรมสินค้าห้องครัวราคาสุดช็อครับต้นปี กับโปรโมชั่น “Shock Price 2020 แพ็คคู่สุดคุ้ม” ตั้งแต่วันนี้ – 29 กุมภาพันธ์ 2563 ได้ที่ เฮเฟเล่ ดีไซน์ สตูดิโอ ทุกสาขา และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-768-7171 หรือ www.hafelethailand.com

นางณัฐธีรา จิราธิวัฒน์ บุญศรี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในเครือกลุ่มเซ็นทรัลรีเทล จัดงานแถลงปรับโฉมใหม่ครั้งใหญ่รีแบรนด์ดิ้งห้าง ZEN@centralwOrld เปลี่ยนเป็น “CENTRAL@centralwOrld” ห้างเซ็นทรัล สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ประเดิมเป็นห้างเซ็นทรัลสาขาต้นแบบในอนาคต โดยมี ปิยวรรณ ลีละสมภพ, สุภวรรณ ลีไตรรงค์, อนัญพัทธ์ อภิสิทธ์ยกุล และ ปณิตา ศรไทยเทวา ร่วมงาน      ณ ชั้น 6 ห้องแพลตินัม เลาจน์ ห้างเซ็นทรัล สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆนี้

New Mazda2 ไม่หยุด…แค่ความธรรมดา

มาสด้าเผยโฉม New Mazda2 ดีไซน์ใหม่ ทั้งรุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู และซีดาน 4 ประตู นับว่าเป็นการเผยโฉมรุ่นซีดาน 4 ประตู เป็นครั้งแรกในเอเชีย เพิ่มดีกรีความสปอร์ตพรีเมียมด้วยปรัชญาการออกแบบ KODO design เจนเนอเรชั่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” ที่เรียบง่ายแต่งดงามภายนอกจรดภายใน โดดเด่นด้านสมรรถนะการขับขี่ด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (GVC Plus) ในทุกรุ่น สัมผัสถึงขุมพลังด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟกับ   2 เครื่องยนต์ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร ประหยัดน้ำมันสูงถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร และสกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

ขับขี่มั่นใจด้วยระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า และเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) สะดวกสบายในการขับขี่ด้วยระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Sports Paddle Shift รองรับการเชื่อมต่อสื่อสารด้วย Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay เสนอราคาเริ่มต้นเพียง 546,000 บาท จองซื้อ New Mazda2 ภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 รับดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี   

มาสด้า3 พิชิตรางวัลอันทรงเกียรติคว้ารถยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย Thailand Car of The Year 2019

มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย สุดปลื้ม All-New Mazda3 คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ Thailand Car of the Year 2019 ด้วยคุณสมบัติความโดดเด่นของสมรรถนะการขับขี่ เทคโนโลยีล้ำสมัย ความสวยงาม ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าคุ้มราคาจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย จัดกิจกรรมเพื่อมอบรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2562 โดยรถยนต์ที่ผ่านเข้ามาทั้งหมด 14 คัน และคัดเลือกเข้ารอบสุดท้าย 7 คัน โดยมีผู้ทรงคุณด้านการทดสอบรถยนต์ และสมาชิกผู้คร่ำหวอดในการทดสอบรถยนต์

สำหรับรางวัล “รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี” หรือ THAILAND CAR OF THE YEAR เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2558 มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาประเทศ รวมถึงต้องการให้สมาชิกได้นำเสนอรายละเอียดต่างๆ เพื่อผู้บริโภคใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ที่มีคุณภาพ โดยรางวัลดังกล่าวของสมาคมฯ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการสักขีพยานผู้ทรงคุณวุฒิด้านยานยนต์ และสื่อมวลชนผู้เชี่ยวชาญด้านทดสอบรถยนต์ คอลัมน์นิสต์ ผู้สื่อข่าว บรรณาธิการข่าวสายยานยนต์ ซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมฯ โดยรอบแรกนั้นสมาชิกทั้งหมดได้คัดเลือกรถยนต์ที่เปิดตัวแนะนำในปี 2562 ทั้งหมด 14 คัน และเข้ารอบสุดท้าย 7 คัน แล้วจัดการทดสอบขึ้นที่สนามสุวรรณภูมิ มอเตอร์สปอร์ต พาร์ค โดยมีคณะกรรมเข้าร่วมทำการทดสอบครั้งนี้กว่า 60 คน เพื่อเฟ้นหารถยนต์ที่ดีที่สุดแห่งปี

โดยรถยนต์ที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายและได้เข้าชิงรางวัลในปีนี้มีทั้งหมด 7 รุ่น ประกอบด้วย Mazda3, MG HS, BMW X3, Subaru Forester, Honda Accord, Toyota Corolla Altis และ Toyota Camry การตัดสินของคณะกรรมการได้แบ่งออกเป็น 2 รอบ ได้แก่ รอบแรก คณะกรรมการเลือกรถยนต์ที่เข้าคุณสมบัติ (Qualify) ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่เข้ารอบมาทั้งหมด (ปีนี้มีรถยนต์เข้ารอบสุดท้าย 14 คัน ให้เลือกเพียง 7 คัน)

“คูลิเนอร์” จัดเวิร์กชอปทำอาหารธีมดินเนอร์ปาร์ตี้สุดพิเศษ กับ “เชฟโทนี่”

ต้อนรับวันหยุดเทศกาล สมัครวันนี้ รับส่วนลดสูงสุดทันทีถึง 30%

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ ณ ชั้น 5ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม ชวน(เข้าครัว) กับเวิร์กชอปต้อนรับเทศกาลแห่งวันหยุดและความสุข

ครั้งแรก! กับโอกาสที่จะได้เรียนทำอาหารในเมนูสุดพิเศษ โดย เชฟโทนี่ แอนโทนี่ บิชท์ หนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน The Next Iron Chef Thailand 2019 กับเมนูแบบ 5 คอร์ส

ในวันที่ 7 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00 – 17.00 น.ราคาเต็ม 8,500 บาท สมัครวันนี้รับทันทีส่วนลด 15% เหลือเพียง. 7,225 บาท และพิเศษสำหรับลูกค้าทรู รับส่วนลด 20% เหลือเพียง 6,800 บาท และเหลือเพียง 5,950 บาท เมื่อสมัครตั้งแต่ 4 คนขึ้นไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02-090-2808 หรือ www.culineur.net หรือ LINE: @culineur

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเผยสถานการณ์โรคปอดในเมืองไทยยังน่าห่วง

ทุกวันพุธในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนพฤศจิกายนในแต่ละปี  มีวันสำคัญด้านสุขภาพที่กำหนดโดยองค์กรอนามัยโลกและองค์การโรคถุงลมโป่งพองอยู่ 1 วัน นั่นคือ “วันโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังโลก หรือ World COPD Day” (COPD :Chronic Obstructive Pulmonary Disease) โดยปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จุดประสงค์เพื่อรณรงค์  ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของโรคนี้ และให้ความสำคัญกับการตรวจสมรรถภาพการทำงานปอดมากขึ้น                    ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับ    โรคปอดและอัพเดทสถานการณ์ในประเทศไทย  ซึ่งปัจจุบันโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 6 ของประเทศไทย

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงนฤชา จิรกาลวสาน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิรัชกิจ คณะแพทยศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอด โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “จากสถิติในปี 2561 มีคนไทยป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพองกว่า 3 ล้านคน เฉลี่ยคือนาทีละ 6 คน โดยมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพราะอาการของโรคมากกว่า 1 ล้านคน พบเฉลี่ยในกลุ่มคนอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่มีพฤติกรรมการสูบบุรี่ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษทางอากาศสูง นอกจากนี้ยังพบผู้ป่วยเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังอยู่ที่ 5% และพบสถิติสูงถึง 7% ในกลุ่มคนที่อายุเกิน 40 ปีขึ้นไป”

จุดเริ่มต้นของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเกิดจากเซลล์อักเสบที่เพิ่มขึ้นในหลอดลมและปอด ซึ่งสาเหตุอันดับหนึ่งของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเกิดจากการสูบบุหรี่ ทั้งการเป็นผู้สูบเองและการรับควันบุหรี่มือสอง การรับมลพิษทางอากาศ อาทิ ฝุ่น PM 2.5 สะสม หรือควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ ฯลฯ และอีกหนึ่งสาเหตุที่คนส่วนใหญ่มักคิดไม่ถึงคือการสูดดมควันจากการทำอาหาร โดยเฉพาะเตาถ่านก็สามารถกระตุ้นให้เกิดโรคปอดได้เช่นกัน

“อาการของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ แบบหลอดลมอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยจะมีอาการไอติดต่อกัน 3 เดือนต่อเนื่องนานกว่า 2 ปี รวมถึงเหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ และแบบที่สอง คือแบบถุงลมโป่งพอง อาการเหนื่อยง่ายจะเด่นชัดกว่าการไอ ในบางรายแค่นั่งเฉยๆก็เหนื่อยได้ โดยอันตรายของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือ ปอดจะไม่สามารถรักษาให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติเหมือนเดิมได้ การรักษาจึงเป็นแบบประคับประคองตามอาการ ซึ่งหากผู้ป่วยเข้ารับการตรวจสมรรถภาพปอดและตรวจพบเร็วก็จะช่วยลดความรุนแรงของโรคลงได้ แต่หากไม่เข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ความรุนแรงของโรคมีโอกาสพัฒนา รวมทั้งโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเองนั้น ก็เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งปอดและโรคหัวใจได้ในอนาคต” รศ. พญ.นฤชา กล่าวเพิ่มเติม

เสี่ยอ๋อ’ ขอจัดเต็ม…!!

‘เสี่ยอ๋อ – กฤษฎา ล่ำซำ’ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร อาวดี้ ประเทศไทย สุดแฮปปี้กับการปลุกปั้น อาวดี้ ประเทศไทย มาถึง 3 ปี ล่าสุด ‘เสี่ยอ๋อ’ขอเอาใจสาวกอาวดี้และแฟนคลับระดับ VIP ด้วยการเปิดตัว Audi Q3 ราคาสุดเร้าใจ 3 รุ่น อ่ะ… สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น! มาร่วมสัมผัสของจริงกันได้ ณ บูธอาวดี้ ในงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36” (Thailand International Motor Expo 2019) อาคาร IMPACT Challenger 1-3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2562 รับรองว่างานนี้ ‘เสี่ยอ๋อ’ เขาจัดโปรฯ มาเพียบ!!!

แกร็บฉลองส่งท้ายปี จัดเต็มทั้งร้านอร่อย ดนตรีดัง และงานศิลปะ แค่แอปเดียวก็สนุกครบใน ‘แกร็บ เออร์เบิน ไนท์ เฟส’

แกร็บ ผู้นำด้านซูเปอร์แอปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงานยิ่งใหญ่ฉลองส่งท้ายปี  ‘แกร็บ เออร์เบิน ไนท์ เฟส (Grab Urban Night Fest)’ ตั้งแต่วันนี้ – 14 กุมภาพันธ์ 2563 ที่คณาพญา ริเวอร์ฟรอนท์ พระราม 3 ผู้เข้าร่วมงานจะได้พบกับร้านอาหารยอดฮิตบนแกร็บฟู้ดกว่า 40 ร้าน  รวมถึง เดอะ คาสเซ็ท มิวสิคบาร์ ส่งตรงจากย่านเอกมัย และไลน์อัพศิลปินชื่อดังมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลิปตา, สิงโต นำโชค, โพลีแคท, ว่าน ธนกฤต, อิ๊งค์ วรันธร, ซีซั่น ไฟฟ์, พอส และ เพลย์กราวด์  นอกจากนี้ ยังมีผลงานอาร์ต ‘เทเลพอร์ต’ โดย ก้อง-กันตภณ เมธีกุล (Gongkan) ทั้งหมดนี้จะยกขบวนกันมาเนรมิตบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้กลายเป็นแหล่งแฮงเอาท์ที่ถูกใจสายชิม สายชิล และสายบันเทิง

“ปลายปีเป็นช่วงเวลาแห่งการแบ่งปันความสุขกับครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรัก ในฐานะที่แกร็บเป็น
แอปพลิเคชันที่ตอบสนองต่อทุกความต้องการในทุกวันของผู้บริโภค เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำประสบการณ์ออนไลน์มายังออฟไลน์ด้วยการจัดงาน แกร็บ เออร์เบิน ไนท์ เฟส เพื่อเป็นของขวัญสุดพิเศษให้กับผู้ใช้งานในไทยทุกคน หลังจากที่ปีที่แล้ว ได้จัดคอนเสิร์ตอีดีเอ็มสุดยิ่งใหญ่ในงาน ‘แกร็บ ออน เดอะ เวย์ เฟสติวัล (Grab On The Way Festival)’ ไปในเดือนธันวาคม โดยในงานนี้ ผู้ที่มาร่วมงานจะได้เพลิดเพลินไปกับอีโคซิสเต็มที่ไร้รอยต่อของแกร็บ ตั้งแต่การเดินทาง การสั่งอาหาร ไปจนถึงการชำระเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากความเชื่อมั่นของผู้ใช้บริการ รวมถึงพาร์ทเนอร์ที่ดีของแกร็บ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ชั้นนำ อย่างธนาคารกสิกรไทย สิงห์ และเป๊บซี่” นายธรินทร์ ธนียวัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แกร็บ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

ในวันเปิดงาน ‘แกร็บ เออร์เบิน ไนท์ เฟส’ สมาชิกวงไอดอลชื่อดัง BNK 48 จำนวน 16 คนได้มาร่วมแสดงความยินดีในฐานะแบรนด์ แอมบาสเดอร์ นอกจากนี้ ยังมีนักแสดงสาวชื่อดัง แพทริเซีย กู๊ด และเหล่าเซเลบริตี้อีกจำนวนมากที่มาร่วมเป็นเกียรติและสักขีพยาน

“ปกติแพทชอบใช้แกร็บสั่งอาหารอร่อยๆ จากบรรดาร้านดังทั้งหลาย ส่วนเวลารีบๆ ก็เรียกรถจากแกร็บนี่แหละค่ะ จะได้ไปร่วมงานทัน” แพทริเซีย กู๊ด เล่าถึงความประทับใจจากการใช้บริการของแกร็บ “ส่วน ‘แกร็บ เออร์เบิน ไนท์ เฟส’ ในค่ำคืนนี้ก็มีมุมสวยๆ ในบรรยากาศริมน้ำให้ถ่ายรูปเต็มไปหมดเลยค่ะ งานนี้เจ๋งตรงที่ได้นำ เดอะ คาสเซ็ท มิวสิคบาร์ ส่งตรงมาจากเอกมัย แล้วยังมีศิลปินอีกคับคั่งมาร้องเพลงให้ฟังกันสดๆ ที่สำคัญคือ การที่ไม่ต้องคอยกังวลเรื่องการพกเงินสด เพราะทุกอย่างจ่ายได้ด้วย แกร็บเพย์ เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแพทมากค่ะ” ‘แกร็บ เออร์เบิน ไนท์ เฟส’ ที่คณาพญา ริเวอร์ฟรอนท์ พระราม 3 มอบความสุขแด่ทุกท่านที่มาร่วมงานในธีม Eat, Chill และ Play โดยไม่เสียค่าเข้างาน งานนี้จะจัดเป็นเวลา 3 เดือนเต็ม นับตั้งแต่วันนี้ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2563 ระหว่างเวลา 17.00 – 24.00 น.

“อมรินทร์ จัดงานมอบรางวัล “Amarin Baby & Kids Awards 2019”

ระริน อุทกะพันธุ์ ปัญจรุ่งโรจน์ (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พร้อมด้วย น้ำทิพย์           เงินแย้ม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและกลยุทธ์ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จัดงานมอบรางวัลAmarin Baby & Kids Awards 2019 ครั้งแรกในเมืองไทย ให้กับสุดยอดแบรนด์สินค้าในดวงใจเหล่าคุณแม่ทั่วประเทศ มากถึง 40 รางวัล โดยมี ชาคริต แย้มนาม พร้อมครอบครัว, ภารดี อยู่ผาสุข และ     เพชรแพรว อัครเตชวาทิน ร่วมงาน ณ งาน  Amarin Baby & Kids Fair ครั้งที่ 15 ไบเทค บางนา เมื่อเร็วๆ นี้

ลาซาด้า จัดเต็มซูเปอร์โชว์ จับเบลล่า นำทีมดาราดังเล่นซิทคอมสุดฮาป้ายยานักช้อป ในมหกรรมช้อปปิ้ง 11.11

ลาซาด้าเล่นใหญ่ จัด  “ลาซาด้า 11.11 ซูเปอร์ โชว์ (Lazada 11.11 SUPER SHOW)”  ป้ายยานักช้อปออนไลน์เคาท์ดาวน์สู่มหกรรมช้อปสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ‘Lazada 11.11 Biggest One Day Sale วันเดียวได้ทุกดีล’ โดยได้รับเกียรติจาก นายแจ็ค จาง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ นางสาวภารดี สินธวณรงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลาซาด้า จำกัด (ประเทศไทย) เข้าร่วมงาน เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ไบเทค บางนา ฮอลล์ EH 101

สำหรับ Lazada 11.11 SUPER SHOW ในครั้งนี้เป็นฮิปฮอปมิวสิคัลสุดอลังการ นำทีมนักแสดงโดย เบลล่า-ราณี แคมเปน แบรนด์แอมบาสเดอร์สาวสวยของลาซาด้า ซึ่งมารับบทนักช้อปผู้โชคดีประจำแคมเปญแต่ต้องถูกสาปจากแม่มดใจร้าย ร่วมด้วยศิลปินและนักแสดงมากมายที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับโชว์ อาทิ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา และซอ  จียอน สองนางฟ้าสุดสวย, น้ำหวาน-ภูริตา สุปินชุมภู แม่มดที่มีแต่ความอิจฉาริษยา, รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ที่มาถอดแบบเบลล่าเวอร์ชั่นถูกสาปให้ผู้ชมได้สนุกสนานตลอด 45 นาที, ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์, แบงค์-ธิติ      มหาโยธารักษ์, เจนิส เจณิสตา พรหมผดุงชีพ, บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ, ติช่า-กันติชา ชุมมะ (ติช่า เดอะเฟซ ไทยแลนด์), จีน่า-วิรายา ภัทรโชคชัย (จีน่า เดอะเฟซ ไทยแลนด์)

ส่วนที่เรียกเสียงกรี๊ดของแฟนคลับได้แบบถล่มทลาย ไม่พ้นคู้จิ้นแห่งปีอย่าง ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร และกัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ที่แค่ก้าวออกมาเสียงกรี๊ดก็กระหน่ำฮอลล์แบบสุดๆ และแน่นอนว่าโชว์นี้จะสมบูรณ์ไม่ได้ถ้าขาดแบรนด์แอมบาสเดอร์สุดหล่ออย่าง ต่อ-ธนภพ  ลีรัตนขจร ที่แม้จะมาแค่ VTR แต่ก็ทำเอาแฟนคลับใจละลายและหายคิดถึงไปได้

ติดตามความสนุกสุดฟินจากลาซาด้าแบบนี้กันได้อย่างต่อเนื่องทาง Facebook : Lazada Thailand Twitter : Lazada Thailand และ Application: Lazada

PChome Thai ขนขบวนสินค้าลดกระหน่ำ ต้อนรับแคมเปญ 11.11

พร้อมจัดกิจกรรมกระทบไหล่ 2 ดาราหนุ่มหล่อ ออกัส วชิรวิชญ์ และ ไวท์ ณวัชร์ ในงาน ’11.11 Taiwanese Crazy Sale สินค้าไต้หวันลดหลุดโลก ส่งฟรีทั่วประเทศ’

บริษัท พีซีโฮม (ประเทศไทย) จำกัด แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำจากประเทศไต้หวัน ได้จัดงานอีเวนต์เปิดแคมเปญลดราคาสินค้าคุณภาพดีจากไต้หวันเพื่อเอาใจขาช้อปออนไลน์ชาวไทย “11.11 The Taiwanese Crazy Sale สินค้าไต้หวันลดหลุดโลก ส่งฟรีทั่วประเทศ” ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 โดยมี 2 ดาราหนุ่มหล่อ ออกัส วชิรวิชญ์ และ ไวท์ ณวัชร์ มาร่วมเปิดแคมเปญอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมร่วมเล่นกิจกรรมกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด

ภายในงาน นอกจากจะมีกิจกรรมระหว่าง 2 นักแสดงดังกับแฟนคลับแล้ว ยังมีการจัดแสดงสินค้าไต้หวันสุด พรีเมียมแบบอัดแน่น ที่ยกขบวนมาจากไต้หวันโดยตรง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์ความฟินกับสินค้าไต้หวัน อาทิ ช็อคโกแลตไข่มุก พายสับปะรด สกินแคร์ เครื่องนวดตา และอื่นๆอีกมากมาย

โซนจัดแสดงสินค้านำเข้าชื่อดังจากประเทศไต้หวัน อาทิ ขนมเปี๊ยะไส้เผือก พายสับปะรด สกินแคร์ เครื่องนวดตา ของใช้ในครัว ฯลฯ

ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม PChome Thai ไม่เพียงแต่จำหน่ายสินค้านำเข้าจากไต้หวันเท่านั้น แต่ยังรวบรวมสินค้าในไทยจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ รวมแล้วกว่า 1,000,000 รายการ ให้ขาช้อปสามารถเพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าพร้อมโปรโมชั่นพิเศษแบบจัดหนักได้อย่างจุใจ!

ไม่เพียงเท่านี้! ภายในแคมเปญ 11.11 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน – 30 พฤศจิกายน 2562 PChome Thai พร้อมจัดเต็มประสบการณ์การช้อปให้สนุกยิ่งขึ้น ด้วยการจัดส่งสินค้าจากไต้หวันฟรี ไม่คิดค่าจ่ายเพิ่ม รวมถึงโค้ดส่วนลดอีกเพียบให้ได้ช้อปกันในราคาเกินคุ้ม โดยโค้ดส่วนลดมีมูลค่าสูงสุดถึง 222 บาท !!

หากคิดจะช้อปสินค้าไต้หวันระดับพรีเมียม คุณภาพดี ราคาโดนใจ ก็ช้อปออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านแพลตฟอร์ม PChome Thai จากหลากหลายช่องทาง พร้อมรับส่วนลดสุดคุ้มได้ก่อนใคร!

สองผู้บริหาร หัวเรือใหญ่แห่งปอร์เช่ ประเทศไทยบริษัท เอเอเอสออโต้ เซอร์วิส จำกัด ขอเล่นใหญ่ส่งท้ายปี เตรียมเผยโฉม ปอร์เช่ คาเยนน์ คูเป้ ครั้งแรกในประเทศไทย

วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และ ปีเตอร์ โรห์เวอร์ สองผู้บริหาร หัวเรือใหญ่แห่งปอร์เช่ ประเทศไทย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ขอเล่นใหญ่ส่งท้ายปี เตรียมอวดโฉม ปอร์เช่ คาเยนน์ คูเป้ รุ่นใหม่ล่าสุด (The new Cayenne Coupe) เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36″ (The 36th Thailand International Motor Expo) ระหว่างวันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน – วันอังคารที่ 10 ธันวาคม 2562 ณ บูธรถยนต์ปอร์เช่ (Porsche) บริเวณ B01 อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

แบรนด์ชาเขียว เบอร์ 1 ปะทะ สุดยอดเกมมือถือสุดฮิต เมื่อ โออิชิ กรีนที จับมือ“การีน่า ออนไลน์” จัดแคมเปญ “Oishi x ROV รับยกเซ็ท 5 สกินญี่ปุ่น” เปิดให้เหล่าเกมเมอร์วัยทีนรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลสุดยิ่งใหญ่ รับยกเซต 5 สกินญี่ปุ่น และลุ้นรางวัลกว่า 50,000 ไอเท็มทุกวัน เพียงแกะฉลากพลิกหารหัสโออิชิ และนำรหัสหลังฉลากไปกรอกที่ oishi.rov.in.th โดย 2 รหัสโออิชิ รับ 1 OISHI BOX ที่ประกอบด้วยสุดยอดไอเทมในเกมอย่าง สกิน เพชร และลูกแก้ว ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2562 – 31 มกราคม 2563 โดยผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการได้แก่ โออิชิ กรีนที รสต้นตำรับ, โออิชิ กรีนที รสข้าวญี่ปุ่น, โออิชิ กรีนที รสน้ำผึ้งมะนาว, โออิชิ กรีนที กลิ่นองุ่นเคียวโฮ รวมทั้ง 2 รสชาติใหม่ล่าสุด
โออิชิ แอปเปิลฮันนี่ และ โออิชิ แอปเปิล ฮันนี่ไลท์

            ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.oishidrink.com, Facebook : OishiDrinkStation หรือ call center 02-793-930

มาสด้าส่ง CX-5 เครื่องยนต์ใหม่สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 เทอร์โบ ยกระดับมาตรฐานรถอเนกประสงค์เอสยูวีสู่ตลาดเมืองไทย  

กรุงเทพฯ – ประเทศไทย, 28 ตุลาคม 2562 – มาสด้าตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเอสยูวี ด้วยการปรับลุครถอเนกประสงค์รุ่นใหญ่อย่าง CX-5 ถือเป็นครั้งแรกของตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ถึง 3 เครื่องยนต์ มาพร้อมความหรูหราสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบและจัดวางอย่างเหมาะสม ผ่านการคัดสรรวัสดุอย่างปราณีตดุจงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียดเสมือนงานที่ทำด้วยมือ เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความหรูหรา นุ่มนวล และให้ความประทับใจในทุกสัมผัส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LIVE THE REMARKABLE LIFE หรือ ให้ชีวิตทุกบท…น่าจดจำ” พร้อมเติมเต็มความหมายใหม่ๆ ให้ชีวิตสมบูรณ์แบบและน่าจดจำ โดยปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเพียง 10,000 บาทเท่านั้น แต่ใส่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมเข้ามาอีกพียบ พร้อมฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร** พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99%

New Mazda CX-5 ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ SKYACTIV-G 2.5T ให้กำลังสูงถึง 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบเทอร์โบแบบ Dynamic Pressure เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์เอสยูวีที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบในการขับขี่ด้วยสมรรถนะความแรง ให้การตอบสนองที่ดีที่สุดในคลาส และอีก 2 ทางเลือกเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร สัมผัสกับการควบคุมขับขี่ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้นด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ GVC Plus พร้อมใส่ดีไซน์ใหม่ภายในห้องโดยสารที่เน้นความงดงามจากความเรียบง่ายด้วยคอนเซ็ปต์ “Less is More” เพิ่มความหรูหราในทุกรายละเอียดด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุแบบ Real Wood และเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ผ่านระบบเชื่อมต่อสื่อสาร Mazda Connect ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี i-Activsense ที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงผู้ใช้ถนน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ย่างเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 2562 นับเป็นครึ่งปีแห่งการทดสอบความแข็งแกร่งของแบรนด์ จากความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยเช่นกัน จึงต้องวางแผนการดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุมและสอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งสัมผัสได้ถึงความตื่นตัวของค่ายรถยนต์ในการลุยทำการตลาดอย่างเข้มข้นเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสาร การจัดแคมเปญพิเศษ หรือกิจกรรมทางการตลาดรูปแบบใหม่ๆ รวมไปถึงการนำเสนอความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์สู่ตลาด เพื่อสร้างสีสีนให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทยให้เกิดความคึกคักมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังของปีงบประมาณ 2562 มาสด้าเตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่อีกหลายรุ่นเพื่อเติมเต็มความต้องการให้กับลูกค้าให้ครอบคลุมในทุกเซ็นเมนต์ และจะเป็นการทำสถิติใหม่ของมาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ในการเปิดตัวรถรุ่นใหม่มากที่สุดในรอบ 10 ปี โดยมี New Mazda CX-5 เป็นหนึ่งโมเดลที่จะมาช่วยเติมเต็มช่องว่างความต้องการของลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะการขับขี่ พร้อมยกระดับความพรีเมียมภายในห้องโดยสารเพื่อเพิ่มสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารมากยิ่งขึ้น

สำหรับ Mazda CX-5 ถูกวางให้เป็นรุ่นเรือธงด้วยการเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่มีเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556 ซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าส่งผลให้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟเป็นที่รู้จักภายในเวลาอันรวดเร็ว และโลดแล่นอยู่บนถนนประเทศไทยกว่า 30,000 คัน และปีนี้ New Mazda CX-5 จะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้งด้วยการเป็นรถรุ่นแรกที่มีเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน เทอร์โบ 2.5 ลิตร

ด้าน นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า สำหรับการแนะนำรถรุ่น New Mazda CX-5 กับแนวคิด “LIVE THE REMARKABLE LIFE ให้ชีวิตทุกบท…น่าจดจำ” สู่ตลาดเมืองไทยครั้งนี้ ส่งผลให้มาสด้าเป็นค่ายแรกที่มีเครื่องยนต์ให้เลือกมากที่สุดถึง 3 เครื่องยนต์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้มากยิ่งขึ้นนอกจากเหนือจากกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถสไตล์เอสยูวี ขยายไปสู่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์สมรรถนะสูง และการตอบสนองได้ดั่งใจ ด้วยการนำเสนอเครื่องยนต์ใหม่ สกายแอคทีฟเบนซิน เทอร์โบ 2.5 ลิตร ที่ตอบสนองได้รวดเร็ว และแม่นยำ อีกทั้งยังมีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัตโนมัติ i-ACTIV AWD ที่ช่วยปรับระบบการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนน นับเป็นอีกก้าวของความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องยนต์สกายแอคทีฟของมาสด้า

ที่สำคัญยังมีอีก 2 ทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า คือเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร ที่มีระบบเทอร์โบแปรผันแบบ 2 ชั้น ที่ได้รับการพัฒนาเพื่อให้การตอบสนองที่รวดเร็วกว่าเดิมในทุกรอบความเร็ว ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ที่ยังคงมอบความสนุกสนานในการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบบช่วงล่างของ New Mazda CX-5 ได้รับพัฒนาเพื่อให้ตอบสนองดียิ่งขึ้น และเพิ่มระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ GVC Plus ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้แม่นยำ มีสมดุล โดยเฉพาะในทางโค้ง รวมไปถึงสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้โดยสารในทุกตำแหน่งรู้สึกสะดวกสบายยิ่งขึ้นตลอดการเดินทาง

ภายในห้องโดยสารของ New Mazda CX-5 ได้รับออกแบบพัฒนาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบสัมผัสใหม่ให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ด้วยคอนเซ็ปต์ “Less is More” เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามในทุกรายละเอียด อาทิ ดีไซน์ใหม่ของแผงควบคุมแอร์, ปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ปุ่มปรับกระจกมองข้างที่พรีเมียมขึ้น กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติแบบไร้กรอบ เพิ่มความหรูหราให้กับห้องโดยสารด้วยการใช้โทนสีเข้ม เลือกใช้วัสดุแบบ Real Wood ผสมผสานกับสีเงินซาตินโครมในการตกแต่ง สัมผัสกับเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red มาพร้อมระบบระบายอากาศตำแหน่งเบาะนั่งคู่หน้า Seat Ventilation มาตรวัดแบบความเร็วแบบดิจิตอล TFT LCD พร้อมจอแสดงผลแบบสี ขนาด 7 นิ้ว เชื่อมต่อแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนผ่าน  Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว เติมเต็มความเพลิดเพลินตลอดการเดินทางด้วยระบบเสียง Bose@ รอบทิศทาง

สร้างบรรยากาศที่หรูหราด้วยหลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า และไฟส่องสว่างที่ได้รับการออกแบบใหม่ในหลายตำแหน่ง เพิ่มความสปอร์ตของดีไซน์ภายนอกด้วยด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว และยังคงอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense ที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ช่วยให้สามารถคาดการณ์และส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมมุมกล้องแบบ Top View เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ มีให้เลือก 6 สี ประกอบด้วย สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray), สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl), สีน้ำเงิน ดีพ คริสตัล บลู (Deep Crystal Blue), สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black) และสีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver) พร้อมให้สัมผัสและทดลองขับขี่แล้ว ณ โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

เจนเฮลตี้ไลฟ์…แนะทานอย่างไรให้สุขภาพดี

เชื่อว่าชาวออฟฟิศหลายคน เคยประสบปัญหาเมื่อนัดมีตติ้งสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน มักจะโดนแซวต่างๆ นานา ทั้ง “อ้วนขึ้นหรือเปล่า” “ปล่อยตัวเองโทรมแล้วนะ” เนื่องจากทุ่มเทให้กับงานจนลืมดูแลตัวเอง อาหารการกินจึงเน้นสะดวกที่สุด โดยอาจลืมคิดว่าจะดีต่อสุขภาพหรือไม่ “เจนเฮลตี้ไลฟ์” (GenHealthyLife) ศูนย์รวมคอนเทนท์ด้านสุขภาพของเจนเนอราลี่ อยากให้ชาวออฟฟิศ สละเวลาสักนิดกับการเลือกอาหารที่จะรับประทานในแต่มื้อ เพราะแค่เปลี่ยนเมนูชีวิตก็เปลี่ยนได้

เริ่มต้นด้วยมื้อแรกของวันอย่างBreakfast” มื้อที่สำคัญที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเพราะด้วยเวลาที่เร่งรีบ จึงทำให้หลายคนหมองหาเมนูง่ายๆ มารับประทานหรือบางคนก็ไม่รับประทานเลย ดังนั้น ถ้าใครอยู่ในเคสเหล่านี้ ต้องรีบเปลี่ยนตัวเองแบบเร่งด่วน อันดับแรก ออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน มองหาวัตถุดิบที่ทำง่ายมาตุนในตู้เย็นไว้บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ผักสด เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ ทูน่า ขนมปังโฮวีท ผลไม้นานาชนิด ที่สามารถที่จะหาซื้อได้ไม่ยาก ถึงจะไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็สามารถสร้างสรรค์เมนูได้ง่ายๆ มีประโยชน์ เช่น กรีกโยเกิร์ตที่มีแคลเซียมสูง ช่วยกระตุ้นให้อารมณ์ดี ทำให้สมองพร้อมเรียนรู้ ไข่ลวกหรือไข่ต้ม ได้ประโยชน์มากและแคลอรี่ต่ำ เพียงกิน 2-3 ฟองในมื้อเช้าก็จะทำให้รู้สึกอยู่ท้องและร่างกายก็ได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ สลัดผักและผลไม้ต่างๆ สามารถแพ็คแช่เย็นให้เรียบร้อย พอถึงมื้อเช้าก็แกะมารับประทานได้ทันที และสุดท้ายแซนวิชโฮลวีททูน่า เป็นเมนูแสนอร่อยที่ทำเองได้ง่าย เพราะสามารถเลือกสรรวัตถุดิบได้เอง

              ต่อด้วยLunch Time มื้อกลางวันแสนเร่งด่วนมื้อนี้ก็สำคัญไม่น้อย เมนูจานหลัก คำนึงง่ายๆ คือ เน้นผัก เน้นต้ม เน้นเนื้อสัตว์สีขาว ไม่เน้นมัน ไม่เค็ม ไม่หวานเกินไป ถ้ารู้ว่าตัวเองต้องมีประชุมแบบด่วน และคาดว่าจะเลยมื้อกลางวันอย่างแน่นอน ให้เตรียม ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว กล้วย ติดโต๊ะไว้ เพราะเมนูเหล่านี้อุดมไปด้วยพลังงานและวิตามินสูง ที่สำคัญคือไขมันต่ำ เมื่อรู้สึกหิวให้หยิบขึ้นมารับประทานทันที เพียงเท่านี้ ก็ทำให้เราผ่านพ้นมื้อกลางวันไปได้อย่างง่ายดาย

waiter holding grilled fish with lemon, tomato, creamy herbs at the seaside restaurant

        มื้อเย็นมื้อสุดท้ายของวัน เราต้องทนกับความหิวหลังจากเลิกงาน หรือบางครั้งเพื่อนก็ชวนปาร์ตี้บุฟเฟ่ต์บ้างล่ะ จะทำยังไงให้เรามีสุขภาพที่ดี ท่ามกลางคำชวนต่างๆ นานานี้ได้ โดยเราอาจจะต้องตั้งปณิธานเพื่อให้เรามีความสุขเล็กๆ กับมื้อเย็นด้วยการทานอาหารจำพวกผัก และเน้นเป็นเมนูปลา เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ที่อุดมไปด้วยโอเมก้า3 และวิตามิน บี12  ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงสมองและป้องกันความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ที่สำคัญควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง เนื้อสัตว์ติดมัน หรือของทอดในมื้อเย็น เพราะร่างกายกำลังจะพักผ่อน ไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานจากแป้งแล้ว ควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายเน้นไปที่โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุ อาทิเช่น เมนูน้ำพริกปลาทูกับผักต้มชนิดต่างๆ ตบท้ายด้วยผลไม้อย่างแตงโม เพื่อเพิ่มความสดชื่น หรือจะเป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ก็ได้ รับรองว่าคุณจะมีอารมณ์ที่ดี คลายความเครียดจากการทำงานได้อย่างแน่นอน

          ใครที่สนใจในเรื่องสุขภาพ หรืออยากจะอัพเดตเทรนด์ใหม่ๆ ในการดูแลสุขภาพ สามารถติดตามเนื้อหาสาระดีๆ จากเจนเนอราลี่ได้ใน “เจนเฮลตี้กูรู” (GenhealthyLife) ที่ https://generali.co.th/genhealthylife/ ที่จะนำเคล็ดลับดูแลสุขภาพมาอัพเดทกันทุกอาทิตย์

เบลล่าเตรียมขนทัพนักแสดงมอบความบันเทิงใน Lazada 11.11 SUPER SHOW เคาท์ดาวน์สู่มหกรรมช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

รับชมไลฟ์บนแอป 10 พ.ย. นี้ ห้าทุ่มเป็นต้นไป เพื่อเตรียมรับคูปองส่วนลดถล่มทลาย

เบลล่า-ราณี แคมเปน แบรนด์แอมบาสเดอร์สาวสวยของลาซาด้า นำทีมเหล่าศิลปินและนักแสดงคนดังกว่าสิบชีวิตร่วมมอบความสนุกกับละครเพลงสุดอลังการ ใน Lazada 11.11 SUPER SHOW ที่ชวนทุกคนนับถอยหลังร่วมกันก่อนเข้าสู่มหกรรมช้อปครั้งใหญ่แห่งปีกับ “Lazada 11.11 Biggest One Day Sale วันเดียวได้ทุกดีล” ในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 เวลา 23.00  น. ทางช่อง 33 และไลฟ์บนแอปลาซาด้า

ครั้งแรกกับการแสดงละครเพลงสุดอลังการของนางเอกสาว เบลล่า-ราณี แคมเปน ในรูปแบบ musical hip hop เพื่อทุกความโสด ไม่ว่าจะโสดแบบสุข เศร้า เหงา หรือรักไม่มีสเตตัส ก็สามารถสนุกไปพร้อมกันได้

เรื่องราวของสาวงามอย่าง “เบลล่า” ที่ถูกสาปโดยสาวงามคู่แข่งให้เรือนร่างแสนสวยของเธอต้องกลายเป็นร่างของชายกํายํา และเธอต้องถอนคำสาปก่อนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 หนทางเดียวที่จะช่วยให้สาว “เบลล่า” กลับคืนร่างเดิมได้คือต้องเดินทางไปเก็บ 3 ไอเท็มจาก 3 ดินแดน ซึ่งเธอต้องไปตามหาเจ้าของไอเท็มนั้นให้เจอกว่าจะได้มาเธอต้องไปพบกับสถานการณ์ความรักวุ่นๆ มากมาย

นอกจากนี้ยังมีเหล่าศิลปิน-นักแสดงชื่อดัง อาทิ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา, ต้นหอม-ศกุนตลา เทียนไพโรจน์,     ซอ จียอน, แบงค์-ธิติ มหาโยธารักษ์, เจนิสเจณิสตา พรหมผดุงชีพติช่า-กันติชา ชุมมะ (ติช่า เดอะเฟซ ไทยแลนด์), ออฟ-จุมพล อดุลกิตติพร และ กัน-อรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์ ที่ยกขบวนมาสร้างสีสันใน Lazada 11.11 SUPER SHOW พร้อมดีลเซอร์ไพรส์จากแบรนด์ดังมากมาย ที่สำคัญคือพลาดไม่ได้กับช่วง Mega Voucher Rain ซึ่งผู้ที่กำลังชมไลฟ์สตรีมผ่านแอปพลิเคชันลาซาด้าอยู่ สามารถเก็บคูปองส่วนลดได้ตลอดโชว์ อีกทั้งยังลุ้นรับคูปองส่วนลดพิเศษมูลค่าสูงสุดถึง 1,111 บาทได้อีกด้วย

สำหรับแฟนคลับสาวเบลล่าและนักช้อปออนไลน์ต้องไม่พลาดที่จะร่วมสนุกพร้อมรับชมการถ่ายทอดสดในค่ำคืนวันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน 2562 ได้ตั้งแต่เวลา 23.00 น. ทางช่อง 33 และไลฟ์สตรีมผ่านแอปพลิเคชันลาซาด้า แล้วช้อปต่อเนื่องกับมหกรรมช้อป Lazada 11.11 Biggest One Day Sale พบกับ 111 ล้านคูปองที่จัดเต็มตลอดวัน สินค้าลดแรงที่สุดในรอบปี ให้ทุกคนได้ช้อปทั้งวันไม่อั้นล้านๆ ดีล

#Lazada1111TH #LazadaBiggestOneDaySale #ลาซาด้าช้อปติดไซเรน

คลิกเลือกสินค้าลงรถเข็นรอไว้เลยที่ https://bit.ly/2qg3c1k

‘แฟนต้า’ เปิดตัวรสชาติใหม่ “แฟนต้า กลิ่นฮันนี่เลมอน” เอาใจผู้บริโภคชาวไทย ดึงศิลปินชื่อดัง Trinity เป็นพรีเซ็นเตอร์ เติมสีสันในแคมเปญ “หอมหนุก ปลุกซ่า”

แฟนต้า’ ผู้นำตลาดเครื่องดื่มอัดลมกลิ่นผลไม้ โดย กลุ่มธุรกิจ โคคา-โคล่า ในประเทศไทย เปิดตัวรสชาติใหม่โดนใจผู้บริโภคชาวไทยอย่าง แฟนต้า กลิ่น ฮันนี่เลมอน เครื่องดื่มอัดลมกลิ่นน้ำผึ้งผสมเลมอน ทุ่มงบกว่า 85 ล้านบาท จัดเต็มกิจกรรมโดนใจวัยรุ่นมากมายภายใต้แคมเปญ“หอมหนุก ปลุกซ่า” พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ศิลปินกลุ่มสุดฮอต Trinity จัดใหญ่สื่อในโรงภาพยนตร์และโปรโมชั่นสุดพิเศษ อัดกิจกรรมทางการตลาดครบ 360 องศา ดึงเทคโนโลยีเสมือนจริง หรือ Augmented Reality (AR) มาใช้ผ่านภารกิจสุดท้าทายอย่าง Fanta Honey Lemon Smell Check Challenge ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้นำที่ตั้งใจเติมสีสัน และความสนุกสุดซ่าให้ทุกวันของชีวิตอย่างแท้จริง

แฟนต้า กลิ่นฮันนี่เลมอน วางจำหน่ายให้ได้ลิ้มลองความหวาน หอม ซ่า กันแล้ววันนี้ ในหลากหลายขนาด ที่ร้านค้าใกล้ตัวคุณ ผู้บริโภคสามารถติดตามความสนุกของแคมเปญ หอมหนุก ปลุกซ่า และกิจกรรมสุดพิเศษร่วมกับ Trinity ได้ทาง Facebook: Fanta Thailand และ Instagram: @TH.FANTA และร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับภารกิจสุดกวน Fanta Honey Lemon Smell Check Challenge เพื่อลุ้นส่วนลดในโรงภาพยนตร์และของรางวัลอีกมากมาย

เชฟ (พี่) โทนี่ ชวนเชฟ (น้อง) แพตตี้ แชมป์มาสเตอร์เชฟจูเนียร์ฯ เข้าครัวคูลิเนอร์

เชื่อว่าเด็กทุกคนต้องเคยเจอคำถามที่ว่า “โตขึ้นแล้วอยากเป็นอะไร” น้องแพตตี้ ชนัญชิดา พงษ์เพ็ชร ผู้ชนะรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ไทยแลนด์ ซีซันที่ 1 ก็เช่นเดียวกัน สาวน้อยวัยเพียง 10 ปีกับความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยความที่เธอหลงเสน่ห์การทำอาหารตั้งแต่อายุยังน้อย น้องแพตตี้ใฝ่ฝันอยากจะเป็นเชฟมืออาชีพและเปิดร้านเป็นของตัวเองในสไตล์เชฟเทเบิล โดยล่าสุดเชฟตัวน้อยพูดเก่งคนนี้ ได้มาเรียนทำอาหารกับ เชฟ (พี่) โทนี่ แอนโทนี บิชท์ เชฟหนุ่มมาดอบอุ่นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน ตัวเต็งจากรายการ ศึกค้นหาเชฟกระทะเหล็ก ที่ โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

สาวน้อยมากเสน่ห์ผู้ชนะการประกวดรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ฯ เริ่มสนใจเข้าครัว ด้วยเพราะที่บ้านชอบทำอาหาร น้องแพตตี้เริ่มซึบซับความรู้พื้นฐานในการทำอาหารตั้งแต่อายุ 7 ปีจากการเป็นผู้ช่วยคุณแม่ในครัว แต่สาวน้อยไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ช่วยหยิบจับเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เธอหาความรู้เพิ่มเติมจากโลกออนไลน์อย่างวีดีโอบนยูทูป หรือรายการทำอาหารต่าง ๆ และเมื่อรายการมาสเตอร์เชฟจูเนียร์ประเทศไทยปีแรก ประกาศรับสมัคร ด้วยความชอบและแรงสนับสนุนของครอบครัว เธอจึงไม่ลังเลที่ลงสนามพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง

สำหรับใครที่กำลังมองหากิจกรรมสนุก ๆ ให้น้อง ๆ หนู ๆ ที่บ้าน ลองชวนมาสร้างเสริมประสบการณ์ แถมยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่คูลิเนอร์ กับหลักสูตรสอนทำเมนูโปรดขวัญใจเด็กทุกคนอย่าง มะกะโรนีอบชีสและมอนสเตอร์คุกกี้ รับรองว่าเด็ก ๆ จะได้สนุก แถมยังรักการทำอาหารและทานเก่งไปในเวลาเดียวกัน

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเมนูเพิ่มเติมได้ที่ https://culineur.net/programmes/kids-cooking-activities หรือสอบถามรายละเอียดที่ +66 (0) 2090 2807 และ +66 (0) 2090 2808

มาสด้าส่ง CX-5 เครื่องยนต์ใหม่สกายแอคทีฟเบนซิน 2.5 เทอร์โบ ยกระดับมาตรฐานรถอเนกประสงค์เอสยูวีสู่ตลาดเมืองไทย  

มาสด้าตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดเอสยูวี ด้วยการปรับลุครถอเนกประสงค์รุ่นใหญ่อย่าง CX-5 ถือเป็นครั้งแรกของตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวีที่ให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ถึง 3 เครื่องยนต์ มาพร้อมความหรูหราสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบและจัดวางอย่างเหมาะสม ผ่านการคัดสรรวัสดุอย่างปราณีตดุจงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว พิถีพิถันใส่ใจในทุกรายละเอียดเสมือนงานที่ทำด้วยมือ เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายความหรูหรา นุ่มนวล และให้ความประทับใจในทุกสัมผัส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “LIVE THE REMARKABLE LIFE หรือ ให้ชีวิตทุกบท…น่าจดจำ” พร้อมเติมเต็มความหมายใหม่ๆ ให้ชีวิตสมบูรณ์แบบและน่าจดจำ โดยปรับราคาขายเพิ่มขึ้นเพียง 10,000 บาทเท่านั้น แต่ใส่อุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมเข้ามาอีกพียบ พร้อมฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* ขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร** พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99%

New Mazda CX-5 ใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ SKYACTIV-G 2.5T ให้กำลังสูงถึง 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร มาพร้อมระบบเทอร์โบแบบ Dynamic Pressure เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์สไตล์เอสยูวีที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบในการขับขี่ด้วยสมรรถนะความแรง ให้การตอบสนองที่ดีที่สุดในคลาส และอีก 2 ทางเลือกเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 2.2 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นไปอีกระดับ และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร สัมผัสกับการควบคุมขับขี่ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้นด้วยระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง หรือ GVC Plus พร้อมใส่ดีไซน์ใหม่ภายในห้องโดยสารที่เน้นความงดงามจากความเรียบง่ายด้วยคอนเซ็ปต์ “Less is More” เพิ่มความหรูหราในทุกรายละเอียดด้วยการตกแต่งด้วยวัสดุแบบ Real Wood และเบาะหนัง Nappa สีแดง Deep Red รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay ผ่านระบบเชื่อมต่อสื่อสาร Mazda Connect ขับขี่ปลอดภัย มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี i-Activsense ที่เพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมไปถึงผู้ใช้ถนน

ALL-NEW MAZDA3 กระแสแรงเกินคาด 4 วัน ยอดจองพุ่งทะลุ 1 พันคัน

All-New Mazda3 กระแสตอบรับแรงเกินคาด บรรดาแฟนพันธุ์แท้มาสด้า3 และลูกค้าที่รอคอยการมาของยนตรกรรมเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ต่างเข้าคิวรอสัมผัสกับ All-New Mazda3 คันจริงกว่า 2,000 คน ในงานเปิดตัวแนะนำอย่างเป็นทางการ และตามโชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศลูกค้าต่างหลั่งไหลเข้าชมคันจริงอย่างไม่ขาดสาย ส่งผลให้ยอดจองพุ่งทะลุ 1,000 คัน ภายในเวลาเพียง 4 วัน มาสด้าประกาศลั่นพร้อมส่งมอบรถใหม่ได้ทันที

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า กระแสต้อนรับมาสด้า3 ใหม่ เริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเริ่มสื่อสารข้อมูลและรายละเอียดบางส่วนเกี่ยวกับรถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่สู่สาธารณชน เริ่มจากการจัดกรรม sneak preview ขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคม ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก มาสด้าจึงสร้างระบบขึ้นมาเพื่อสื่อสารกับลูกค้าและให้ลูกค้าลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์เข้าชม All-New Mazda3 ในงานเปิดตัวฯ มีลูกค้าให้ความสนใจลงทะเบียนเพื่อรับข้อมูลข่าวสารผ่านระบบออนไลน์ ผ่านช่องทางการสื่อสารของมาสด้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เกือบ 10,000 คน และเดินทางเข้าร่วมงานกว่า 2,000 คน รวมทั้งกิจกรรมการเปิดตัวพร้อมๆ กันทุกโชว์รูมทั่วประเทศ ผลปรากฏว่าลูกค้าให้ความสนใจ All-New Mazda3 อย่างล้นหลาม และมีการจองซื้อเข้ามามากกว่า 1,100 คัน ในระยะเวลาเพียงแค่ 4 วัน ทำลายสถิติเดิมที่เคยทำไว้เมื่อปี 2547 ซึ่งตอนนั้นมียอดจอง 4 วัน 1 พันคัน ซึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ รุ่น 2.0 SP หรือรุ่นท็อป มียอดจองมากกว่า 70% เป็นสัดส่วน 50:50 ระหว่าง Sedan 4 ประตู และ Fastback 5 ประตู ทั้งนี้มาสด้าได้เริ่มส่งมอบรถใหม่ให้กับลูกค้าทันที

สำหรับบรรยากาศภายในงานเปิดตัวแนะนำ All-New Mazda3 เนืองแน่นไปด้วยเหล่าแฟนพันธ์แท้มาสด้าตัวจริง และลูกค้าที่ตั้งใจมาสัมผัสกับคันจริงก่อนใคร ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือรถยนต์ที่ควรค่าแก่การรอคอยมากที่สุด ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบทั้งภายนอกและภายในที่หรูหรา สปอร์ตพรีเมียมที่มากยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์ต่างๆ ในรถรุ่นนี้สามารถสร้างประสบการณ์ครั้งใหม่ให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี

GRAND OPENING บาโนบากิ จัดใหญ่จัดบึ้ม”BANOBAGI Push Your Skin Perfect” เผยสูตรลับฉบับคุณหมอ

ดึงดีเจพุฒแชร์ประสบการณ์…กระหึ่ม!! เซ็นทรัลเวิร์ด

จัดใหญ่จัดบึ้มอลังการสมการรอคอยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วแบบ Grand Opening กับงาน “BANOBAGI Push Your Skin Perfect” เผยสูตรลับฉบับคุณหมอ ที่คุณยศพร สุวรรณวิเชียร ซีอีโอ บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด จำกัด ร่วมกับ คุณหมอบันแจยง (Dr.Ban Jae Yong) ซีอีโอ บาโนบากิ คอสเมติก (เกาหลี) และคุณหมอโอชังฮยอน (Dr.Oh Chang Hyun) ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลบาโนบากิ (รพ.ศัลยกรรมและความงามอันดับ 1 ของเกาหลี) และรายการ Let Me In เกาหลี ร่วมกันจัดงาน GRAND OPENING อย่างยิ่งใหญ่อลังการ ดึง “ดีเจพุฒ” ร่วมแชร์ประสบการณ์ พร้อมทั้งเปิดตัวมาส์ก 3 สูตรใหม่ที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์ผิวคนไทยโดยเฉพาะ โดยมีสาวๆ และผู้รักในการถนอมผิวหน้าผิวพรรณให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง พร้อมกับมินิคอนเสิร์ตจากดีเจพุฒ และการร่วมสนุกเล่นเกมแจกรางวัลใหญ่ไปทำหน้าสวยที่เกาหลี และของรางวัลพิเศษอีกมากมาย ณ ลานเอเทรียม 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

งานนี้ถือเป็นครั้งแรกสำหรับการแนะนำมาส์กคุณหมอ 3 สูตรใหม่ที่ใช้จริงในโรงพยาบาล ซึ่งได้คิดค้นนวัตกรรมนี้เป็นครั้งแรกของโลก นั่นคือสูตร “Sleepless” บำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าสำหรับคนนอนน้อย พร้อมอีก      2 สูตรใหม่ ได้แก่ Acne จัดการสิว ลดการอุดตัน, Brightening ปรับผิวกระจ่างใส มีออร่า ซึ่งมาส์กทั้ง 3 สูตรนี้ถือเป็นสูตรพิเศษสำหรับคนไทย และหาซื้อได้ที่ประเทศไทยเท่านั้น (Thailand Exclusive) ทางด้านผู้บริหารอย่าง คุณยศพร สุวรรณวิเชียร ซีอีโอ บริษัท บียอนด์ บิวตี้ เทรด จำกัด ที่พิสูจน์ความแรงของมาส์กบาโนบากิทั้ง  4 สูตรที่ได้รับการตอบรับอย่างสูง และเพื่อต้อนรับมาส์ก 3 สูตรใหม่ พร้อมตอกย้ำความสำเร็จจึงจัดงาน Grand Opening อย่างยิ่งใหญ่ โดยการเชิญหมอศัลยกรรมจากโรงพยาบาลอันดับหนึ่งจากเกาหลี บาโนบากิ คือ คุณหมอโอชังฮยอน และคุณหมอบันแจยง มาร่วมเปิดตัวแบรนด์ ตามมาด้วยมินิแฟชั่นโชว์สองสาวสวย หนึ่งหนุ่มหล่อ  จากรายการวาไรตี้ชื่อดัง Let me in เกาหลี มาสร้างความว้าวพร้อมภาพ Before-After ของเหล่านายแบบนางแบบที่ถูกแปลงโฉมมาโชว์ตัว ทำเอาผู้ร่วมงานถึงกับตะลึงอ้าปากค้างจนอยากจะจองตั๋วไปเกาหลีกันเดี๋ยวนั้นเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังได้พระเอกชื่อดังอย่าง ‘ดีเจพุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน’ ที่กำลังมีผลงานทั้งไทยจีน และปังสุดๆ ในจีนขึ้นอันดับ 1 Hot Search บน Weibo กลายเป็นอี้ป๋อเวอร์ชั่นไทย โดยภายในงานดีเจพุฒได้มาร้องเพลง และแชร์ประสบการณ์การดูแลผิวพรรณตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อสมนาคุณเหล่าสาวๆ ที่รักความสวยความงามและบรรดาแฟนคลับที่ขนกันมารอเต็มพื้นที่ลานเอเทรียมชั้น 3 เซ็นทรัลเวิลด์

นอกจากนี้ภายในงานยังมี 3 สาวบล็อกเกอร์ผู้นำด้านความงามอย่าง สายป่าน Sp Saypan สาวแซ่บ ตัวแม่ ยืนหนึ่งในวงการบิวตี้บล็อคเกอร์มานาน, ของขวัน Khwankhong สาวหมวยผิวดีผู้รอบรู้เรื่องสกินแคร์ เจ้าของแฮชแท็ก “ของขวันป้ายยา” และ กิ๊บ Gibby_p พิมพ์ชนก จิตชู แอร์โฮสเตสสาว ผิวดี ดีกรีรองอันดับ 1 นางสาวไทย 2557 พร้อมเหล่าบล็อกเกอร์ความงามกว่าครึ่งร้อย ที่มาร่วมแสดงความยินดี และแชร์ประสบการณ์การใช้จริง คุ้มราคาสมกับเป็นมาส์กขายดีของวัตสัน และ Best Mask 2019 จากนิตยสารคลีโอ พร้อมกิจกรรม   และเกมสุดพิเศษมาให้ได้ร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลอีกมากมายไปกับหนุ่มหล่อดีเจพุฒอย่างใกล้ชิดระดับถึงเนื้อ   ถึงตัว ทำเอาสาวๆ และแฟนคลับกรี๊ดกันลั่นห้าง เรียกได้ว่างานนี้เป็นการเปิดตัวมาส์ก 3 สูตรใหม่ ของบาโนบากิ ได้อย่างอลังการและสวยงามไม่น้อยเลยทีเดียว

            พบกับ BANOBAGI JELLY MASK  3 สูตรเด็ด “Sleepless” บำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าสำหรับคนนอนน้อย, “Acne” จัดการสิว ลดการอุดตัน และ “Brightening” ปรับผิวกระจ่างใส มีออร่า ได้แล้วที่วัตสัน   ทั่วประเทศ ติดตามความเคลื่อนไหว และโปรโมชั่นดีๆ ที่ Facebook : Banobagi Thailand Cosmetic, Instagram : Banobagithailand  สอบถามโทร 02-285-2975, 091-742-7890

ร.ร นานาชาติเบซิส กรุงเทพ ประกาศเปิดแคมปัสแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

ชวนคุณแม่ “ มาร์กี้” เตรียมพร้องการศึกษายุคใหม่ของลูกในอนาคต

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดแคมปัสแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างเป็นทางการ และประกาศคามพร้อมของหลักสูตร คณาจารย์ รวมถึงอาคารสถานที่ ซึ่งภาคการศึกษาแรกได้เปิดไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา

ภายในงานยังมีการเสวนาเกี่ยวกับ “เส้นทางการศึกษาสู่ความสำเร็จในยุคศตวรรษที่ 21” โดยมีแจกรับเชิญพิเศษ “ มาร์กี้ –ราศี บาเล็นซิเอก้า จิราธิวัฒน์ “ คุณแม่ลูกแฝดที่มาร่วมพูดคุยถึงการเตรียมพร้อมทางด้านการศึกษของลูกด้วยบรรยากาศอันอบอุ่นและสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีเซเลบริตี้มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

สำหรับผู้ปกครองที่สนใจสมารถติดต่อขอรับรายละเอียดเกี่ยวกับโรงเรียนนานาชาติเบซิส กรุงเทพฯได้ที่ 02-4150099 หรือ www.basisinternationalbkk.com

ช้อปสะใจต่อ ไม่รอแล้วนะ!! กับ “Watsons Cash คูปองใช้แทนเงินสด ยิ่งช้อป ยิ่งได้ ยิ่งสนุก”

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย เอาใจขาช้อปอย่างต่อเนื่อง ด้วยโปรคุ้มสุด ที่ยิ่งจ่าย ยิ่งได้คืน กับ  “Watsons Cash”  สังเกตได้จากสติ๊กเกอร์ Watsons Cash ที่ติดอยู่บนสินค้าที่ร่วมรายการจะระบุมูลค่า ของ Watsons Cash  ที่จะได้รับคืน มูลค่า 30 60 และ 100 บาท สามารถใช้แทนเงินสดเพื่อซื้อสินค้าใดก็ได้ในครั้งถัดไปโดยไม่มีขั้นต่ำ พิเศษสำหรับสมาชิกวัตสัน รับคะแนนสะสม คูณ 3 และโบนัสพ้อยท์เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ กันไปเลย! โปรโมชั่นเด็ดๆ แบบนี้ มีให้ไปช้อปกันได้ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ถึง 23 ตุลาคม 2562 ที่ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศไทย และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย  Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

วัตสัน ยืนหนึ่ง ตัวจริงเรื่องมาสก์ จัดงาน “Watsons Mask Festival” มหกรรมมาสก์นานาชาติ

จัดเต็มมาสก์กว่า 100 แบบ ให้สาวๆเลือกช้อปจุใจ ดูแลผิวหน้ากันได้ยาวๆตลอดทั้งปี

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย และในฐานะ Mask Destination” ตัวจริงเรื่องมาสก์ จึงได้จัดงาน “Watsons Mask Festival” มหกรรมมาสก์นานาชาติ เพื่อคนรักมาส์กโดยเฉพาะ โดยเป็นกิจกรรมที่ทางวัตสันจัดขึ้นทุกปีอย่างต่อเนื่อง และในปีนี้ วัตสัน ได้จำลองบรรยากาศงานสไตล์ตลาดนัดเปิดท้ายแบบต่างประเทศ เพื่อให้สาวๆ ได้มาพบกับผลิตภัณฑ์ดูแลความสวยความงาม ไม่ว่าคุณจะอยากได้ Whitening Mask, Anti-Aging Mask, Moisture Mask  หรือ Acne Mask ก็สามารถสวยครบ จบทุกการดูแลและบำรุงผิวหน้าในที่เดียว ที่สำคัญมาสก์ที่นำมายังมาจากนานาประเทศ รวมไปถึงอินเตอร์แบรนด์ชั้นนำมากมายกว่า 100 แบบ ที่มาจัดโปรโมชั่นราคาปัง ๆ พร้อมกิจกรรม และของสัมมนาคุณมากมาย เรียกได้ว่าเอาใจคนที่รักการดูแลผิว ให้มาช็อปกันแบบจุใจเต็ม 2 วันกันไปเลย แถมยังมี นักแสดงสาวแพท นปภา และดีเจนุ้ย ผลัดกันมาสร้างสีสันและมอบความสนุก ณ ลานชั้น 1 สีลมคอมเพล็กซ์ ที่ผ่านมา

วัตสัน จัดเต็มความสนุกกับกิจกรรมเพื่อคนรักมาสก์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น บูธถ่ายภาพน่ารัก ๆ และมุมมาสก์ที่จัดตามความต้องการของผิว และที่น่าจะถูกใจสาว ๆ นักช้อปมากที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นโปรโมชั่นซื้อชิ้นที่สองในราคา 1 บาท สุดฮอต ที่ทำให้สาว ๆ มาสก์เลิฟเวอร์ ถึงกับตาลุกวาว รีบพุ่งตัวเข้าไปช้อปกันไม่หยุดมือเลยทีเดียว ยังไม่หมดแค่นั้น สาวคนไหนที่เปย์หนักเปย์จริง ยังได้รับ Gift set และ Lucky Bag ที่มีสินค้าสุดฮอตอื่น ๆ ของวัตสัน กลับบ้านไปด้วยอีก งานนี้ สายมาสก์เลิฟเวอร์พูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มอย่างไงแล้วจ้า”

โดยในวันแรกเป็นการเปิดตัวงาน “Watsons Mask Festival”  และได้สาวแซ่บและฮาตัวแม่ อย่าง สาวแพท นปภา มาร่วมแนะนำทริค Beauty Shopping with guru การดูแลผิวหน้าตัวเองในเวลาอันน้อยนิดเฉพาะตัว พร้อมพาทัวร์โซนมาสก์ต่าง ๆ ให้กับผู้ที่มาร่วมงานอย่างสนุกสนาน และยังได้มาสก์ดูแลความสวยความงาม คืนความชุ่มชื่นให้ผิวหน้า ติดไม้ติดมือกันไปด้วย

ในส่วนของวันที่สอง ก็ไม่แพ้กัน เพราะนำทีมโดยดีเจนุ้ย ที่มาคอยอัปเดตเทรนด์และผลิตภัณฑ์ ที่จะช่วยให้สาวๆ ได้มีผิวหน้าสวย แลดูสุขภาพดี พร้อมแจกความสนุกกับผู้ที่มาร่วมงาน บอกเลยว่า มาสก์เลิฟเวอร์ที่มาร่วมงานนี้มีแต่ได้กับได้ ช้อปสนุกกันจนฟินตัวแตกไปเลย

สามารถติดตามข่าวกิจกรรมสุดพิเศษของ วัตสัน ได้ที่ สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

“ดื้อโบ” เกิดขึ้นแล้วในเมืองไทย ทำยังไงถึงจะไม่ดื้อโบ

4 วิธีสังเกตุพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” และวิธีป้องกัน

ปัจจุบันการเดินเข้าคลินิกเสริมความงาม กลายเป็นเรื่องปกติของคนทั่วไป เพราะใบหน้าและผิวพรรณที่แลดูสุขภาพดี จะช่วยเสริมบุคลิกภาพที่ดีและความมั่นใจต่อตัวบุคคลด้วย โดยหนึ่งในวิธีเสริมความงามที่เป็นที่นิยมของสาว ๆ และหนุ่ม ๆ ไทยก็คือ การใช้ โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน หรือที่เรียกกันสั้น ๆ “โบ” ที่ช่วยในเรื่องของการลดริ้วรอย ปรับใบหน้า ให้กระชับเข้ารูป เสริมความมั่นใจให้กับสาวๆ และด้วยความนิยมที่พุ่งสูงขึ้นจึงทำให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน มีตัวเลือกที่หลากหลาย และด้วยราคาที่แตกต่างกัน ทำให้ผู้บริโภคหลายคนตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการโดยที่ยังไม่ทันได้ศึกษาให้ดี สุดท้ายจึงนำไปสู่ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดการ “ดื้อโบ”

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เรียนเชิญผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศาตราจารย์ ดอกเตอร์ ไมเคิล มาร์ติน นักภูมิคุ้มกันวิทยา จากมหาวิทยาลัย Giessen ประเทศเยอรมนี และ ดอกเตอร์ เจอร์เกน เฟรเวิร์ต นักวิทยาศาสตร์ด้านชีวเคมีจากบริษัท Merz Healthcare ประเทศเยอรมนี หัวหน้าทีม ผู้คิดค้นวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์โบเยอรมัน มาร่วมแชร์ 4 วิธีสังเกตุพฤติกรรมที่บ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” และวิธีป้องกัน

จากผลการสำรวจ ‘พฤติกรรมการรับบริการฉีดโบทูไลนุม ท็อกซิน ในกลุ่มตัวอย่างชายและหญิงไทย’ โดย NUMBERS 10 RESEARCH พบว่า ใน 1 ปี มีผู้รับบริการโบทูไลนุม ท็อกซิน ประมาณ 3,500,000 คน ต่อปี และมีอัตราส่วนของคนในกลุ่มอายุ 25 – 29 มากที่สุด คือ 36%[1] ขณะที่ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ทำการสำรวจโดยวิธีการออนไลน์ ในแพทย์จากคลินิกความงาม จำนวน 107 คน เมื่อเดือนเมษายน ปีที่ผ่านมา พบว่าแพทย์ 8 ใน 10 คน เคยพบคนไข้ที่มีอาการดื้อโบมาแล้ว โดยอาการ คือ เกือบ 90% ผลการรักษาไม่เหมือนเดิม และ มากกว่า 60% แพทย์ใช้วิธีการเปลี่ยนแบรนด์[2] จากสถิติข้างต้นจะเห็นได้ว่า คนไทยเริ่มเข้าสู่การใช้โบทูไลนุม ท็อกซิน เร็วขึ้น และแพทย์ยังพบคนไข้ที่มีอาการดื้อโบมากขึ้นด้วย เพื่อเป็นการแก้ไขแต่เนิ่นๆ เราจะมาดู 4 วิธีสังเกตพฤติกรรมร่างกาย อาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเรากำลัง “ดื้อโบ” เพื่อหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนกัน

  1. ใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่เห็นผลไม่เท่าเดิม หรือเห็นผลน้อยกว่าที่ผ่านมา พฤติกรรมนี้เป็นสัญญาณบอกเหตุอาการเริ่มต้นของการ “ดื้อโบ” ที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายของเราได้มีการผลิตสารขึ้นมาเพื่อต่อต้าน โบทูไลนุ่ม ท็อกซิน จึงทำให้เห็นผลลัพธ์ที่น้อยลง ไม่เหมือนครั้งแรกที่ทำ
  2. ต้องเพิ่มปริมาณยา ถึงจะเห็นผลเท่าเดิม หลายครั้งที่หลังจากใช้ปริมาณยาเท่าเดิม แต่ผลลัพธ์กลับน้อยกว่า แพทย์จึงได้แนะนำให้เพิ่มปริมาณยาเพื่อคงผลลัพธ์ให้เท่าเดิมเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งวิธีนี้ ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เนื่องจากหากเรายิ่งเพิ่มปริมาณยา อาจจะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตสารออกมาเพื่อต่อต้านมากยิ่งขึ้น และอาการดื้อโบ ก็จะยิ่งมากขึ้นด้วย
  3. ต้องกลับมาเติมบ่อยขึ้น ถึงจะเห็นผลเท่าเดิม แน่นอนว่า การกลับมาเติมสารบ่อยครั้งอาจจะทำให้ทุกคนเสียเวลาและค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น แถมพฤติกรรมนี้ก็ไม่ต่างจากการเพิ่มปริมาณยา ที่จะยิ่งทำให้ร่างกายผลิตสารต่อต้านมากยิ่งขึ้น จนสุดท้ายแล้ว อาจส่งผลให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่อตัวยาและไม่แสดงผลลัพธ์ตามที่คาดหวัง
  4. เติมแล้วไม่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บอกเลยว่า หากใครที่ได้ลองมาเติมอีกครั้งแล้วไม่เห็นผล หรือต่อให้เปลี่ยนตัวยาก็แล้ว เพิ่มปริมาณก็แล้ว ทำยังไงผิวหน้าของเราก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลง อาการลักษณะนี้เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า “คุณได้เกิดการดื้อโบแบบสมบูรณ์” ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลารักษาค่อนข้างนานกว่าจะสามารถกลับมาเป็นปกติได้ สาว ๆ และหนุ่ม ๆ จึงควรป้องกันไม่ให้เกิดอาการดื้อโบตั้งแต่ต้นจะดีที่สุด  
คำอธิบาย: Merz_Xeomin_0092

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิง รังสิมา วณิชภักดีเดชา ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีป้องกันการเกิดอาการดื้อโบ ไว้ว่า “การดื้อโบ โดยทั่วไปไม่ได้อันตรายถึงชีวิต เพียงแต่จะทำให้เวลาที่เราให้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน นั้น ร่างกายจะไม่แสดงผลลัพธ์ออกมาเท่าที่ควรหรืออาจจะไม่แสดงผลเลย ซึ่งมีผลต่อการรักษาโรคต่างๆ เมื่อเราอายุมากขึ้น อาทิ ภาวะความผิดปกติที่เกิดจากการทำงานมากเกินของกล้ามเนื้อ อาการปวดศีรษะแบบไมเกรน โรคคอบิด หรืออาการหน้ากระตุก เป็นต้น แถมในด้านความสวยความงามอาจจะทำให้หลายท่านต้องเสียเงินและเวลาฟรี แต่ก็ยังมีวิธีแก้ไข นั่นคือการหยุดใช้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน เป็นเวลานาน จนกว่าร่างกายจะหยุดหรือลดการผลิตสารต่อต้านลง หรือสำหรับใครที่เพิ่งจะมีอาการดื้อโบในระยะเริ่มแรก ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้สารโบทูไลนุ่ม ท็อกซิน ที่มีความบริสุทธ์สูง โดยสามารถสอบถามแพทย์ที่เราเข้ารับการบริการได้ วิธีนี้จะทำให้ไม่เกิดการกระตุ้นสารที่ร่างกายผลิตออกมาเพื่อต่อต้าน และเมื่อเวลาผ่านไปสารที่ต่อต้านในร่างกายก็จะลดการผลิตลงด้วย ทั้งนี้ หมออยากแนะนำให้ทุกคนกันไว้มากกว่าหาวิธีแก้ไข โดยต้องรับบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น รับบริการแต่พอดี ไม่ควรเกินปีละ 3 – 4  ครั้ง ใช้ปริมาณยาที่พอประมาณ ไม่ควรเกินครั้งละ 100 ยูนิต แนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรเลือกโบทูไลนุ่ม ท็อกซินที่มีขนาดโมเลกุลเล็กและบริสุทธิ์ มีความปลอดภัยสูง เพื่อลดโอกาสของการผลิตสารต่อต้าน และเห็นผลลัพธ์ได้ดีที่สุด”

อย่าง “โบเยอรมัน By Merz Aesthetics” นวัตกรรมคุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากเยอรมัน ผลิตในประเทศเยอรมนี ได้รับการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยการขึ้นทะเบียนในสหรัฐอเมริกาและมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งประเทศไทย ผ่านการคิดค้นวิจัยและพัฒนาให้ได้มาซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะ คือมีโมเลกุลขนาดเล็กและบริสุทธิ์ ปราศจากคอมเพล็กซิ่งโปรตีนที่อาจตกค้างสะสมในร่างกาย จึงออกฤทธิ์อย่างเฉพาะเจาะจง มอบความสวยได้รวดเร็วและยังรู้สึกเป็นธรรมชาติ แสดงอารมณ์ได้อย่างเต็มที่ และจากงานวิจัยยังพบว่าการใช้โบเยอรมันต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานนั้น มีโอกาสก่อให้เกิดการดื้อโบ ต่ำ เนื่องจากเป็นสูตรที่ปราศจากคอมเพล็กซิ่งโปรตีน จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับความงามแบบเป็นธรรมชาติ และไม่ต้องกังวลเรื่องอาการดื้อ หรือไม่เห็นผลหลังการใช้ ช่วยลดโอกาสการดื้อโบในอนาคตได้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาคลินิกให้บริการได้ที่ www.merzclubthailand.com หรือ ติดตามข่าวสารที่  Facebook: MerzAestheticsThailand

“คูลิเนอร์” จัดเสวนา Culineur Talk ครั้งที่ 1 พบกับ 3 กูรูวงการอาหาร ในวันที่ 29 กันยานี้

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ ขอเรียนเชิญทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมงาน Open House และเสวนา Culineur Talk ครั้งที่ 1 ในหัวข้อThe Right Start: How to make it big in the F&B business เตรียมความพร้อมเพื่อความสำเร็จสู่การเป็น “เชฟมืออาชีพ” และ “ผู้ประกอบการร้านอาหาร” กับ 3 ผู้เชี่ยวชาญ ในแวดวงธุรกิจอาหาร ปลดล็อกความสำเร็จ กับ 3 หัวข้อสำคัญ: รสชาติ กลยุทธ์ กระแสนิยม

ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 เวลา 13.00 – 16.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดงาน

เพราะที่คูลิเนอร์เชื่อว่า เริ่มต้นดี มีชัยไปกว่าครึ่ง ภายในงานผู้เข้าร่วมงานจะได้เยี่ยมชมโรงเรียนด้านศิลปะการอาหารมาตรฐานระดับสากล และร่วมฟังเสวนา Culineur Talk ครั้งที่ 1 จาก 3 ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจอาหาร ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆ ที่ไม่เพียงจะทำให้เส้นทางสู่ความเป็นมืออาชีพและธุรกิจร้านอาหารอยู่รอด แต่ยังรุ่งอีกด้วย กับการ ติดอาวุธให้อาหารจานเด่น ให้มีดีกว่าแค่รสชาติ โดยอาจารย์บิ๊บ ชัชชญา รักตะกนิษฐผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาด้านศิลปะอาหาร ฟังเคล็ดลับความสำเร็จและกลยุทธ์ทางธุรกิจจาก คุณต่อ เพนกวิน เจ้าของธุรกิจอาหารที่สามารถฝ่าวิกฤตร้านอาหารยุคใหม่ จนสามารถกลับมายืนอย่างสวยงามด้วยรายได้มากกว่า 100 ล้านบาทต่อปี และเข้าใจกระแสนิยมและความต้องการของผู้บริโภคชาวมิลลิเนียล ผ่านมุมมองของ เพจถนัดชิม เพจรีวิวอาหารและคาเฟ่ชื่อดังที่ผู้ติดตามกว่า
4 แสนคน

สิทธิพิเศษภายในงาน สำหรับผู้ที่สมัครเรียนหลักสูตรต่างๆในวันงาน รับทุนการศึกษาหรือส่วนลดสูงสุดถึง 25% ทันที สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมงาน โดยกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนออนไลน์ที่ http://bit.ly/2jZ57Vc

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02-090-2808 หรือ www.culineur.net

มิว ปลื้มสุด! เอไอเอส ไฟเบอร์ Super Mesh Wi-Fi เน็ตบ้านสปีด 1 กิกะบิตสัญญาณเร็ว แรง ไม่กระตุก ครอบคลุมทั่วบ้าน

คอบันเทิงยุคดิจิทัลตัวจริง ต้องยกให้นางเอกสาว มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน เพราะชอบดูซีรีส์ ภาพยนตร์ คอนเทนต์บันเทิงออนไลน์ เลยฟินเป็นพิเศษ เมื่อได้ลองอินเทอร์เน็ต ในงาน “เน็ตแรงทั่วบ้าน  เพื่อประสบการณ์ที่ดีกว่า” เปิดตัวแพ็กเกจใหม่สุดเร้าใจ “SUPER MESH WiFi” ให้ความแรงเน็ตบ้านไฟเบอร์1 Gbps (กิกะบิต) จาก เอไอเอส ไฟเบอร์ ผู้นำอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ความเร็วสูงบนโครงข่ายไฟเบอร์ออพติกแท้ 100% มอบประสบการณ์ความเร็ว แรง เต็มสปีด ที่มาพร้อมNokia WiFi Beacon 1 (Mesh WiFi) อุปกรณ์กระจายสัญญาณ Wi-Fi ประสิทธิภาพสูง ระดับพรีเมียม ณ ร้านบลู เอเลเฟ่นท์ สาทรใต้ เมื่อวันก่อน

งานนี้ สาวมิว ได้เข้าครัวสวมวิญญาณแม่ครัว เปิดคลิปฝึกทำเมนูยำส้มโอแบบช่ำชอง ถึงแม้ว่าห้องครัวจะเป็นจุดอับสัญญาณ แต่ก็สามารถดูคลิปวีดิโอได้แบบไม่มีสะดุด สาวมิว คอนเฟิร์ม!! สัญญาณแรงสุด สปีดสุด   ตัวจริง!

นางเอกมิว กล่าวว่า “เวลาพักผ่อนอยู่บ้าน มิวจะชอบดูหนัง ฟังเพลง เล่นอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว พอได้มาลองใช้ เอไอเอส ไฟเบอร์ จากแพ็กเกจSUPER MESH WiFi”  รู้สึกตอบโจทย์คนยุคนี้มาก เพราะสัญญาณเร็ว แรงเต็มสปีดแถมยังมีอุปกรณ์กระจายสัญญาณ Wi-Fi ประสิทธิภาพสูง จะทำกิจกรรมอยู่ตรงไหนของบ้านก็ยังต่อเน็ตได้สัญญาณแรงชัด ไม่มีหลุด โดนใจมากค่ะ”

สำหรับผู้ที่สนใจแพ็กเกจ SUPER MESH WiFi” ความแรงเน็ตบ้านไฟเบอร์ 1 Gbps พร้อม Nokia WiFi Beacon 1 (Mesh WiFi) ราคาเริ่มต้นเพียง 999 บาทต่อเดือน หรือแพ็กสุดคุ้ม เพียง 1,099 บาทต่อเดือน รับเพิ่มกล่อง AIS PLAYBOX พร้อมรับชมคอนเทนต์ระดับโลกแบบฟินจุใจจากช่องดัง และ NETFLIX  สอบถามเพิ่มเติม http://www.ais.co.th/fibre/

มาสด้าคว้าแชมป์ 2 สนามรวด ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ 2019

บางแสน สตรีท เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี – ประเทศไทย, 6 กันยายน 2562 – มาสด้า2 สกายแอคทีฟคลีนดีเซล อวดความเป็นสายพันธุ์ตัวจริงด้วยความแรงและสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ผนวกกับฝีมือ 2 นักแข่งระดับเทพอย่าง “มานะ พรศิริเชิด” หมายเลข 43 รุ่น 5 ประตู และหนุ่มน้อย “จารุตม์ จรวิเศษ” หมายเลข 55 รุ่น 4 ประตู นำทีม Mazda Innovation Motorsport คว้าแชมป์เรซที่ 3 ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Thailand Super Series 2019” ประเภทรุ่น Thailand Super Compact นับเป็นการครองแชมป์ประเภททีม 2 สนามติด พร้อมลุยต่ออีก 2 สนามสุดท้าย เป้าหมายตำแหน่งแชมป์ฤดูกาล 2019 ไม่ไกลเกินเอื้อม 

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย กล่าวว่า แม้ว่าการแข่งขันในปีนี้จะมีการปรับเปลี่ยน กฎ กติกา และรูปแบบการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการลงแทร็คร่วมกับประเภทรุ่น Thailand Super Production การทำความเร็วยากขึ้นด้วยจำนวนรถที่เพิ่มขึ้น การแข่งขันในรูปแบบเอ็นดูรานซ์ ที่ต้องการทั้งสมรรถนะและความอึดของทั้งรถและนักแข่ง จากผลการแข่งขัน 2 สนาม ที่ผ่านมา สร้างความมั่นใจในขีดความสามารถของรถมาสด้า2 ได้เป็นอย่างดี ว่าจะสามารถนำทีมก้าวไปสู่การเป็นแชมป์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

การแข่งขันในสนามนี้เริ่มต้นในเรซที่ 3 มานะออกสตาร์ทอันดับ 6 ส่วนจารุตม์ ออกสตาร์ทในอันดับที่ 9 พร้อมกับสายฝนที่เริ่มโปรยปรายกลายเป็นอุปสรรคในการแข่งขัน ด้วยประสบการณ์ของนักแข่งและทีมงานตัดสินใจไม่เปลี่ยนเป็นยาง Wet Slick เพื่อไม่ให้ต้องเสียเวลา และเสียโอกาสในการทำความเร็ว ซึ่งแน่นอนว่า 2 นักแข่ง ต้องงัดทั้งฝีมือและประสบการณ์ทั้งหมดในการควบคุมรถบนถนนเปียก เสี่ยงต่อเสียการทรงตัวเป็นอย่างมาก แต่ทั้งคู่กลับทำผลงานได้ดีเยี่ยม มานะสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ ส่วนจารุตม์ เข้าเส้ยชัยอันดับ 5

ส่วนเรซที่ 4 ยังต้องลุ้นตัวโก่งไม่แพ้กัน ด้วยเป้าหมายสูงสุดคือตำแหน่งแชมป์ในสนามนี้ แม้มานะต้องบวกเวลาเพิ่มถึง 27 วินาที ด้วยการเข้าพิทตามกฎการแข่งขัน ทำให้หล่นมาอยู่ในอันดับ 8 แต่ยังสามารถไต่อันดับจนจบการแข่งการขันในอันดับ 5 ส่วนจารุตม์ แม้จะไม่ได้ออกสตาร์ทในอันดับหัวแถว แต่สามารถทำความเร็วเร่งแซงนักแข่งรุ่นพี่จนขึ้นไปยืนบนโพเดี้ยมในอันดับ 4 แต่เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนผลการแข่งขัน ส่งผลให้เจ้าจารุตม์ขยับตำแหน่งขึ้นมาเป็นอันดับ 3 และคว้าแชมป์ประเภททีมต่อเนื่องเป็นสนามที่ 2 ได้สำเร็จ 

ตารางการแข่งขันรายการ Thailand Super Series 2019 สนามต่อไป

  • สนาม 5 และ 6 วันที่ 27 – 29 กันยายน ณ สนาม พีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี
  • สนาม 7 และ 8 วันที่ 25 – 27 ตุลาคม ณ สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดีย

เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial: Facebook/YouTube/Instagram/LINE

“xCash” ผนึก “เพลย์บอย” เปิดมิติใหม่พลิกโฉมการจับจ่ายยุคสังคมไร้เงินสด มอบสิทธิพิเศษ

รับแต้มเงินคืนจากทุกการใช้จ่าย กินดื่ม ช้อป อย่างจุใจ กว่า 30 สาขาทั่วประเทศ

แอปพลิเคชัน “เอ็กซ์แคช” (xCash) ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค “ชีวิตสมาร์ท ฉลาดใช้…โหลด xCash” ภายใต้ บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DLC) เดินหน้าจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ ล่าสุด ผนึกกำลังกับแบรนด์ “เพลย์บอย” ทั้งแฟชั่น และคาเฟ่ เพื่อเพิ่มอีกหนึ่งทางเลือก ด้วยสิทธิประโยชน์ทวีคูณให้กับลูกค้า มอบสิทธิพิเศษทั้งส่วนลดและรับแต้มเงินคืนจากทุกการใช้จ่าย ไม่ว่าจะกิน ดื่ม ช้อปฯ พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ตอบโจทย์การใช้จ่ายยุคสังคมไร้เงินสด เฉพาะลูกค้า xCash รับแต้มเงินคืนเพิ่มอีก 5% ที่เพลย์บอยช็อปกว่า 30 สาขาทั่วประเทศ และรับแต้มเงินคืน 7% ที่เพลย์บอยคาเฟ่ ทั้ง 4 สาขา ตั้งแต่กันยายน 2562 เป็นต้นไป  และเปิดตัวด้วยโปรโมชั่นสุดว้าว ภายในเดือนกันยายนนี้ ช้อปฯ ชิ้นที่ 2 ที่เพลย์บอยช็อป รับส่วนลดถึง 49% อีกด้วย

นายนนทิ ศัพทเสวี ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท ดิจิต้าไลฟ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DLC) เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดตัวแอปพลิเคชัน “เอ็กซ์แคช” (xCash) มาตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 จนถึงขณะนี้ ได้มีการตอบรับดีมากจากคู่ค้าหลากหลายธุรกิจ เพื่อมอบความสุขผ่านสิทธิพิเศษมากมาย สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้ง กินดื่ม ท่องเที่ยว ผ่านการเปลี่ยนคะแนนสะสมต่างๆ มาใช้แลกแทนเงินสด

หรือการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต พร้อมเพย์ แล้วรับแต้มเงิน xCash คืนกลับไป ซึ่งตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ได้เป็นอย่างดีตามสโลแกน “ชีวิตสมาร์ท ฉลาดใช้…โหลด xCash”

“ล่าสุด เอ็กซ์แคช (xCash) ได้จับมือกับแบรนด์ เพลย์บอย (PLAYBOY) ที่ตอบสนองผู้บริโภคทั้งกลุ่มแฟชั่น และเพลย์บอยคาเฟ่ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า โดยผู้ใช้บริการจะได้รับส่วนลดเป็นแต้มเงินคืนสะสมจากการชำระค่าสินค้า เหตุผลที่เราจับมือแบรนด์เพลย์บอยเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพราะเป็นแบรนด์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกับ xCash คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ และมีพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ชีวิตสะดวกง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังเป็นแบรนด์ที่มีสาขาจำนวนมาก ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้จ่ายได้ง่าย และเพลย์บอยมองว่า xCash เป็นเทคโนโลยีที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูง ที่จะสามารถช่วยหนุนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดขาย และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ได้เป็นอย่างดี สำหรับแผนงานต่อจากนี้ไป เราจะยังคงเดินหน้าเจรจากับพันธมิตรทางธุรกิจ ย่านสุขุมวิท ตั้งแต่ชิดลมไปจนถึงบางนาโดยเน้นกลุ่มที่เป็นช้อปปิ้ง, กิน, เที่ยว, ร้านอาหาร, โรงแรม และเอสเอ็มอี”

นายนนทิ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา ‘เอ็กซ์แคช’ จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจแล้วกว่า 500 แบรนด์  ถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมาก และที่สำคัญมีลูกค้าให้การตอบรับอย่างดียิ่ง ณ วันนี้ เรามียอดการดาวน์โหลดสูงถึง 1 แสนดาวน์โหลดแล้ว และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะพุ่งไปถึง 7 แสนดาวน์โหลดในเร็วๆ นี้ และมีร้านค้าพันธมิตรเข้าร่วมมากถึง 2,000 แบรนด์ภายในสิ้นปีนี้  นอกจากนี้เรายังพบว่าปัจจุบันลูกค้า 1 คน มียอดโอนคะแนนสะสมมาที่แอป xCash เฉลี่ยคนละ 1.4 หมื่นแต้ม มียอดการใช้จ่ายต่อคน 1,000– 10,000 บาทขึ้นไป

ด้าน นายภูมิวรรธน์  หวังวรวงศ์ ประธานบริหาร บริษัท ล้ำยุค (มิลเลนเนียม 2002) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ คือผู้จัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์เพลย์บอย ซึ่งดำเนินธุรกิจมาแล้ว 16 ปี มีกว่า 100 สาขาทั่วประเทศ ที่ผ่านมาธุรกิจในกลุ่มแฟชั่นมีการขยายตัวดีโดยมีปัจจัยหลักมาจากการวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่แม่นยำ ทั้งยังจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจรายใหญ่ที่มีศักยภาพสูง และมีฐานลูกค้าจำนวนมาก จึงทำให้เราประสบความสำเร็จเติบโตมาอย่างมั่นคง เช่น กลุ่มธนาคาร โทรทัศน์ แม็กกาซีน
เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ภาพยนตร์ โรงแรม ร้านอาหาร เอสเอ็มอี โดยมุ่งเน้นเจาะไลฟ์สไตล์ของกลุ่มลูกค้า

“ที่ผ่านมาเราได้วางให้เพลย์บอย คือ ไลฟ์สไตล์บิซิเนสมีสินค้า และบริการที่หลากหลาย ทั้ง เสื้อผ้า แอกเซสซอรี่ อาหาร และอื่นๆ ที่เราจับมือกับ xCash เพราะมองว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ เพื่อรองรับคนรุ่นใหม่ รับสังคมไร้เงินสดที่มาจับจ่ายผ่านแอปพลิเคชัน และจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการสะสมแต้มเงิน หรือนำคะแนนสะสมจากบัตรเครดิตโอนมาเป็นแต้มเงินเพื่อใช้แลกซื้อสินค้า แถมยังมีส่วนลดอีกมากมาย ซึ่งลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา คือ รุ่นตั้งแต่เจน X และคนรุ่นใหม่อย่างเจน Y และเจน Z”

“เอ็กซ์แคช เป็นพันธมิตรที่มีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มเป้าหมายของเพลย์บอยเช่นกัน เราจึงเชื่อมั่นว่าจะส่งเสริมกันได้ดี โดยจะเริ่มแผนงานตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป ทั้งนี้ฐานลูกค้าเพลย์บอย ปัจจุบันมีประมาณ 1 แสนคน และคาดว่า หลังจากจับมือกับ “เอ็กซ์แคช” จะเป็นปัจจัยหนุนให้มีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 1.5 แสนคน โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ระดับตลาดกลางถึงบน เกรด B+ ขึ้นไป และมีกำลังซื้อ” นายภูมิวรรธน์  กล่าว

ขณะที่ นางสาวพรภัทร หวังวรวงค์ กรรมการผู้จัดการ บ.ล้ำยุคฟู๊ด จำกัด กล่าวเสริมว่า “นอกจากสินค้าแฟชั่นแล้ว Playboy Café เป็นอีกหนึ่งธุรกิจของเพลย์บอยที่ให้บริการด้านอาหาร และเครื่องดื่มPlayboy Cafe’ ถือได้ว่าเป็นร้านอาหารในรูปแบบ Pastries Bar ภายใต้โลโก้ Playboy ที่แรกของโลก

ปัจจุบันมี 4 สาขา และในอนาคตมีแผนธุรกิจจะขยายสาขามากขึ้น สำหรับการทำงานกับแอปพลิเคชัน เอ็กซ์แคช เรามองว่าเป็นสิ่งที่จะช่วยหนุนธุรกิจเราให้เติบโต และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าเราได้เป็นอย่างดี และเป็นนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยขยายฐานลูกค้าเราให้เพิ่มมากขึ้นเพราะช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงินให้รวดเร็วทันสมัย โดยไม่ต้องใช้เงินสดแถมยังได้ส่วนลด และสะสมแต้มเพื่อแลกเป็นส่วนลด ซื้อสินค้าได้เต็มจำนวนจริงอีกด้วย”

“นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มโอกาส ให้ลูกค้าในการตัดสินใจซื้อสินค้าเพิ่มเติมมากขึ้น จาก 1 ชิ้น อาจกลายเป็น 2 ชิ้น หรือมากกว่านั้น เพราะมีแรงจูงใจในเรื่องของส่วนลด และการสะแสมแต้มได้เช่นกัน ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า และยังเป็นการตอบโจทย์การใช้จ่ายยุคสังคมไร้เงินสดอีกด้วย” นางสาวพรภัทร กล่าว

สำหรับใครยังไม่มีแอปฯ “xCash” สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งที่ App store และ
Play store สำหรับรายชื่อร้านค้าที่สามารถใช้แอปฯ “xCash” ได้สามารถตรวจสอบได้ที่https://www.xcashrewards.com/privilege  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร.063-905-5888 #xCash #ชีวิตสมาร์ทฉลาดใช้ #โหลดxCash

“Watsons Member Day” จัดกิจกรรมสุดประทับใจจับมือเหล่าสมาชิกวัตสันทำกิจกรรมจิตอาสา เย็บเต้านมเทียม

เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ณ ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลขอนแก่น

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย จัดกิจกรรมสุดประทับใจ โดยเชิญชวนเหล่าสมาชิกคนพิเศษของวัตสัน ร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมกระชับความสัมพันธ์ ผ่านการเป็นจิตอาสาเย็บเต้านมเทียม เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ในกิจกรรม Watsons Member Day” โดยครั้งนี้ วัตสัน ได้ยกขบวนไปจัดกันที่จังหวัดขอนแก่น ร่วมกับคณะผู้บริหารและพนักงาน วัตสัน ประเทศไทย พร้อมนักแสดงหนุ่มหล่อ ต๊ะ วริษฐ์ ทิพโกมุท ที่มาร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาเย็บเต้านมเทียม ณ ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลขอนแก่น ที่ผ่านมา

นายบดินทร์ เปรมประเสริฐ Marketing Communications Controller วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสัน ประเทศไทย ในฐานะร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทยและเป็นแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เราให้ความสำคัญแก่ลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ลืมที่จะรับผิดชอบต่อสังคม เราจัดกิจกรรม “Watsons Member Day” เพื่อมอบความสุข กระชับความสัมพันธ์และใกล้ชิดกับสมาชิกวัตสันของเราได้มากยิ่งขึ้น ผ่านกิจกรรมจิตอาสาต่าง ๆ โดยปีนี้เราได้มาจัดกิจกรรมกันที่จังหวัดขอนแก่น ด้วยการเชิญชวนพนักงานและสมาชิกวัตสันชาวขอนแก่น มาร่วมทำกิจกรรมเย็บเต้านมเทียม เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ณ ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลขอนแก่น ซึ่งเราก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากสมาชิกวัตสันทุกคน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานในวันนี้จะมอบความสุขและความอิ่มใจให้กับสมาชิกวัตสันชาวขอนแก่นทุกคน ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและตอบแทนสังคมครับ”

กิจกรรมเย็บเต้านมเทียม เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ณ ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลขอนแก่น เป็นกิจกรรมที่ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากทุกฝ่าย ทั้งจาก วัตสัน ประเทศไทย ศูนย์รักษ์เต้านม โรงพยาบาลขอนแก่น และสมาชิกวัตสันที่เป็นบุคคลทั่วไป โดยมีคณะแพทย์และพยาบาลมาคอยดูแลและสอนวิธีการเย็บเต้านมเทียมอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ หลังจากเย็บเต้านมเทียมเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ได้มีการมอบเต้านมเทียมให้กับผู้ป่วยมะเร็งเต้านม โดยตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมนี้ ทุกคนที่เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำกิจกรรมและผู้ป่วยมะเร็งเต้านมต่างมีรอยยิ้ม ที่เต็มไปด้วยความสุขและความอิ่มใจ เป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง

ท่านใดที่สนใจอยากเข้าร่วมกิจกรรมดี ๆ กับทางวัตสันแบบนี้ สามารถติดตามข่าวกิจกรรมสุดพิเศษ สำหรับชาวสมาชิกวัตสันได้ที่ สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

สายกินงานเข้า ได้พุงกางกันทั่วหน้า MBK Center ประเคนเอาใจกันให้หนำตำให้ถึงปาก กับ MBK CENTER FOOD FAB By DRAG แดก “อร่อยแน่ แม่การันตี”

เทศกาลอาหารจานแซ่บแดร็กกันให้เรียบ อุ้ย รวิวรรณ จินดา การันตีความอร่อย

งานนี้สายกินที่เรียกตัวเองว่า Food Lover มีเฮกันจนพุงกางแน่  เมื่อ เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ร่วมกับ อุ้ย รวิวรรณ จินดา และ นาตาเลีย เพลียแคม จัดเทศกาลอาหารสนองปากคนรักอาหารและจานเด็ด MBK CENTER Food Fabulous by Drag แดก “อร่อยแน่ แม่การันตี” สายอาหารมาพร้อมเรื่องราวของแฟชั่นมันส์ๆ เทศกาลที่รวบรวมเอาร้านอาหารชื่อดังระดับตำนานและร้านแฟชั่นสุดกิ๊บเก๋มาอยู่บนเวย์เดียวกันได้อย่างน่าทึ่ง 4-8 กันยายน2562นี้ ณ ลานกิจกรรม MBK Avenue โซน A-B ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

         โดยคุณสมพล ตรีภพนารถ กรรมการผู้จัดการธุรกิจศูนย์การค้า บ.เอ็ม บี เค จำกัด ( มหาชน) ในฐานะผู้จัดงานและคุณอุ้ย รวิวรรณ จินดา ผู้ร่วมจัดงาน MBK CENTER Food Fabulous by Drag แดก เทศกาลอาหารสนองปากคนรักอาหารและจานเด็ดนี้  ได้ดึงตัวแม่สายแดร็ก นาตาเลีย เพลียแคม เจ้าของตำแหน่งไทยแลนด์ แดร็ก ซูเปอร์สตาร์คนแรกปี 2018 พิธีกรชวนชิมอาหารแนวเว่อร์วังอลังการที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครทำเหมือน กับคู่หูสุดจี๊ด ไจ๋ซีร่า ที่สร้างความสุขให้ผู้ชมด้วยการตระเวนกินตระเวนฮาที่ตามมาด้วยยอดวิวยอดติดตามที่สูงลิ่วในยูทูบในรายการที่ชื่อ Drag แดกมาเป็นผู้จัด  โดยมีนายชัชวาลล์ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฯ หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทให้เกียรติเป็นประธานในงาน

 ซึ่งตลอด 5 วันของเทศกาลนี้ บรรดาผู้ชมนักชิมทั้งหลายที่มาตระเวนหาของอร่อยจะได้พบกับรายการพิเศษการแสดงบนเวทีโชว์และกิจกรรมเล่นเกมส์แจกของรางวัลเพื่อมาสร้างสีสันและความสนุกสนานในบรรยากาศอร่อยลิ้นของบรรดาร้านอาหารขึ้นชื่อระดับตำนานและหาชิมได้ยาก อาทิ ส้มตำอมร จานเด็ดยอดฮิตสุดอลังจากพัทยา ราดหน้าฟาไฉ คอหมูพระราม 5 ผลิตภัณฑ์มะพร้าวอ่อนจากฟอร์เอเวอร์โคโค่ ไอศรีมอบเทียน ผลิตภัณฑ์ออแกนิก Raw and Real และอีกเพียบ

พร้อมโปรโมชั่นพิเศษสุด เพียงเข้าร่วมกิจกรรมกับเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ผ่านทางเว็บไซต์ หรือเฟซบุ๊ก มีสิทธิ์ลุ้นรับคูปองใช้แทนเงินสดในงาน สนใจติดตามรายละเอียดได้ที่  FB MBK Center หรือที่ www.mbkcenter.co.th ใครที่เรียกตัวเองว่า Food Lover และสายกินทั้งหลาย ที่ “ชอบชิม ชอบช้อป ชอบแชะ ชอบแชร์” ไม่ควรพลาด  MBK CENTER FOOD FAB By DRAG แดก อร่อยแน่… แม่การันตี เทศกาลนี้ด้วยประการทั้งปวง

 วันที่ 4 – 8 กันยายนนี้ ณ ลานกิจกรรม MBK Avenue โซน A-B ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าถึงสี่ทุ่ม โดยกิจกรรมจะอยู่ในช่วง 16.00 น. เป็นต้นไปในแต่ละวัน

 วันที่ 4 กันยายน 2562

– กิจกรรม Drag Queen Show

 วันที่ 5 กันยายน 2562

 – เป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรม จาก สำนักดาบพุทไธสวรรย์ กาญจนบุรี

  วันที่ 6 กันยายน 2562

– กิจกรรม Fashion Show สาว Plus Size

   วันที่ 7 กันยายน 2562

– กิจกรรม Cooking Show By RICE

– กิจกรรม Drag Queen Battle

 วันที่ 8 กันยายน 2562

กิจกรรม Cooking Show By RICE

มินิคอนเสิร์ตรวมศิลปิน ฟอร์ด สบชัย อุ้ย รวิวรรณ แต๋ม ชรัส เฟื่องอารมณ์ ต้อม ไกรวิทย์ มัน ลาโคนิค ปราโมทย์ วิเลปะนะ และเพื่อนๆ

สวารอฟสกี้เปิดตัวเครื่องประดับประจำคอลเลกชันฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2019เผยโฉมมนต์เสน่ห์แห่งประกายแสงอันเจิดจรัส

สำหรับฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาวปี 2019 สวารอฟสกี้ได้เผยโฉมมนต์เสน่ห์แห่งประกายแสงอันเจิดจรัสในทุก ๆ แง่มุมผ่านเครื่องประดับ นาฬิกาและแอคเซสเซอรี่คอลเลกชันใหม่ ที่จะทำให้ทุกวันกลายเป็นวันที่สุดแสนจะพิเศษ พร้อมทั้งดึงความงดงามและความมั่นใจของผู้สวมใส่ออกมาให้เปล่งประกายเจิดจ้า

มนต์เสน่ห์คอลเลกชันใหม่ล่าสุดของสวารอฟสกี้นี้อยู่ที่การเล่นของแสงที่ส่องกระทบคริสตัลที่ก่อให้เกิดเป็นประกายแสงระยิบระยับชวนหลงใหล ที่ครองใจผู้คนมาแล้วทั่วโลก

นาตาลี โคลิน ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของสวารอฟสกี้ ผู้ซึ่งผสมผสานนำองค์ประกอบของไพ่ทาโร่และโหราศาสตร์เข้าไปผสมผสานในคอลเลกชันล่าสุดอธิบายว่า “ประกายแสงถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคริสตัล เพราะแสงคือสิ่งที่ช่วยปลุกชีวิตให้กับคริสตัลเหมือนที่ปลุกชีวิตชีวาให้กับมนุษย์เรา ซึ่งในปัจจุบันผู้คนต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย เราจึงอยากจะเผยแพร่เรื่องราวดี ๆ เพื่อเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติอันน่าหลงใหลและสวยงาม คอลเลกชัน Magic Light ได้รับแรงบันดาลใจมากจากภูมิทัศน์ธรรมชาติอันสวยงามของประเทศไอซ์แลนด์ผสานกับท้องฟ้าอันสว่างไสวของขั้วโลกเหนือที่เต็มไปด้วยแสงเหนืออันเจิดจ้า ซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีเม็ดงามที่นำทางผู้สวมใส่ไปสู่อนาคตที่สว่างสดใสและเจิดจรัส”

คอลเลกชันนี้ยังได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสร้างสรรค์ งานหัตถศิลป์ และคำมั่นสัญญาของสวารอฟสกี้ที่ต้องการให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกได้แสดงตัวตนอันงดงามและเปล่งประกายไปกับเครื่องประดับ รูปทรงของดวงดาวระยิบระยับที่ถูกแต่งแต้มด้วยสัญลักษณ์ไพ่ทาโร่ เครื่องราง และสัญลักษณ์โหราศาสตร์ ที่จะเพิ่มความเปล่งประกายเจิดจรัสให้กับผู้หญิงทุกคน ไม่ว่าจะมีแบบสไตล์ไหนก็ตาม ด้วยจี้และสร้อยคอยาวหรูหรา แหวนค็อกเทลอันโด่ดเด่นที่จะสะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์อ่อนหวาน และตกแต่งด้วยต่างหูประดับคริสตัลให้ผู้หญิงทุกคนได้ค้นหาและปลดปล่อยตัวตนไม่ว่าโอกาสไหน ๆเฉดสีม่วงเข้มและสีม่วงสดที่มาพร้อมกับประกายระยิบระยับช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาวให้มีชีวิตชีวาได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้สีโมโนโครมยังได้รับการปรับเพื่อให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้นสำหรับช่วงเทศกาล พร้อมแต่งแต้มด้วยเฉดสีสดใสอย่างสีเขียวสด สีแดง และสีน้ำเงิน

ผลิตภัณฑ์ไฮไลท์

ฤดูใบไม้ร่วง

กลุ่มเครื่องประดับ Torat Magic คอลเลกชันใหม่สะกดสายตาและอวดโฉมในฤดูใบไม้ร่วง ที่มาพร้อมกับเครื่องประดับ Swarovski Symbolic และ Swarovski Remix Collection ครั้งนี้สวารอฟสกี้ได้นำสัญลักษณ์ไพ่ทาโร่มาดีไซน์ใหม่โดยเพิ่มความงดงามโดดเด่นเข้าไปให้กับตัวไพ่ โดยไพ่นกนางแอ่น โพดำ ดวงตาปีศาจและสัญลักษณ์มือ ทั้งหมดถูกนำมาหลอมรวมเข้ากับเครื่องประดับที่สามารถสวมใส่ได้หลายแบบ พร้อมทั้งยังประดับเพิ่มเติมด้วยคริสตัลของสวารอฟสกี้ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายอังทรงคุณค่าราวกับสะกดไว้ด้วยเวทมนต์

ฤดูหนาว

หากต้องการหลบหนีจากโลกที่แสนจะวุ่นวายในปัจจุบัน การมองไปยังดวงดาวอันไกลโพ้นนั้นอาจจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด คอลเลกชันฤดูหนาวปีนี้มาพร้อมกับสัญลักษณ์ของดวงดาวอันเปล่งประกายหลากหลายแบบที่จะมอบความรู้สึกดี ๆ ให้ผู้สวมใส่ท่ามกลางโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอนและสุดแสนจะวุ่นวาย ดวงจันทร์และดวงดาวต่างเติมเต็มเสน่ห์ให้กับ Swarovski Symbolic และ Swarovski Remix Collection อันงดงามที่จะสะกดทุกคู่สายตาเมื่อใส่ซ้อนกันเป็นชั้น ๆ และสวมคู่กับเครื่องประดับ Moosun และนาฬิกา Octea Lux Moonphase

เทศกาลแห่งความสุข

เติมเต็มความสนุกให้กับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองไปกับดีไซน์ขนนกนางฟ้าทั้ง Naughty และ Nice จากสวารอฟสกี้ ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง การมอบของขวัญ การให้รางวัลกับตัวเอง การใช้เวลารวมกันและสิ่งที่ขาดไม่ได้คือการแสดงความเป็นตัวเองที่เปล่งประกายโดดเด่นไม่ซ้ำใคร  กลุ่มเครื่องประดับ Nice สวยงาม สง่า และอ่อนหวาน สื่อถึงความใสซื่อบริสุทธิ์ การปกป้อง ความรักและความกลมเกลียวซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับมอบเป็นของขวัญให้กับสาว ๆ ที่น่ารักและแสนดีมาตลอดปี ส่วน Naughty มาพร้อมกับความจัดจ้านและความซุกซนที่เจิดจรัสไม่แพ้กัน

สวารอฟสกี้                             

สวารอฟสกี้นำเสนอสินค้าหลากหลายประเภทที่เป็นหนึ่งในด้านคุณภาพ ฝีมือการประดิษฐ์ และความคิดสร้างสรรค์ หลังจากก่อตั้งขึ้นในออสเตรียเมื่อปี 1895 ปัจจุบัน สวารอฟสกี้ได้ออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายคริสตัลคุณภาพสูง อัญมณีแท้และอัญมณีสังเคราะห์ รวมถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น เครื่องประดับ แอคเซสเซอรี่ และไฟส่องสว่าง ปัจจุบันบริหารงานโดยสมาชิกรุ่นที่ห้าของตระกูล โดยมีร้านค้าประมาณ 3,000 สาขาอยู่ใน 170 ประเทศทั่วโลก มีพนักงานกว่า 27,000 คน และสร้างได้รายได้ประมาณ 2,700 ล้านยูโรในปี 2017

Swarovski Crystal Business จัดตั้ง Swarovski Group ขึ้นร่วมกับบริษัทในเครือ ซึ่งได้แก่ Swarovski Optik (ทัศนอุปกรณ์) และ Tyrolit (เครื่องมือเจีย ตัด ขัด เจาะ) ในปี 2017 Swarovski Group สร้างรายได้ 3,500 ล้านยูโร และมีการจ้างงานกว่า 32,000 ตำแหน่ง

การสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนและโลกใบนี้อย่างมีความรับผิดชอบเป็นมรดกตกทอดส่วนหนึ่งของสวารอฟสกี้เสมอมาและปัจจุบันยังคงปลูกฝังอยู่ในโครงการส่งเสริมความยั่งยืนที่แข็งแกร่งของบริษัท นอกจากนี้แล้ว โครงการ Swarovski Waterschool ยังมอบความรู้แก่ประชาชนทั่วโลกและเข้าถึงเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณแม่น้ำสายสำคัญที่สุดโลกมาแล้ว 500,000 คน ส่วน Swarovski Foundation ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและความสร้างสรรค์ ส่งเสริมสิทธิและความเป็นอยู่ของผู้หญิงและเด็ก อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม

www.swarovskigroup.com

“เบลล่า” ทึ่ง! ลองรถยนต์ไร้คนขับ สุดว้าว ควบคุมจากกรุงเทพฯ สู่ หาดใหญ่ ผ่าน 5G ฝีมือ “เอไอเอส-ม.อ.”

ตื่นเต้นสุดๆ ไปเล้ยยย สำหรับ นางเอกสาวสุดฮอต เบลล่า-ราณี แคมเปน พรีเซนเตอร์เอไอเอส ที่ได้มีโอกาสไปไดรฟ์เทสต์ (Drive Test) รถยนต์ไร้คนขับ!! ที่สามารถบังคับรถทางไกล ขับข้ามภูมิภาคระหว่างกรุงเทพฯ และสงขลา ด้วยระยะทางกว่า 900 กิโลเมตร ผ่านระบบ 5G (1st 5G Remote Control Vehicle) เป็นครั้งแรกของประเทศไทย พัฒนาโดย เอไอเอส ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) บอกเลยว่า สาวเบลล่า กรี๊ดเว่อร์เพราะว่า ได้ลองสั่งบังคับรถให้วิ่งไกลถึงหาดใหญ่ ผ่านการสั่งงานระยะไกลแบบเรียลไทม์และปลอดภัย บนเครือข่าย 5G โดยที่ไม่จำเป็นต้องนั่งขับอยู่ในตัวรถเลย งานนี้ เบลล่า ฟันธง!! รถไร้คนขับ 5G  วิ่งได้จริงจ้า

สิงห์ เอสเตท ประกาศเข้าร่วมเป็นสมาชิก Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA)

สิงห์ เอสเตท ประกาศเดินหน้าเข้าร่วมเป็นสมาชิก Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) ซึ่งเป็นเครือข่ายความร่วมมือที่ดำเนินงานเพื่อขยายบทบาทของภาคเอกชนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ผ่านการรณรงค์ให้องค์กรเห็นความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพ และมีการดำเนินงานโดยคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดคล้องไปกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ (SDGs)

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเข้าร่วมเป็นสมาชิก B-DNA ในครั้งนี้ สอดคล้องกับปรัชญาในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบของสิงห์ เอสเตท เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global Holding Company โดยการสร้างความสมดุลในการอยู่ร่วมกันของสังคมและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบคุณค่าและความต้องการให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม บนพื้นฐาน Good Corporate Citizenship อีกทั้งเราตระหนักเสมอว่า การดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์นั้น เป็นสิ่งที่ทำให้สำเร็จได้ยากถ้าหากต่างคนต่างทำ ดังนั้น เราจึงดำเนินโครงการต่างๆโดยอาศัยความช่วยเหลือและความร่วมมือจากหลากหลายภาคส่วนในสังคม ที่มาช่วยขับเคลื่อนและผลักดันให้โครงการต่างๆเกิดขึ้น อาทิ โครงการ “พีพี กำลังจะเปลี่ยนไป” ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทฯจัดตั้งขึ้นในปี 2559 ตามกรอบแนวคิด “พีพี โมเดล” ซึ่งเป็นแนวทางที่อยู่บนพื้นฐานของ IUCN โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อฟื้นฟูปะการังฟอกขาวที่เกาะยูงและบริเวณอ่าวมาหยา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีจากภาครัฐ นักวิชาการจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะประมงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง”

นายนริศ กล่าวเสริม “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมกับ B-DNA ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาคีเครือข่ายที่มีความสำคัญและมีการดำเนินกิจกรรมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างแข็งขัน และในอนาคต สิงห์ เอสเตท จะยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์อีกหลากหลายโครงการ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทั้งชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งมอบคุณค่า ควบคู่ไปกับสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในทุกสถานที่ที่บริษัทฯ เข้าไปพัฒนาโครงการ ไม่ว่าจะเป็นโครงการในประเทศไทยและโครงการในต่างประเทศ เช่น ในปี 2562 ที่ สิงห์ เอสเตท กำลังจะเปิดศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลถึง 2 แห่ง ได้แก่ “มัลดีฟส์ ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์” (Maldives Discovery Center) และ “มารีน ดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์” (Marine Discovery Centre) ที่โครงการคร้อสโรดส์ สาธารณรัฐมัลดีฟส์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของท้องทะเล ผ่านการให้ความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์และการฟื้นฟูปะการังแก่นักท่องเที่ยวและคนในท้องถิ่น”

ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สิงห์ เอสเตท ได้ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มมาโดยตลอด ด้วยการสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างชุมชนและสิ่งแวดล้อม ผ่านภาคีเครือข่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม และในอนาคตบริษัทฯจะเดินหน้าต่อไปในการขยายเครือข่ายคณะทำงานให้เข้มแข็ง เพื่อผลักดันให้หลากหลายโครงการเกิดขึ้น ครอบคลุมทุกมิติที่เกี่ยวเนื่องกับสังคมและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อันจะนำไปสู่การสร้างสรรค์เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีและยั่งยืนต่อไป

Bio-Diversity Network Alliance (B-DNA) ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริษัทโตโยต้าและองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายบทบาทของภาคเอกชนในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเริ่มดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2561 และมีบริษัท เข้าร่วมเป็นสมาชิก ณ ตอนนี้ 9 บริษัท ซึ่งในปี 2562 เป็นครั้งแรกของสิงห์ เอสเตท ที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ เครือข่ายนี้

ล่าสุดหลังจากได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก B-DNA สิงห์ เอสเตท ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Coastal Cleanup ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ บางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้นำนิทรรศการ #SeaYouTomorrow ไปร่วมจัดแสดง เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขยะทะเล รวมถึงส่งตัวแทนบริษัทฯ ร่วมกิจกรรมเก็บขยะในป่าชายเลน ซึ่งภายในงานมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเข้าร่วมจากเครือข่ายและพันธมิตรกว่า 2,000 คน หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมพบว่าสามารถเก็บขยะในป่าชายเลนได้มากว่า 2,700 กิโลกรัม

โรงพยาบาลสัตวทองหล่อ ฉลองครบรอบ 25 ปี จับมือ 25 เพจน้องหมาน้องแมว​ เปิดประมูลกระเป๋าผ้าสุดน่ารัก รายได้ช่วยสุนัขจรจัดกว่า 1,000 ตัว

รพส.ทองหล่อ ครบรอบ 25 ปี จัดแคมเปญ CSR จับมือ 25 เพจน้องหมาน้องแมวชื่อดัง เปิดให้แฟนเพจได้ร่วมบุญประมูลกระเป๋าผ้าลายเฉพาะตัวของแต่ละเพจ รวมถึงผลิตลายพิเศษเพิ่ม 1,000 ใบวางจำหน่ายทุกสาขาของโรงพยาบาล นำรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้กับ “ป้าจุ๊” บ้านพักสี่ขาเพื่อหมาจร เพื่อช่วยเหลือสุนัขจรจัดกว่า 1,000 ตัว

สพ.ญ. กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสที่ รพส.ทองหล่อ ครบรอบ 25 ปี จึงจัดโครงการช่วยเหลือสังคม ภายใต้แคมเปญ “25th Anniversary Thonglor Pet Hospital” นำนักวาดภาพประกอบเจ้าของเพจ “Sem-Sem” มาวาดภาพน้องหมาและน้องแมวที่มีชื่อเสียง จำนวน 25 เพจลงบนกระเป๋าผ้าเพจละ 1 ใบ รวมทั้งสิ้น 25 ใบ ซึ่งแต่ละใบจะมีลวดลายของน้องหมาและน้องแมวแต่ละบ้าน มีความน่ารักและสไตล์เฉพาะตัว เพื่อให้แต่ละเพจนำไปประมูลกับแฟนเพจหรือแฟนคลับต่อไป

นอกจากนี้ รสพ.ทองหล่อ ยังได้จัดทำกระเป๋าผ้าเพิ่มอีก 1,000 ใบ ซึ่งมีความพิเศษโดยรวมความน่ารักของน้องหมาและน้องแมวเซเลบทั้ง 25 เพจเข้าไว้ด้วยกัน จำหน่ายในราคาใบละ 250 บาท ซึ่งรายได้จากการประมูลกระเป๋าผ้าจาก 25 เพจ และการจำหน่ายกระเป๋าผ้าทั้ง 1,000 ใบ ไม่หักค่าใช้จ่ายจะนำไปช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ “ป้าจุ๊” บ้านพักสี่ขาเพื่อหมาจร จ.ปทุมธานี ซึ่งดูแลสุนัขจรจัดมากกว่า 1,000 ตัว

“รพส.ทองหล่อ ดำเนินธุรกิจครบรอบ 25 ปี จึงถือโอกาสนี้ในการจัดโครงการช่วยเหลือสังคมที่เป็นโครงการพิเศษ ซึ่งเพิ่มเติมขึ้นจากปกติที่ รพส.ทองหล่อ ได้ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยการชวนเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มาร่วมทำบุญ เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือสุนัขจรจัดที่ถูกทิ้งให้ได้รับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงทำให้สังคมตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ ว่ายังมีสุนัขอีกมากมายที่ถูกทิ้งและต้องการความช่วยเหลือ ดังนั้น หากถ้าไม่พร้อมในการรับเลี้ยงสัตว์จริงๆ ไม่ควรนำเขามาเลี้ยง เพราะเมื่อเขาถูกนำไปปล่อยก็จะกลายเป็นสุนัขจรจัด และเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาสังคมในที่สุด” สพ.ญ. กฤติกา กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับผู้สนใจอยากร่วมบุญซื้อกระเป๋าผ้า สามารถติดต่อได้หลายช่องทาง โดยจะเริ่มเปิดจำหน่ายในวันที่ 29 สิงหาคม ถึง 31 ตุลาคมนี้ ที่ รพส.ทองหล่อ ทุกสาขา และทาง www.facebook.com/ThonglorPet หรือ Line: @jaothonglor รวมไปในงาน Pet Expo Championship Bitec 2019 ที่บูธของ รพส.ทองหล่อ ฮอลล์ EH106 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-079-9999

วัตสัน เปิดตัวโปรแกรม ‘Watsons One Pass©‘ชูสิทธิประโยชน์บัตรสมาชิกวัตสัน : บัตร 1 ใบ ใช้ได้ทั่วเอเชีย

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย เปิดตัวโปรแกรมใหม่ เอาใจสมาชิก กับ Watsons One Pass © สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตรสมาชิกวัตสัน ที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งและท่องเที่ยวในแถบเอเชีย พบกับประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้พรมแดน และสนุกกับการช้อปได้มากกว่าที่เคย โดยผู้ถือบัตรสมาชิกวัตสัน สามารถเข้าร่วมโปรแกรมได้โดยอัตโนมัติ  สามารถรับคะแนนสะสมได้ทั่วเอเชีย และได้รับสิทธิประโยชน์ตามโปรโมชั่นสำหรับสมาชิกของร้านวัตสันในแต่ละที่ที่กำหนดอีกด้วย

วัตสัน ได้จัดทำผลสำรวจเพื่อเจาะลึกเทรนด์การช้อปปิ้งความสวยความงาม กับผู้บริโภคขนาดใหญ่[1] จำนวน 14,000 คน ใน 7 ตลาดเอเชีย พบว่าผู้บริโภคมีการเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ประมาณ 1.7 ครั้งต่อปี สำหรับคนไทยได้มีการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในเอเชียประมาณ 1.2 ครั้งต่อปี โดยแหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่ที่คนไทยเดินทางไปช้อปปิ้งและท่องเที่ยวบ่อยที่สุด ได้แก่ ฮ่องกง และสิงคโปร์

จากสถิติข้างต้น วัตสัน ได้เล็งเห็นถึงโอกาสในการเพิ่มประสบการณ์ใหม่ที่จะทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ดี และสนุกไปกับการเลือกซื้อสินค้าวัตสันได้อย่างอิสระในหลากหลายมาร์เก็ต จึงได้จัดโปรแกรม ‘Watsons One Pass© สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ถือบัตรสมาชิกวัตสันขึ้น โปรแกรมนี้พร้อมให้บริการแล้วในร้านวัตสันที่ตั้งอยู่ในไทย ฮ่องกง มาเก๊า จีนแผ่นดินใหญ่ ไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

โดยผู้ถือบัตรสมาชิกวัตสันในประเทศไทยจะได้รับสิทธิประโยชน์เมื่อเดินทางไปช้อปใน ร้านวัตสันมาร์เก็ตอื่นๆ อย่างคุ้มค่า เพียงแค่โชว์บัตรสมาชิกวัตสัน หรือโชว์บัตรสมาชิกอิเล็กทรอนิกส์ในแอพพลิเคชั่นวัตสัน, Virtual card  ในขั้นตอนการชำระเงิน  ก็สามารถรับสิทธิประโยชน์ได้ง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • ได้รับคะแนนสะสมปกติ 2
  • รับส่วนลดพิเศษเมื่อซื้อสินค้าในร้านวัตสัน

คุณพสิษฐ์ มั่นคงขันติวงศ์  General Manager  วัตสัน ประเทศไทย  กล่าวว่า “วัตสัน ประเทศไทย ในฐานะผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย  เราพบว่า คนไทยชื่นชอบการเดินทางไปท่องเที่ยวช้อปปิ้งในภูมิภาคเอเชียบ่อยครั้ง และด้วยความเข้าใจในลูกค้าของวัตสันเป็นอย่างดี เราจึงขอมอบสิทธิประโยชน์ จาก ‘Watsons One Pass© บัตรสมาชิกที่สามารถใช้ได้ในร้านวัตสัน 8 มาร์เก็ตในเอเชีย ให้คนไทยได้มีประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างไร้พรมแดน สะสมคะแนนปกติได้ พร้อมรับสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกได้มากขึ้น รับรองว่าสมาชิกวัตสันจะได้รับความคุ้มค่า และความสนุกกับการช้อปปิ้งในรูปแบบใหม่นี้อย่างแน่นอน”

“Watsons Member Day” จัดกิจกรรมประทับใจสุดพิเศษ ขนดาราศิลปินมอบความสุข

แทนคำขอบคุณให้กับเหล่าสมาชิกวัตสัน ณ ห้างเซ็นทรัลพลาซ่า ขอนแก่น

ผ่านมาแล้ว! กับกิจกรรมสุดประทับใจสำหรับสมาชิกวัตสัน ในวัน Watsons Member Day” ที่ทาง วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยครั้งนี้ยกไปจัดกันถึงจังหวัดขอนแก่นและนอกจากจะมีกิจกรรมให้เหล่าสมาชิกคนพิเศษของวัตสันได้ทำกันอย่างหลากหลายตลอดทั้งวันแล้ว ยังขนดาราศิลปินไปร่วมทำกิจกรรมและมอบความสุขให้กับแฟน ๆ และสมาชิกวัตสันอีกด้วย ได้แก่ จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา และหนุ่ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ งานนี้ มีเหล่าสมาชิกวัตสันมาร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมากณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า จังหวัดขอนแก่น

ภายในงาน วัตสัน ได้จัดเตรียมกิจกรรมสุดพิเศษไว้ให้กับเหล่าสมาชิกวัตสันมากมาย ทั้ง เกม Shop Super Fin ให้สมาชิกได้ลุ้นรับ Gift Voucher ไปช้อปฟิน ๆ กันต่อที่ร้านวัตสัน กิจกรรมเวิร์คช็อปเสริมดวงด้วย Lucky Stone มุม Beauty Zone แต่งหน้าเสริมบุคลิก สำหรับสาว 12 ราศี หรือรับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับกรุ๊ปเลือด ได้ที่มุม Healthy Recipes และสำหรับสาย DIY ก็ยังมีกิจกรรมน่ารัก ๆ อย่าง Bucket Hat DIY ให้ทุกคนได้ขุดความเป็นศิลปะในตัวเองออกมาโชว์กันอีกด้วย

นายบดินทร์ เปรมประเสริฐ Marketing Communications Controller วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “วัตสัน ประเทศไทย ในฐานะร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทยและเป็นแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เรามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้จัดกิจกรรม “Watsons Member Day” เพื่อมอบความสุขและตอบแทนสมาชิกวัตสันทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและอยู่เคียงข้างวัตสันมาโดยตลอด เราพยายามที่จะไปจัดกิจกรรมมอบความสุขให้กับสมาชิกวัตสันในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย และในปีนี้เราได้มาจัดกิจกรรมกันที่จังหวัดขอนแก่น โดยเราได้เตรียมกิจกรรมสนุกๆและของรางวัลมามากมาย เพื่อมอบความสุขให้กับสมาชิกวัตสันชาวขอนแก่นทุกคนอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ เรายังมีโปรโมชั่นดีลดี ๆ ที่มามอบให้กับสมาชิกวัตสันทุกคนตลอดทั้งเดือน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า งานในวันนี้จะมอบความสุขให้กับสมาชิกวัตสันชาวขอนแก่นทุกคน และในครั้งต่อไปเราจะไปจัดกิจกรรมกันที่ไหน ชาวสมาชิกวัตสันคอยเตรียมตัวและติดตามข่าวกันได้เลยครับ”

โดยกิจกรรมภายในงานที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากก็คือ กิจกรรมเวิร์คช็อปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา ที่มาให้ความรู้และสอนทำสร้อยข้อมือเสริมดวง ด้วย Lucky Stone หินที่เหมาะกับวันเกิดของแต่ละบุคคล เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต นอกจากนี้ อีกหนึ่งกิจกรรมที่ฮิตไม่แพ้กัน ก็คือ มุม Beauty Zone ที่ให้ สาว ๆ ทั้ง 12 ราศี ได้มาแต่งหน้าเสริมบุคลิกกับช่างแต่งหน้าผู้เชี่ยวชาญ

ปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตสนุก ๆ จากหนุ่มมาดเข้ม เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ ที่มาร้องเพลงเพราะๆ และเล่นเกมกับแฟน ๆ บนเวที งานนี้เหล่าสมาชิกวัตสันชาวขอนแก่น นอกจากจะได้ช้อปฟิน ๆ กันแล้ว ยังสนุกกับกิจกรรมและของรางวัลมากมาย จนเต็มอิ่มกันไปเลย

สามารถติดตามข่าวกิจกรรมสนุก ๆ สุดพิเศษ สำหรับชาวสมาชิกวัตสันได้ที่ สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

การศึกษามาตรฐานระดับโลก ใจกลางกรุงเทพฯ

การเดินทางบนเส้นทางสายอาชีพ ธุรกิจบริการต้อนรับ หรือธุรกิจ Hospitality เป็นเสมือนประตูสู่โอกาสให้แก่ผู้ที่ต้องการตามความฝันในสายอาชีพการโรงแรม การทำงานบนเรือสำราญ ธุรกิจบาร์และร้านอาหาร หรือแม้กระทั่งธุรกิจจัดเลี้ยง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นับว่าเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาระดับคุณภาพ ที่มีความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจบริการต้อนรับในตลาดโลกมากกว่า 150 ปี ด้วยความที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้อนรับบรรดานักท่องเที่ยวระดับเศรษฐีของยุโรปมาอย่างช้านาน จนทำให้ได้รับการยอมรับอย่างสูงด้านการรวบรวมนำเอาทักษะความสามารถและคุณภาพต่างๆ เพื่อยกระดับความเป็นเลิศของธุรกิจบริการต้อนรับ รวมไปถึงการปลูกฝังคุณลักษณะที่สำคัญในธุรกิจอย่างการใส่ใจในทุกรายละเอียด  ความเป็นมืออาชีพ และการให้บริการที่รวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ผู้ที่ธุรกิจด้านการโรงแรมและร้านอาหารล้วนมีเป้าหมายในการได้รับการศึกษาตามแบบแผนระบบการศึกษาของประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาช้านาน

อัตลักษณ์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของการศึกษาด้านธุรกิจบริการต้อนรับของสวิตเซอร์แลนด์ก็คือ การเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ทักษะต่างๆ ผ่านการฝึกปฎิบัติจริง โดยนักเรียนจะได้รับการศึกษาที่ไม่จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียนหรือห้องปฏิบัติการของสถาบันเท่านั้น แต่พวกเขาจะมีโอกาสได้ลงมือปฎิบัติงานจริง ในสิ่งแวดล้อมของมืออาชีพจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานจริงในโรงแรม การทำงานด้านการบริหารจัดการธุรกิจ การปฏิบัติงานกับผู้ให้บริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม หรือธุรกิจจัดเลี้ยงจริงๆ เป็นต้น

ผู้บุกเบิกการศึกษาด้านธุรกิจบริการต้อนรับ

เมื่อใดก็ตามที่มีการพูดถึงโรงเรียนด้านธุรกิจบริการต้อนรับที่มีชื่อเสียงระดับโลก Ecole Hôtelière de Lausanne (EHL) มักจะถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของรายการอยู่เสมอ EHL ได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนด้านการบริหารจัดการธุรกิจโรงแรมแห่งแรกและเป็นสถาบันดีที่สุดของโลกจากการจัดอันดับของหลากหลายสถาบัน ซึ่งรวมถึง QS World University ranking for Hospitality & Leisure Management Universities นอกจากนี้ EHL ยังเป็นหนึ่งในสถาบันที่สร้างบุคลากรคุณภาพในสายธูรกิจการให้บริการมากมาย

จุดเด่นของ EHL ก็คือการที่มหาวิทยาลัยมุ่งเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนเพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่สายงานด้านการบริหารจัดการ การวางแผนกลยุทธ์ในธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว หรือแม้แต่การทำงานในสายธูรกิจลักชัวรี่ การเงิน การค้าปลีก หรือแม้แต่สายงานอื่นๆ ที่มุ่งเน้นเรื่องความความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า

“EHL คือสถาบันที่มีความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นและแข็งแกร่งกับธุรกิจการท่องเที่ยวและการโรงแรมมาอย่างช้านาน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เราโดดเด่นและแตกต่าง อีกทั้งยังทำให้การทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา หรือองค์การต่างๆ ทั่วโลกเป็นไปอย่างราบรื่นมาโดยตลอด นอกจากนี้ การทำงานผ่านหน่วยธุรกิจอย่าง EHL Advisory Services ก็ทำให้เราสามารถขยายศูนย์การเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ด้านธุรกิจบริการต้อนรับและประสบการณ์ในสายงานที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 125 ปีของเรา” นายโอลิวิเยร์ รูห์ กรรมการผู้จัดการอาวุโส แห่ง EHL Advisory Services กล่าว

การศึกษาด้านธุรกิจบริการมาตรฐานระดับโลกสู่ใจกลางกรุงเทพฯ

ด้วยเป้าหมายในการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านมีความเป็นเลิศด้านธุรกิจการบริการต้อนรับ รวมถึงการหล่อหลอมสร้างนวัตกรและผู้ประกอบการคุณภาพให้แก่ตลาดเอเซีย  โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ โความร่วมมือกับ EHL Advisory Services ซึ่งเป็นองค์กรสมาชิกของกลุ่มบริษัท EHL ได้พัฒนาหลักสูตรอาหารนานาชาติและผู้ประกอบการ (Diploma Programme) ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับคูลิเนอร์ โดยเป็นหลักสูตรเต็มเวลาสองปีประกอบด้วยโมดูลการเรียนการสอนที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน มุ่งเน้นให้ความรู้ด้านการทำอาหารระดับมืออาชีพ รวมถึงวิชาที่เกี่ยวข้องกับการจัดการธุรกิจและผู้ประกอบการ

“ที่คูลิเนอร์ เรามุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารและนักนวัตกรรมรุ่นใหม่เพื่อธุรกิจอาหารแห่งอนาคต และจึงร่วมมือกับ EHL Advisory Services บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจบริการต้อนรับที่ใหญ่ที่สุดจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจของกลุ่มบริษัท EHL เพื่อให้เราสามารถนำเอาความรู้และความเชี่ยวชาญของ École Hôtelière de Lausanne อันมีชื่อเสียงเพื่อให้แน่ใจว่าเรามีทีมผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าในการพัฒนารูปแบบการศึกษาและดูแลควบคุมด้านคุณภาพของโรงเรียนของเรา นอกจากนี้นักเรียนของเราจะได้รับการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะ ความรู้ ควบคู่ไปกับปลูกฝังแนวคิดสู่การเป็นเชฟมืออาชีพและเจ้าของร้านอาหารที่ประสบความสำเร็จ ในขณะที่มีความเข้าใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร รวมถึงเข้าใจความต้องการของตลาดในอนาคต” นายแอนโทนี ออสบอร์น ผู้อำนวยการใหญ่ โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ กล่าว

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม หนึ่งในห้างสรรพสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุดในใจกลางกรุงเทพฯ คูลิเนอร์มีหลักสูตรอาหารนานาชาติและผู้ประกอบการ (Diploma Programme) ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความใฝ่ฝันอยากจะเป็นเชฟมืออาชีพและผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ คูลิเนอร์ ยังมีหลักสูตรระยะสั้นที่หลากหลายซึ่งได้รับการรับรองจากกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย ตั้งแต่ชั้นเรียนสนุกสี่ชั่วโมง ไปจนถึงเวิร์คช็อปช่วงสุดสัปดาห์ และหลักสูตรธุรกิจแบบเร่งรัดยาวเจ็ดวัน ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบรับกับเทรนด์และความต้องการที่หลากหลายของนักเรียน  

“นอกเหนือจากการเรียนการสอนในห้องเรียนแล้ว เรายังให้ความสำคัญอย่างมากกับรูปแบบการศึกษาตามมาตรฐานของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งก็คือการเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง โดยภายในพื้นที่ของโรงเรียนจะถูกแบ่งออกเป็น ห้องเรียนภาคทฤษฎี 4 ห้อง ห้องเรียนเกี่ยวกับเครื่องดื่ม ห้องฝึกปฏิบัติขนาดใหญ่ 6 ห้อง รวมถึงร้านอาหารและเครื่องดื่มอีก 4 ร้าน ได้แก่ การ์นิช ร้านอาหารที่ให้บริการแบบฟูลเซอร์วิส เฟลเวอร์ ร้านอาหารบรรยากาศเป็นกันเอง ร้านเบเกอรี่ขนม และคาเฟ่ เกลซ  โดยตลอดช่วงเวลาเรียน นักเรียนทุกคนที่คูลิเนอร์จะได้เรียนและปฏิบัติงานในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจจริงร่วมกับผู้สอนและพนักงานของโรงเรียน” นายแอนโทนี กล่าวเสริม

สำหรับข้อสอบถามเพิ่มเติม หรือเยี่ยมชมโรงเรียน กรุณาติดต่อที่ 02-090-2808 หรือ www.culineur.net

มาสด้ามอบช่วงเวลาดีๆ กับแคมเปญพิเศษรับวันแม่

มาสด้ามอบช่วงเวลาดีๆ ให้ลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถมาสด้าได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด กับแคมเปญ Mazda Finest Moment ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 18 สิงหาคม 2562 เพียง 9 วัน เท่านั้น เพื่อมอบความพิเศษสุดในช่วงวันแม่ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 Mazda Premium Insurance 1 ปี ครบทุกรุ่น เพิ่มดีกรีความคุ้มค่าด้วยบัตรเติมน้ำมันสูงสุดมูลค่า 10,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถ 5,000 บาท รับหูฟังไร้สายแบรนด์ JBL รุ่น TUNE 120TWS มูลค่า 3,990 บาท และหากจองซื้อรถ 10,000 บาท ในรุ่น มาสด้า CX-5 รับหูฟังไร้สายแบรนด์ JBL รุ่น UNDER ARMOUR FLASH มูลค่า 6,990 บาท เมื่อออกรถภายในเดือนสิงหาคมนี้  สอบถามรายละเอียดแคมเปญ และทดลองขับได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสาด้าตั้งใจที่จะส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ด้วยการมอบแคมเปญ Mazda Finest Moment เกิดขึ้นจากความตั้งใจของมาสด้าที่ต้องการสร้างช่วงเวลาดีๆ ในวันสำคัญของคนไทยทุกคน อย่างวันแม่แห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี ด้วยการมอบแคมเปญพิเศษให้กับลูกค้าที่เลือกมาสด้าเป็นรถยนต์ของทุกคนในครอบครัว

  • มาสด้า2 ดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี, Mazda Care Program 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 2,000 บาท
  • มาสด้า3 ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และ Mazda Care Program 3 ปี หรือระยะทาง 60,000 กิโลเมตร และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  • มาสด้า CX-3 ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
  • มาสด้า CX-5 ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%, ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี พร้อมโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 10,000 บาท
  • มาสด้า BT-50 Pro ดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
  • มาสด้า MX-5 RF ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี, โปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
Revised END SCENE

“คูลิเนอร์” ชวนลูกปรุงรัก รังสรรค์เมนูดอกมะลิทานได้ วันแม่ปีนี้

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม ชั้น 5 ชวนลูกๆ เข้าครัววันหยุดสุดสัปดาห์นี้ ปรุงรักเติมความผูกพันผ่านเวิร์กช็อปทำอาหารกับสองเมนูจานอร่อย “ช่อมะลิ” อาหารว่างสไตล์ไทย และ “คัพเค้กดอกมะลิ” ขนมหวานเนื้อเนียมนุ่มสไตล์ตะวันตก เพื่อมอบเป็นของขวัญให้คุณแม่คนพิเศษ เนื่องในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้

“Mother’s Day Workshop” จัดขึ้นระหว่างระหว่างวันที่ 10 – 11 สิงหาคม 2562 ระยะเวลา 3 ชั่วโมง โดยคอร์ส ช่อมะลิ เปิดสอนวันที่ 10 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. – 15.00 น. และคอร์สคัพเค้กดอกมะลิ เปิดสอน ในวันที่ 11 สิงหาคม 2562 เวลา 13.00 น. – 15.00 น. สมัครวันนี้รับส่วนลดทันที 15% จาก 2,500 บาท เหลือเพียง 2,125 บาท

สำหรับข้อสอบถามเพิ่มเติม หรือเยี่ยมชมโรงเรียน กรุณาติดต่อที่ 02-090-2808 หรือ www.culineur.net

วัตสันออนไลน์ จัดโปรโมชั่น “WATSONS 8.8 Shopathorn” ลดเพิ่ม 12% ทั้งเว็บ สายช้อปออนไลน์ ห้ามพลาด!

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย เอาใจสายช้อปออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จัดโปรโมชั่นสุดเร้าใจ WATSONS 8.8 Shopathorn”  วัตสันใจปั้ม ลด On Top เพิ่มถึง 12% ทั้งเว็บ โปรเด็ดขนาดนี้ มีให้ช้อปกันแบบจุใจเพียง 2 วันเท่านั้น! อย่ารอช้า รีบไปช้อปกันได้เลย ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม ถึง 8 สิงหาคม 2562 ที่วัตสันออนไลน์ เท่านั้น! ช็อปง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WatsonsTH หรือ www.watsons.co.th และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

ฟิลิปส์ ส่งแคมเปญ ‘Experience The Best’ มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค ผ่าน 4 สุดยอดนวัตกรรม

วันนี้ บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญ Experience The Best’ ชูแนวคิดมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้บริโภค เน้นกลยุทธ์หลัก Consumer Insight โดยการพัฒนานวัตกรรมจากความต้องการของผู้บริโภค พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมสื่อสารที่ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย ผ่าน 4 สุดยอดนวัตกรรมจากฟิลิปส์ ได้แก่ หม้อทอดอากาศ AirFryer เครื่องปั่นสูญญากาศ Vacuum Blender เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย SpeedPro Max Aqua และเตารีดแรงดันไอน้ำ PerfectCare Elite Plus หวังดันยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโต

นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Personal Health บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จํากัด กล่าวว่า “ในปัจจุบัน เราพบว่าเทรนด์เรื่องการรักสุขภาพกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไปพร้อมๆ กับการขยายตัวของสังคมเมือง และการก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้น ผู้บริโภคชาวไทย จึงเริ่มหันมาใส่ใจกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น พร้อมๆ กับการมองหานวัตกรรมที่จะมาช่วยให้พวกเขาดูแลสุขภาพได้มากขึ้น และอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันไปพร้อมๆ กัน ฟิลิปส์ ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ เราจึงต้องการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา วันนี้ เราจึงเปิดตัวแคมเปญ Experience The Best’ เพื่อนำเสนอ 4 สุดยอดนวัตกรรมของเรา ที่มาช่วยในการดูแลสุขภาพ ไปพร้อมๆ กับการอำนวยความสะดวกสบายและยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีให้ผู้บริโภค”

“ซึ่งภายใต้แคมเปญ Experience The Best’ เราจะเน้นกลยุทธ์หลัก 2 เรื่อง คือ 1) Consumer Insight คือการพัฒนานวัตกรรมที่มาจากความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ในขณะที่เมื่อเราพัฒนานวัตกรรมออกมาแล้ว การทำกิจกรรมการตลาด เราจำเป็นต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะสื่อสารไปยังผู้บริโภค ต้องเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคมองหา และอยากได้ยินอย่างตรงจุด ทั้งผ่านการสื่อสารแบบออนไลน์และออฟไลน์  2) Shift from Pull to Push กระตุ้นให้ผู้บริโภคไปหาสินค้าเราที่หน้าร้านค้ามากขึ้น เพื่อที่จะได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ตรงกับสินค้าเรา โดยหน้าร้านเราจะมีการจัดสินค้าในแคมเปญฯ นี้ อย่างโดดเด่น มีการติดตั้งจอแบบอินเทอร์แอคทีฟเพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าไปหาข้อมูลและเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ ไปพร้อมๆ กับการมีผู้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์หน้าร้านที่เป็นมืออาชีพ นอกจากนี้ เรายังมีการจัดกิจกรรมโรดโชว์เพื่อสาธิตผลิตภัณฑ์ของเราตามร้านค้าและห้างสรรพสินค้าชั้นนำด้วย เพราะเราเชื่อว่าการได้มาสัมผัสประสบการณ์ตรงที่เป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดเช่นนี้ จะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจและตัดสินใจซื้อสินค้าได้มากขึ้น” นางสาวสิริวรรณ กล่าวเพิ่มเติม

4 สุดยอดนวัตกรรมจากฟิลิปส์ ประกอบด้วย

  • หม้อทอดอากาศ Philips AirFryer โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Turbostar Rapid Air เอกสิทธิ์เฉพาะจากฟิลิปส์ เพื่อให้ได้อาหารที่สุกอย่างทั่วถึง โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน และยังสามารถลดไขมันได้สูงสุดถึง 90%[1] แถมการควบคุมอุณหภูมิที่แม่นยำ จึงปรุงเมนูได้หลายสไตล์ตามที่ต้องการ ทั้งเมนูทอด ย่าง อบ และรมความร้อน
  • เครื่องปั่นความเร็วสูงระบบสุญญากาศ Philips High Speed Vacuum Blender มาพร้อมเทคโนโลยีใบมีด Problend6 3D ที่สามารถผ่าลึกถึงเซลล์ผักผลไม้ ทำให้ได้สารอาหารมากกว่าเครื่องปั่นทั่วไป ลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นขณะปั่น ช่วยคงคุณค่าสารอาหารและความสดใหม่ไว้ได้ถึง 8 ชั่วโมง และยังสามารถเลือกใช้งานฟังก์ชันการปั่นได้ถึง 5 แบบ
  • เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย Philips SpeedPro Max Aqua ใหม่ล่าสุด เครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่เร็วที่สุด[2] ทำความสะอาดแบบ 3-in-1 ระบบดูดและเช็ดถูในคราวเดียว เมื่อทำสองอย่างในขั้นตอนเดียวก็ทำให้ทำความสะอาดได้เร็ว ฝุ่นก็ไม่ฟุ้งกระจาย มาพร้อมหัวดูด 360 องศา ที่ดักจับฝุ่นผงและสิ่งสกปรกจากทุกซอกทุกมุมได้อย่างรวดเร็ว เคลื่อนไหวได้สะดวกทุกพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นพื้นแข็งหรือบนพรม
  • เตารีดแรงดันไอน้ำอัจฉริยะ Philips PerfectCare Elite Plus ที่สุดแห่งนวัตกรรมเตารีดมาพร้อม DynamiQ Sensor เซ็นเซอร์อัจฉริยะที่นำมาไว้ในเตารีดเป็นครั้งแรกของโลก ช่วยควบคุมการปล่อยไอน้ำตามแรงมือที่จับขณะรีด โดยไม่ต้องกดปุ่มใดๆ ผสานกับเทคโนโลยี OptimalTEMP เอกสิทธิ์เฉพาะของฟิลิปส์ที่มาช่วยป้องกันผ้าไม่ไหม้และการรีดทุกเนื้อผ้าตั้งแต่ผ้ายีนส์ไปถึงผ้าไหมได้เรียบโดยไม่ต้องตั้งอุณหภูมิ เพื่อช่วยให้การรีดผ้าเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

“หลังจากเราที่ได้เริ่มดำเนินการกิจกรรมการตลาดภายใต้แคมเปญ ‘Experience The Best’ ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราได้รับผลตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก รวมถึงการเติบโตของสินค้าในกลุ่มสุดยอดนวัตกรรมทั้ง 4 ก็เติบโตอย่างมากเช่นกัน ซึ่งต้องบอกว่าแคมเปญนี้เราจะยังคงดำเนินกิจกรรมต่างๆ ไปจนถึงสิ้นปี และยังจะมีกิจกรรมดีๆ พร้อมโปรโมชั่นต่างๆ ออกมาอีกมากมาย นั่นทำให้เรามั่นใจว่าเราจะประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและการสร้างแบรนด์จากแคมเปญนี้อย่างแน่นอน” นางสาวสิริวรรณ กล่าวสรุป

ออกัส ท้าให้ลอง วัตสัน #TRYMELOVEME ลองสิจ๊ะแล้วจะเลิฟ

วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย  ได้จัดกิจกรรม ภายใต้แคมเปญ TRY ME LOVE ME” ลองแล้วจะเลิฟ โดยมีนักแสดงหนุ่มหล่ออย่าง ออกัส วชิรวิชญ์ มาร่วมเดินนำขบวนในกิจกรรมนี้ พร้อมเชิญชวนแฟน ๆ ให้เข้ามาลองใช้สินค้าตราวัตสัน ซึ่งมีแฟนคลับยกขบวนมาให้กำลังใจหนุ่มหล่อน่ารักคนนี้กันอย่างมากมาย ณ ร้านวัตสัน สาขา ซี.พี. ทาวเวอร์ สีลม ที่ผ่านมา

งานนี้ สาว ๆ เป็นต้องใจละลายให้กับหนุ่มหล่อออกัส เพราะคอยเทคแคร์แฟน ๆ ไม่หยุด ทั้งยื่นกระดาษทิชชูสำหรับซับเหงื่อ ลิปทิ้นที่ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับริมฝีปาก และผลิตภัณฑ์ตราวัตสันอื่น ๆ ให้กับแฟน ๆ ตลอดการทำกิจกรรม พร้อมพูดคุยกับแฟน ๆ อย่างใกล้ชิด ทำให้งานนี้มีสาว ๆ ‘โดนตก’ และใจละลายกันไปหลายคนเลยทีเดียว

โดยหนุ่ม ออกัส วชิรวิชญ์ ไพศาลกุลวงศ์ ได้กล่าวถึงความรู้สึกจากการร่วมกิจกรรมในงานนี้ว่า “รู้สึกประทับใจและขอขอบคุณแฟนคลับทุกคนที่มาให้กำลังใจและคอยสนับสนุนกัสและวัตสันมาโดยตลอด กัสรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการต้อนรับและการสนับสนุนจากแฟน ๆ มากมายขนาดนี้ โดยสำหรับแคมเปญ “TRY ME LOVE ME” ลองแล้วจะเลิฟ ก็เป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่ทางวัตสันอยากให้ทุกคนได้ลองใช้และสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ตราวัตสันจริง ๆ อย่างกัสเอง พอได้ลองใช้ผลิตภัณฑ์จากวัตสัน ก็รู้สึกว่าเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มีคุณภาพดี ในราคาที่จับต้องได้ แล้วก็ซื้อง่าย ซื้อผ่านวัตสันออนไลน์ก็ได้ คือเขามีความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าและทำสินค้ามาตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย กัสจึงอยากให้ทุกคนได้ลองใช้สินค้าตราวัตสัน บอกเลยว่า ถ้าได้ลองสักครั้งแล้วจะติดใจแน่นอนครับ”

แหมมม ได้ยินออกัสพูดแบบนี้ ก็อย่าลืมไปช็อปปิ้งสินค้าคุณภาพตราวัตสันกันได้ที่ร้านวัตสันทุกสาขาหรือวัตสันออนไลน์กันได้เลย แถมรับฟรี! เสื้อยืด TRY ME LOVE ME ไปใส่เล่นกันเก๋ ๆ เหมือนออกัสได้ เมื่อซื้อสินค้าตราวัตสันทางวัตสันออนไลน์ครบ 500 บาท ตั้งแต่ วันนี้ จนถึง 21 สิงหาคม 2562 หรือจนกว่าของจะหมด สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTHเว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore หรือติดต่อสอบถามข้อมูลที่ Watsons call center 02-017-8899 (ทุกวัน เวลา 9.00-21.00 น.)

Deep Tissue Massage Yoga เหยียดกาย คลายปวด

ไลฟสไตล์ของคนในปัจจุบันที่มีทั้งความเครียด เร่งรีบ และกิจกรรมที่อัดแน่นตลอดทั้งวัน การขาดการออกกำลังกาย โภชนาการที่ไม่เหมาะสม แม้พักผ่อนอยู่บ้านสมองยังคงครุ่นคิดกับการอัพเดตเรื่องราวต่างๆ ผ่านสื่อและโซเชียลมีเดียจนกระทั่งเวลานอน การมีวิถีชีวิตที่ไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดความเครียดและเหนื่อยล้าสะสม โยคะจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ถูกนำมาช่วยบำบัดร่างกายและจิตใจอย่างเห็นผล และพัฒนาเป็นโยคะประเภทต่างๆ ให้เหมาะสมกับจริตของผู้ปฏิบัติ

อารียา สิริโสดา ผู้หญิงเก่งที่สวมบทบาทมามากมาย ทั้ง อดีตนางสาวไทย อาจารย์ นางแบบ และนักแสดง ปัจจุบันเธอค้นพบวิถีชีวิตใหม่ที่ทำให้เธอมีความสุขมาก  เธอกำลังสร้างคอมมิวนิตี้สำหรับคนที่ชื่นชอบโยคะ ณ ศาลาอารียาแห่งนี้เพื่อที่จะดูแลตัวเองพร้อมทั้งแบ่งปันให้แก่คนอื่น โยคะช่วยให้เธอหลุดพ้นความทรมานจากโรคกระดูกสันหลังส่วนที่เชื่อมต่อกับต้นคอและไหล่ซ้ายคด ส่งผลให้หลังคดและสะโพกไม่ตรง ทำให้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจนแทบหมุนศรีษะไม่ได้ เธอใช้เวลากว่า 10 ปีในการฝึกฝนโยคะเพื่อบำบัดตัวเอง เรียนรู้จากโยคะกูรูประเทศต่างๆ และนำมาพัฒนาให้เป็นสไตล์ของตัวเองจนกลายเป็น Deep Tissue Massage Yoga ที่ช่วยในการบำบัดร่างกายและคลายความปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

Deep Tissue Massage Yoga คือการผสมผสานระหว่างโยคะและการนวดกดจุด โยคะคือการหลอมรวมกาย จิต และวิญญาณ เข้าด้วยกันด้วยการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ประสานลมหายใจเข้าออก ด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง การบริหารกายตามหลักโยคะนี้ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อ วิธีดัดตนในท่าปกติหรือท่าโค้งงอ ช่วยให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น ยืดหยุ่นและผ่อนคลายจนเกิดความสมดุล ช่วยเสริมในส่วนที่ขาด ลดในส่วนที่เกินจนกระชับ ฝึกโยคะผสานกับการนวดกดจุดด้วยตัวเองโดยใช้ Yoga Massage Ball หรือลูกบอลนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของร่างกาย เพิ่มช่วงการเคลื่อนไหว ช่วยรักษาอาการเจ็บปวดเรื้อรัง เช่น ปวดหลัง ปวดไหล่ และยังช่วยฟื้นฟูอาการปวดกล้ามเนื้อภายหลังการออกกำลังกาย”

อารียา กล่าวว่า “โยคะ ไม่ใช่แค่เทรนการออกกำลังกาย แต่เป็นไลฟสไตล์ของเรา หัวใจของโยคะคือการกำหนดลมหายใจการควบคุมพลังชีวิตจากภายใน เป็นการผสานเอาร่างกาย จิตวิญญาณ และสมาธิเข้าด้วยกัน ทำให้เราละทิ้งความวุ่นวายและวัตถุภายนอก หันมาสังเกตตัวเอง การปฏิบัติโยคะทำให้เรามีวินัย ไม่เพียงแต่บำบัดร่างกายและช่วยบำบัดจิตใจ โยคะคือของขวัญที่ช่วยให้เราพ้นทุกข์จากโรค เราได้เรียนรู้จากอาจารย์หลายๆท่าน ปฏิบัติและใช้รักษาตัวเองจนหาย และอยากแบ่งปันให้คนอื่นๆ”

การเตรียมตัวเหมือนการฝึกโยคะทั่วไป สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย อยู่ในที่สงบอากาศถ่ายเทสะดวก ใช้เวลาประมาณ 60-120 นาที สามารถฝึกบนเสื่อโยคะเพื่อความสะดวกสบายพร้อมอุปกรณ์สำคัญ Yoga Massage Ball บริหารกายตามท่าดัดตนต่างๆ เปิดร่างกายอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อผ่อนคลาย เพิ่มความยืดหยุ่นและปรับตำแหน่งของร่างกาย กดส่วนของร่างกายที่มีความปวดเมื่อยและกล้ามเนื้อที่มีความแข็งตึงบนลูกบอลเป็นเวลานานพอ (ประมาณ 1 นาที) หรือจนกว่าอาการเจ็บจะหาย ออกแรงกดและคลึงไปยังจุดที่กล้ามเนื้อแข็งเป็นปมจะทำให้ค่อยๆคลายตัว ใช้น้ำหนักตัวในการกำหนดแรงกดหนักเบา

เคล็ดลับการทำ Deep Tissue Massage Yoga ให้ได้ผลดีขึ้นด้วยการใช้คู่กับผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อ พังผืดยืดตัวออก ลดการติดขัดของข้อต่อ ลดการปวดเกร็งของกล้ามเนื้อ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด ลดบวมจากการอักเสบ ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ Tiger Balm Soft บรรเทาความปวดเมื่อยสูตรล่าสุดจาก ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ที่มีกลิ่นหอมของลาเวนเดอร์ (Lavender) นอกจากช่วยบรรเทาอาการเมื่อยและให้กลิ่นหอมผ่อนคลาย ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ  เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์สมุนไพรที่สั่งสมภูมิปัญญาตะวันออกที่มีมายาวนานกว่า 100 ปี ด้วยเคล็ดลับการคัดสรรคุณภาพของสมุนไพรและส่วนประกอบให้ได้ตามมาตรฐานการสูตรตำรับสากล ด้วยสูตรเฉพาะจากส่วนผสมจากธรรมชาติที่ได้คัดอย่างพิเศษ ซึ่งได้รับการยอมรับและพิสูจน์ในประสิทธิภาพและความปลอดภัย ร่วมกับปริมาณของส่วนประกอบในสูตรตำรับที่มีความเข้มข้นพอเหมาะ นั่นทำให้ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ ได้ผลการรักษาที่ดี จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือจึงเป็นที่ยอมรับและมีจำหน่ายทั่วทั้งเอเชีย ยุโรป และ อเมริกา

นอกจากคุณสมบัติในการรักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อแล้ว ผลิตภัณฑ์ยาหม่องตราเสือ อื่นๆยังสามารถใช้บรรเทาอาการปวด เคล็ดขัดยอก ท้องอืด และคันเนื่องจากแมลงสัตว์กัดต่อย คืนความสมดุลให้กับชีวิตยุคใหม่ และคืนความสมบูรณ์แก่ร่างกายและจิตใจ

SQ Squeeze เพื่อนสายเฮลตี้ ชวนเป่าเป้ Masterchef Thailand ร่วมทำ Workshop เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น

SQ Squeeze จัด Workshop เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น 100% โดยเชฟชื่อดัง เป่าเป้ Yu-Heng Wang หนึ่งในผู้เข้าร่วมแข่งขันจากรายการ Masterchef Thailand Season 3 กับ 3 สูตรเด็ดทั้งสูตรแก้หวัด สูตรบำรุงสายตาและสูตรสำหรับระบบขับถ่าย โดยใช้ผักและผลไม้ทั้งหมดจาก   SQ Squeeze และสับปะรดสายพันธุ์หอมสุวรรณที่ให้ความหอมหวานได้อย่างลงตัว

คุณพล ศรีแดง, Managing Director บริษัท ทิปโก้ รีเทล จำกัด กล่าวถึง SQ Squeeze ว่า “SQ Squeeze แบรนด์เครื่องดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็นแท้100% ที่เต็มไปด้วยวิตามินแบบเน้นๆ เพราะใช้วิธีการสกัดเย็นด้วยเครื่องไฮโดรลิคแรงดันสูง โดยไม่ทำให้เกิดความร้อน จึงช่วยคงคุณภาพของวิตามินและเอนไซม์ รวมถึงได้รสชาติของผักผลไม้จากธรรมชาติ โดยปราศจากน้ำตาล และวัตถุกันเสียหรือสารใดๆ ซึ่งใน 1 แก้วของเรานั้น มีสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับจากผักผลไม้เพียงพอต่อวัน หรือมากกว่าปริมาณ 400 กรัม ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่รักสุขภาพอีกด้วย เพราะผักและผลไม้เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุรวมถึงไฟโตนิวเทรียนท์

 (Phytonutrients) ซึ่งช่วยในเรื่องชะลอการเสื่อมของเซลล์ ลดความเสื่อมโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัส และส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

ซึ่งทางแบรนด์ มีการจำหน่ายเครื่องดื่ม และสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง อาทิเช่น 100% Cold Pressed Juice, Smoothie, 100% Wheatgrass (Shot) และ 100% Whole Wheat Cookie ในส่วนของเมนู 100% Cold Pressed Juice มีให้เลือกมากถึง 14 เมนู ไม่ว่าจะเป็นเมนู  ซูปเปอร์ไฟเบอร์, แอนตี้อ๊อกซิเดนท์,  เบิร์นเอ้าท์,  โกลว์สกิน, ซูปเปอร์ซี, รีแล็กซ์, ฟูลดีท็อกซ์, เบต้าไชน์, เอนเนจไจซ์, เวคอัพ, เดอะบูทส์, กรีนไลท์, กรีนรีบูทส์ และซูปเปอร์สกีน 

ในงาน Workshop เป่าเป้  ได้สาธิตการทำน้ำผลไม้สกัดเย็น 3 สูตร ได้แก่ สูตรแก้หวัด ที่มีการนำบีทรูด แครอท ส้ม เลม่อน ขมิ้น ขิง และสับปะรดมาสกัดเย็น ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ทานง่ายและหอมกลิ่นขมิ้น สูตรที่สองเป็นสูตรบำรุงสายตา ซึ่งในปัจจุบันแทบจะทุกคนต้องใช้สายตากับโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์  โดยสูตรนี้มีส่วนผสมของผักโขม สาลี่ บล็อกโคลี่ ขิงและสับปะรด และแน่นอนสูตรนี้ไม่ทำให้ผิดหวังกับรสชาติที่กลมกล่อมเช่นเดิมและไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวแต่อย่างใด และสูตรสุดท้ายเป็นสูตรสำหรับระบบขับถ่าย ที่รวมเอาสับปะรด แอปเปิ้ล และราสเบอร์รี่ ซึ่งเรียกได้ว่าอร่อยมากจนอยากจะดื่มทุกวันเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ทางแบรนด์ SQ Squeeze เปิดแล้วทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ อาคาร Interchange 21 ชั้นUL, Gateway บางซื่อ ชั้น G และ Royal Garden Plaza Pattaya ชั้นG และอีก 3 สาขา ที่จะเปิดเร็วๆ นี้ ได้แก่ Fashion Island,  Bangkok Plaza Hospital และ Bangkok Hospital พัทยา โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของแบรนด์ได้ที่ Facebook : https://www.facebook.com/SQSQUEEZE/ หรือ Line Official : @SQSQUEEZE

Benz Star Flag Point Maniaจัดแคมเปญเขย่าวงการนักช้อปออกรถวันนี้แลกพอยท์รับส่วนลดเงินสดฟรี 1แสนบาท หรือ จองรถวันนี้รับพอยท์เพิ่มทันที x20 เท่า!

บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ เอาใจ สายช้อป มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษที่นักช้อปตัวจริงห้ามพลาด!กับแคมเปญเขย่าวงการ “Benz Star Flag Point Mania” เตรียมตัวให้พร้อม จับบัตรเครดิตของคุณให้มั่น แล้วรูดให้สุดพลัง กับข้อเสนอสุดปังจากเบนซ์สตาร์แฟลก ที่ยังให้ทั้งส่วนลดเหมือนเดิม  แจกเต็มเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ เพียงแค่คุณนำพอยท์บัตรเครดิตของคุณมาออกรถกับเบนซ์สตาร์แฟลกวันนี้ 10,000 พอยท์ แลกรับส่วนลดเงินสดทันที100,000 บาท(เฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ) หรือ เมื่อจองรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ วันนี้ รับพอยท์เพิ่มฟรีทันที x20 เท่า! เมื่อชำระการจองผ่านบัตรเครดิต *ที่ร่วมรายการ แค่นี้ก็สามารถถอยเมอร์เซเดส-เบนซ์ คันโปรดของคุณกลับบ้านได้สบายๆ พร้อมสิทธิประโยชน์มากมายรอคุณอยู่ เมื่อจองรถและออกรถที่บนซ์สตาร์แฟลก ตั้งแต่วันนี้ -30 กันยายน 2562

       เงื่อนไข  

  • เมื่อจองรถผ่านบัตรเครดิต (ธนาคารที่ร่วมรายการ) รับพอยท์เพิ่มทันที x 20 เท่า
  • แลก 1,000 พอยท์ เพื่อจองรถได้สูงสุดถึง 100,000 บาท
  • เปลี่ยนพอยท์เป็นส่วนลดเงินสดเพิ่มอีกทันที ทุก 1 พอยท์ เท่ากับ 1 บาท คิดเป็นมูลค่าสูงกว่าปกติถึง  10 เท่า
  • และรุ่นพิเศษ S-Class ทุก 1 พอยท์ เท่ากับ 10 บาท มูลค่าสูงกว่าปกติ 100 เท่า

วัตสัน ฉลองครบรอบ 23 ปี แจกทองยิ่งใหญ่ สะใจทั้งเดือน

มอบความสุขให้กับนักช้อป ลุ้นรับทองคำมูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านบาท

วัตสัน ครบรอบ 23 ปี แจกทองยิ่งใหญ่ สะใจทั้งเดือน!!  วัตสัน ผู้นำร้านเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย ฉลอง “ครบรอบ 23 ปี” ขนทัพสินค้าน่าสนใจหลายรายการ จัดเต็มด้วยราคาน่าช็อป เริ่มต้นที่ 23 บาท พร้อมกันนี้แจกหนักแจกจริงทุกสัปดาห์!! กับ ทองคำ 1 บาท จำนวน 28 รางวัล และรางวัลใหญ่ ทองคำแท่ง 23 บาท จำนวน 1 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 1.6 ล้านบาท  เมื่อซื้อสินค้าที่ร้านวัตสันครบ 300 บาทรับคูปองลุ้นชิงทองคำจำนวน 1 ใบ สำหรับสมาชิกวัตสัน รับคูปองและลุ้นชิงทองคำ คูณ 2 กันไปเลย! พร้อมประกาศผลผู้โชคดีทุกสัปดาห์ ผ่านทางเฟสบุ๊ค Watsons Thailand เริ่มช้อป และลุ้นชิงทองคำกันได้ ตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 21 สิงหาคม 2562 นี้ ที่ร้านวัตสันทุกสาขาทั่วประเทศไทย หรือช้อปออนไลน์ผ่านวัตสันออนไลน์ และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย  Official Line WatsonsTH เว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore

งานผิวต้องมา! หมอโอ๊ค แนะนำ 5 วิธีดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว แลดูสุขภาพดี

แบบ ‘Glass Skin’ เทรนด์ผิวใหม่ ในปี 2019 – 2020

สำหรับสาว ๆนอกจากใบหน้าและรูปร่างที่ต้องคอยดูแลอย่างสม่ำเสมอแล้วงานผิวก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะถ้าเรามีผิวที่เปล่งปลั่ง เรียบเนียน สดใส แลดูสุขภาพดี ก็จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูสดใส น่าเข้าใกล้ พร้อมเสริมเสน่ห์และความั่นใจให้กับสาว ๆ ได้เลยทีเดียว เมิร์ซ เอสเธติกส์ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมพูดคุยและอัปเดตเทรนด์ผิวประจำปี พร้อมแชร์วิธีการดูแลผิวให้สวยใส แลดูสุขภาพดี  ไม่ตกเทรนด์ กับ หมอโอ๊ค หรือ นายแพทย์ สมิทธิ์ อารยะสกุล จาก Smith Prive’ Aesthetique Clinic จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นตามมาดูกันเลย

“คำว่า “ผิวสวย” ในปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเป็นผิวขาว แต่ต้องเป็นผิวที่ดูสุขภาพดี มีความเรียบเนียน สีผิวสม่ำเสมอ ไม่มีริ้วรอยหรือจุดด่างดำ และต้องมีความชุ่มชื้นที่พอเหมาะ โดยในปีนี้ ผิวแบบ “Glass Skin” ได้รับความนิยมจากสาว ๆ ทั่วโลกเป็นอย่างมากและยังเป็น New Beauty Trend ในปี 2019 – 2020 อีกด้วย ซึ่งเป็นลักษณะผิวที่มีสุขภาพดีจนสามารถเปล่งประกาย เงาวาว เหมือนมีน้ำใต้ผิว ยกตัวอย่างนักแสดงที่เห็นได้ชัด อาทิ Jennifer Lawrence กับ Bella Hadid ในโซนตะวันตก หรือ โซนของเอเซีย ก็อย่างเช่น จวน จี ฮุน ที่มีความใกล้เคียงกับผิวแบบ Glass Skin มากที่สุดครับ โดยวิธีการที่จะดูแลผิวให้สวยใส ฉ่ำวาว และดูสุขภาพดีแบบ Glass Skin ก็มีหลายวิธี ทั้งวิธีการที่เริ่มจากการดูแลจากภายในสู่ภายนอก เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างภายในของผิวเราให้แข็งแรงก่อน และวิธีที่ช่วยให้เห็นผลได้รวดเร็ว อย่างการปรึกษาคุณหมอในคลินิกเสริมความงาม ทั้งนี้ หมออยากแนะนำให้ตรวจสอบและเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน น่าเชื่อถือ มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ รวมทั้งมีเครื่องมือและนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อความปลอดภัยและเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน”

Prive’ Aesthetique Clinic ร่วมกับ Merz Aesthetics เพื่อเพิ่มความ Radiance บริเวณพวงแก้ม ซึ่งเป็นจุดกระทบแสง ให้เปล่งประกายอย่างมั่นใจหากท่านใดสนใจ สามารถรับบริการ Skin Radiance Program by Merz Aesthetics ได้แล้ววันนี้ ที่คลินิกความงามกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ โดยสังเกตเครื่องหมาย Skin Radiance by Merz Aesthetics  ณ คลินิกให้บริการ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาคลินิกให้บริการได้ที่ www.merzclubthailand.com หรือ ติดตามข่าวสารที่  Facebook: MerzAestheticsThailand

IG: @junjihyun_81

IG: @bellahadid

IG: @jlawthequeen

เมิร์ซ เอสเธติกส์ จัดงานเปิดตัว “Skin Radiance Program by Merz Aesthetics”


ทรีตเมนต์รูปแบบใหม่ ตอบโจทย์เทรนด์ผิวโกลว์ใส แลดูสุขภาพดี ให้สาวๆเผยความมั่นใจได้เต็ม 100

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จัดงานเปิดตัว “Skin Radiance Program by Merz Aesthetics” ทรีตเมนต์รูปแบบใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Fill Your Glow…Show Your Radiance” เติมผิวหน้า ให้ฉ่ำวาว Glow ใส เปล่งประกายความมั่นใจ นำโดย เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้จัดการใหญ่ เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์และอินโดไชน่า พร้อมร่วมปรึกษาปัญหาผิวหน้าและอัพเดทเทรนด์ผิวสวยใสฉ่ำวาวเปล่งออร่ากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านความงาม นายแพทย์ ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ จาก The Demis Clinic และ แพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์ จาก Romrawin Clinic ปิดท้ายด้วยการพูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับ แชมป์ ชนาธิป โพธิ์ทองคำ ถึงสเปคสาวแบบไหนที่โดนใจคุณผู้ชายทุกคน ณ ร้าน Mother May I (มาเธอร์ เมย์ ไอ) ที่ผ่านมา

ภายในงานมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ อาทิ ปอนด์ ยาคอปเซ่น, ดัส ณัฐกิจ แตงไทย, พาร์ค พากย์นรก และ Netty Beauty life พร้อมเหล่าบิ้วตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง อาทิ NinaBeautyWorld, wonderpeach, bewvaraporn, sononui, ruk sherene, Jane Soraya และ Cinnamongal รวมทั้งพี่ ๆ สื่อมวลชน ให้เกียรติและสนใจมาร่วมงานเปิดตัวกันอย่างเนืองแน่น

เภสัชกรหญิง กิตติวรรณ รัตนจันทร์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์และอินโดไชน่า กล่าวว่า “ด้วยพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้เกิดเทรนด์ผิวใหม่ขึ้นมาในปี 2019 จากเดิมที่ความสวยสามารถสร้างสรรค์ด้วยการเมคอัพก็เพียงพอ แต่ในปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสนใจเทรนด์ผิวแบบ “Glass Skin” และเรื่องของ Effortless beauty มากยิ่งขึ้น เมิร์ซ เอสเธติกส์ ผู้นำนวัตกรรมความงามจากเยอรมัน จึงได้นำเสนอ “Skin Radiance Program by Merz Aesthetics” ทรีตเมนต์รูปแบบใหม่ล่าสุด ที่มาช่วยดูแลให้ผิวของเราได้เผยออร่าเปล่งประกายสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ ดูอิ่มน้ำ ฉ่ำวาว สุขภาพดี และยังช่วยกระชับรูขุมขนให้ผิวดูเรียบเนียน ร่วมกับเทคนิคพิเศษแบบ “Hourglass pattern” ที่คิดค้นเพื่อ สาวไทยโดยเฉพาะ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและความงาม  ถึง 3 ท่าน คือ นายแพทย์ ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ จาก The Demis Clinic, แพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์ จาก Romrawin Clinic และนายแพทย์ สมิทธิ์ อารยะสกุล จาก Smith Prive’ Aesthetique clinic ร่วมกับ Merz Aesthetics เพื่อเพิ่มความ Radiance บริเวณพวงแก้ม ซึ่งเป็นจุดกระทบแสง ให้เปล่งประกายอย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่า สวยสร้างสุข สุขสร้างสำเร็จ เพราะเมื่อไหร่ที่สวย เราก็จะมีความสุข และมีความมั่นใจ ในการทำสิ่ง ต่างๆ มากมาย ซึ่งความสวยไม่ได้มีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือการมีทัศนคติที่ดีต่อตัวเอง การมีความมั่นใจและมองเห็นคุณค่าในตัวเอง จะทำให้เราเดินไปสู่เป้าหมายหรือความสำเร็จได้ไม่ยาก เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า นวัตกรรมความงามที่เรานำเข้ามามอบให้กับทุกคน จะช่วยเสริมสร้างความงามและความมั่นใจ ภายใต้ความคิด ทัศนคติ และความเป็นตัวของตัวเองมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะนำพาให้ทุกคนกล้าลงมือทำและนำไปสู่เป้าหมายและความสำเร็จของแต่ละบุคคลได้ค่ะ”

ไฮไลท์ภายในงานที่พลาดไม่ได้ ก็คือการอัพเดทเทรนด์ผิวสวยในปี 2019 พร้อมร่วมพูดคุยถึงเคล็ดลับการดูแลผิวให้เปล่งปลั่ง ฉ่ำวาว แบบสุขภาพดี และปรึกษาปัญหาผิวหน้ากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามทั้ง 2 ท่าน ได้แก่ นายแพทย์ ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ จาก เดอะ ดีมิส คลินิก และ แพทย์หญิงอรุณี ทองอัครนิโรจน์ จาก รมย์รวินท์คลินิก ในงานนี้ยังมีผู้ที่เข้าร่วม Skin Radiance Program by Merz Aesthetics” มาร่วมแชร์เหตุผลก่อนตัดสินใจเข้าร่วมโปรแกรม และประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังการเข้าร่วมโปรแกรม จากคนที่เคยมีผิวที่แห้ง รูขุมขนกว้าง จนโดนเพื่อนร่วมงานทักว่าหน้าโทรม ทำให้รู้สึกแย่กับตัวเอง ในวันนี้เธอได้มีผิวที่สดใส เปล่งปลั่ง แลดูสุขภาพดี ซึ่งได้ทำให้เธอมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นและพร้อมเผชิญกับทุกสถานการณ์ที่เข้ามา

นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยแบบเอ็กซ์คลูซีฟ กับ แชมป์ ชนาธิป โพธิ์ทองคำ ถึงสเปคสาวที่โดนใจ โดยเฉพาะสาวที่มีความมั่นใจ เป็นตัวของตัวเอง มีรอยยิ้มที่สดใส และมีสุขภาพผิวที่ดี พร้อมกับเดินลงจากเวทีมาร่วมพูดคุยกันแบบใกล้ชิด เล่นเอาสาวน้อยใหญ่ทุกท่านถึงกับเคลิ้มไปกับความหล่อน่ารักของน้องแชมป์กันเลยทีเดียว

ปิดท้ายด้วยการทำเวิร์คช้อปสุดน่ารัก Herbarium Workshop” การจัดดอกไม้แห้งในขวดแก้วพร้อมเติมน้ำมันเข้าไปเพื่อรักษาและ
คงสภาพของดอกไม้ไว้ได้นาน ซึ่งการเวิร์คช้อปนี้เปรียบเสมือนการเติมน้ำเข้าสู่ผิว เพื่อให้ผิวคงสภาพความชุ่มชื่น เปล่งปลั่ง และสดใส แลดูสุขภาพดีตลอดเวลา ทำให้เหล่าบิ้วตี้บล็อกเกอร์และผู้ที่เข้าร่วมงานต่างร่วมกันสร้างสรรค์ศิลปะของตัวเองออกมากันอย่างเต็มที่ งานนี้จึงได้เห็นแต่รอยยิ้มและความสนุกสดใสของผู้ที่เข้าร่วมงานทุกคน    

หากท่านใดสนใจ สามารถรับบริการ Skin Radiance Program by Merz Aesthetics ได้แล้ววันนี้ ที่คลินิกความงามกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ โดยสังเกตเครื่องหมาย Skin Radiance by Merz Aesthetics  ณ คลินิกให้บริการ

ปรากฎการณ์งานศิลป์แห่งปีกับงานเปิดตัว The Fighters Project (เดอะ ไฟท์เตอร์ โปรเจค) งานนิทรรศการภาพถ่ายและหนังสือที่ได้แรงบันดาลใจจาก 6 คนพิการ ของสุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์

ผ่านพ้นไปแล้วกับการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของโปรเจค “เดอะ ไฟท์เตอร์” นิทรรศการภาพถ่ายและหนังสือภาพถ่ายที่รวบรวมภาพถ่ายของผู้พิการสู้ชีวิตทั้ง 6 คน ผ่านเลนส์กล้องของ นายสุทธิศักดิ์ สุจริตตานนท์ Creative Chairman บริษัท บีบีดีโอ กรุงเทพ จำกัด ร่วมด้วย คุณสุภรธรรม  มงคลสวัสดิ์ กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิพัฒนาคนพิการไทย งานนี้ยังได้ คุณสู่ขวัญ บูญกุล มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจ และที่สำคัญยังได้ดาราพิธีกรสาวสวย คุณตุ๊ก ชนกวนันท์ รักษ์ชีพ ให้เกียรติมาเป็นพิธีกรในงาน ซึ่งงานนี้มีคนในแวดวงถ่ายภาพและครีเอทีฟมาร่วมบริจาคกันอย่างคับคั่ง ณ ลานกิจกรรม ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ที่ผ่านมา

มาสด้าพร้อมมอบบริการสู่ลูกค้าเมืองกาญจนบุรี

มาสด้าผุดโชว์รูมแห่งใหม่ใจกลางเมืองกาญจนบุรี จัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ พร้อมให้บริการทั้งด้านการขาย และการบริการลูกค้าในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง จ่อเตรียมเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังเร็วๆ นี้ เพื่อให้การบริการแบบครบวงจรอย่างแท้จริง ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการ จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมแสดงความยินดี

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มที่ดีขึ้นจากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างพม่า ส่งผลให้กาญจนบุรีที่เปรียบเสมือนประตูสู่ประเทศไทยได้รับผลดีไปด้วยทั้งด้านการค้าชายแดนและการท่องเที่ยว จากความตั้งใจที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า การยกระดับคุณภาพมาตรฐานการบริการ รวมถึงการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ จึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เพื่อรองรับกับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และด้วยผลลัพธ์เชิงบวกจากความทุ่มเทของมาสด้าที่ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจรายใหม่ๆ ทั้งที่ดำเนินธุรกิจในวงการรถยนต์อยู่แล้ว หรือจากธุรกิจอื่นๆ ต่างให้ความสนใจร่วมลงทุนกับมาสด้ามากขึ้นกาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงในการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันตก ทั้งในด้านการค้าการ การลงทุนชายแดน เมื่อเชื่อมโยงกับท่าเรือน้ำลึกทวาย จะทำให้สามารถขนส่งและแปรรูปวัตถุดิบและสินค้าออกสู่ตลาดโลกได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่เศรษฐกิจหลักที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือน้ำลึกทวาย จะเป็นการเปิดประเทศสู่เส้นทางเดินเรือใหม่ของโลก มีโอกาสในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เพื่อรองรับอุตสาหกรรมหนักในนิคมอุตสาหกรรมทวาย และมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขข้อจำกัดการขยายพื้นที่อุตสาหกรรมของประเทศไทย สนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ด้านนาย โสภณ สามัคคีธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ เอส ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจรถยนต์มานานกว่า 20 ปี กอปรกับความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ทำให้เราเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิต จึงสามารถเติมเต็มความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด ดังนั้นเป้าหมายในการสร้างความประทับใจจนเกิดความพึงพอใจสูงสุดจึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับ มาสด้า กาญจนบรี โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร การเดินทางสะดวกสบาย พร้อมให้บริการทั้งด้านการขาย การซ่อมบำรุงทุกรายการ และเตรียมเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังในเร็วๆ นี้ เพื่อมอบการบริการแบบครบวงจรให้กับลูกค้า

MOU ร่วมใจพัฒนาชุมชนย่านกะดีจีน

บริษัท ซี เอ ซี จำกัด (C asean) จัดงานสัมมนา “วิสาหกิจเพื่อสังคม: กลไกสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Thailand Sustainability Forum 2019: Fostering Social Enterprises) พร้อมจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ“ร่วมใจพัฒนาชุมชนย่านกะดีจีน” เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาความยั่งยืนของชุมชนย่านกะดีจีนโดยมี พระเดชพระคุณ พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารพร้อมด้วย คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ มูลนิธิสถาบันพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย  ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ กรรมการและเหรัญญิก มูลนิธิบางกอกอาร์ตเบียนนนาเล่  คุณวิเชฐ  ตันติวานิช รองประธานกรรมการสถาบันนวัตกรรมชุมชนอัจฉริยะ C aseanและคุณปรีดา คงแป้น กรรมการบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีวิสาหกิจเพื่อสังคม (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนาม ณ C asean  อาคาร CW Tower ถนนรัชดาภิเษก เมื่อเร็วๆนี้

“Watsons HA Mask” มาสก์หน้าชุ่มชื้น แลดูกระจ่างใส ผิวดูอิ่มน้ำ หมดกังวลปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ

วัตสัน ประเทศไทย แนะนำผลิตภัณฑ์แผ่นมาสก์บำรุงผิวหน้า สูตรใหม่ “Watsons HA Mask” มาสก์หน้าชุ่มชื้น ดูกระจ่างใส ผิวดูอิ่มน้ำ ผลิตจากประเทศเกาหลี ด้วยประสิทธิภาพในการบำรุงผิวจากHyaluronic Acid ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก และให้ผิวดูกระจ่างใสมากขึ้นด้วยน้ำออกซิเจนจากเกาะเจจู ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีที่ได้ชื่อว่ามีสภาพแวดล้อมและแร่ธาตุที่ดี  มาพร้อมแผ่นมาสก์เทคโนโลยี Tencel® ให้ความนุ่มนวล อ่อนโยน แนบกระชับผิวหน้ามากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์การดูแลผิวหน้าได้ตามที่คุณต้องการ

พบกับแผ่นมาสก์บำรุงผิวหน้า สูตรใหม่ “Watsons HA Mask” ทั้ง 7 แบบ จาก วัตสันได้แล้ววันนี้ ในราคาชิ้นละ 49 บาท ที่ร้านวัตสันทุกสาขา เว็บไซต์ Watsons และ application WatsonsTH สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH บนเว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้งบน PlayStore และ AppStore


เปิดศักราชใหม่ปีหมูทองยอดขายมาสด้าพุ่งอีก 16% มอบข้อเสนอแทนใจ MAZDA SEASON OF LOVE

มาสด้าสุดปลื้มหลังยอดขายรถทุกรุ่นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เปิดศักราชใหม่ต้อนรับปีหมูทองยอดขายก็พุ่งทำสถิติใหม่ทันที เดือนแรกทะยานสูงถึง 16% ด้วยตัวเลขยอดขายสูงสุด 5,247 คัน ผลพวงต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วที่มาสด้าโหมทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการบริการหลังการขาย แสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมในรถยนต์มาสด้าที่ยังคงร้อนแรงแบบฉุดไม่อยู่ โดยเฉพาะมาสด้า2 ทำยอดขายสูงถึง 3,991 คัน เติบโต 64% ก้าวขึ้นครองบัลลังก์ยึดแชมป์ยอดขายสูงสุดอันดับหนึ่งของตลาดรถเล็ก

เปิดศักราชใหม่เดือนแรกตลาดรถยนต์เมืองไทยก็เริ่มคึกคักทันที รถยนต์มาสด้ายังคงได้รับกระแสความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้องเล็กสุดอย่างมาสด้า2 ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดขายจำนวน 3,991 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 64% ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จำนวน 547 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5 จำนวน 299 คัน รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 237 คัน รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ CX-3 จำนวน 170 และรถสปอร์ต MX-5 จำนวน 3 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถมาสด้าทั้งหมดในเดือนมกราคมปิดตัวเลขอย่างสวยสดงดงามอยู่ที่ 5,247 คัน เติบโตสูงถึง 16% ถือเป็นความสำเร็จในด้านการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้จำหน่าย รวมทั้งการทำงานร่วมกันอย่างหนักตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การเติบโตของยอดขายในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่ดี และเราจะยังคงทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ผู้จำหน่ายของเราสามารถตอบสนองการบริการที่ดีที่สุดไปยังลูกค้าของเรา โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคม ซึ่งเป็น 2 เดือนสุดท้ายในการที่จะปิดปีงบประมาณ เดิมที่เราวางเป้าไว้คือ 65,000 คัน แต่ตอนนี้มียอดขายไปแล้ว 59,136 คัน คาดว่าจะทะลุเกินเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้มาสด้ายังได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษแทนใจในช่วงซีซั่นแห่งความรัก ต้อนรับวาเลนไทน์ ภายใต้แคมเปญ MAZDA SEASON OF LOVE” ระหว่างวันที่ 9 – 17 กุมภาพันธ์ นี้ เพียง 9 วัน เท่านั้น เพื่อตอกย้ำเดือนแห่งความรัก และสร้างความต่อเนื่องของเรื่องราวความรักชายหญิงที่มาพบรักกันที่โชว์รูมมาสด้า ด้วยข้อเสนอพิเศษ ออกรถ CX-5 วันนี้ รับดอกเบี้ย 0% และประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance จองรถมาสด้า3, CX-3 หรือ CX-5 รับฟรี Apple CarPlay มูลค่า 4,500 บาท จำนวนจำกัดเพียง 800 คัน เท่านั้น

ทั้งนี้สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่มาสด้ากำลังดำเนินการเพื่อรองรับกับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ การเร่งขยายเครือข่ายและการปรับโชว์รูมรูปลักษณ์ใหม่ให้ครบ 100% ในปีนี้ รวมทั้งกระบวนการทำงานของผู้จำหน่ายให้สามารถรองรับจำนวนลูกค้าต่อวันให้ได้มากขึ้น รวมไปถึงรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในปีนี้ด้วย

“คูลิเนอร์” โรงเรียนศิลปะการอาหารที่ให้มากกว่าอาหารจานอร่อย

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ เผยปัจจัยความสำเร็จในธุรกิจอาหาร พร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตโรงเรียนศิลปะการอาหารในประเทศไทย กับความจำเป็นของการมีหลักสูตรการบริหารจัดการ ที่จะช่วยสร้างความสำเร็จให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายแอนโทนี ออสบอร์น ผู้อำนวยการใหญ่ คูลิเนอร์ โรงเรียนศิลปะการอาหารรูปแบบใหม่  ซึ่งตั้งอยู่ ณ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม เผยมุมมองและกระแสความสนใจในการทำอาหารของคนรุ่นใหม่ รวมถึงเส้นทางสู่การเป็นเชฟมืออาชีพที่กำลังได้รับกระแสความนิยม และเคล็ดลับสู่ความสำเร็จทางธุรกิจอาหารว่า ความนิยมในการเรียนทำอาหารในปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากคนรุ่นใหม่มีความใฝ่ฝันในการประกอบอาชีพที่หลากหลายขึ้น ขณะที่วัยทำงานก็เริ่มมองหาช่องทางเสริมสร้างรายได้ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านกำไรและความชอบ

หากแต่การที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจการทำอาหารและร้านอาหารนั้น ไม่อาจอาศัยความรักในศิลปะการทำอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ควรจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การจัดการต้นทุน การตลาด การบริหารคน หรือแม้แต่การมองแนวโน้มตลาด เป็นต้น

“โรงเรียนศิลปะการอาหารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากหลายคนไม่ได้เลือกโรงเรียนศิลปะการอาหารเพียงเพราะมีความสนใจในการทำอาหารเท่านั้น แต่ยังสนใจเรียนทำอาหารเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจอีกด้วย คำว่า อาหารอร่อย อย่างไรแล้วก็ขายได้ คงใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผนวกกับการแข่งขันที่นับวันยิ่งสูงขึ้น ล้วนแล้วแต่ส่งผลโดยตรงต่อความอยู่รอดของธุรกิจอาหาร ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ จึงมองว่า โรงเรียนศิลปะการประกอบอาหาร กับการมีหลักสูตรการทำอาหารเป็นหัวใจหลักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เรามองว่าการบริหารจัดการธุรกิจมีความสำคัญไปไม่น้อยกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็น แนวทางบริหาร วิธีการขยายธุรกิจ วิธีสร้างแบรนด์ การบริหารพนักงาน เป็นต้น” นายแอนโทนี กล่าว

“ครอสโร้ดส์” โดย สิงห์ เอสเตท คว้ารางวัล เจแปน พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด ประจำปี 2561


จากซ้าย: นายเดิร์ก เดอ ไคย์เปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจบริการ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน),
นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน), และนายฐิติ ทองเบญจมาศ กรรมการบริหาร
และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงาน โครงการครอสโร้ดส์
โรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์

“ครอสโร้ดส์” จุดหมายปลายทางแนวไลฟ์สไตล์ครบวงจรแห่งแรกในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ พัฒนาโดยบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนของประเทศไทย คว้ารางวัลโครงการเพื่อการสันทนาการยอดเยี่ยม (Best Leisure Development) จากเวทีเจแปน พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด (Japan International Property Awards) หรือ JIPA ประจำปี 2561 ที่ผ่านมา

โครงการ “ครอสโร้ดส์” ได้รับแรงบันดาลใจมาที่ตั้งของโครงการบนทำเลยุทธศาสตร์บนเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต และเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกที่มีมาแต่โบราณ การออกแบบในโครงการจึงมีการผสมผสานสไตล์ตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อาทิ การออกแบบ The Marina @ CROSSROADS โดย เบนสเลย์ ดีไซน์ บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับโลก ที่นำเอาดีไซ์สไตล์ฝรั่งเศสยุคเก่า มาผสมกับกลิ่นอาย อราเบียนแบบดั้งเดิม รวมถึงคอนเซ็ปการออกแบบจากโปรตุเกส จีนและสหราชอาณาจักรอย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังมีผลงานการออกแบบของบริษัทฯสถาปัตยกรรมชั้นนำอื่นๆ ได้แก่ เอชบีเอ, เอสซีดีเอ และ อีโค-ไอดี โดยการออกแบบและดูแลการก่อสร้างอย่างพิถีพิถันของโครงการสะท้อนให้ความตั้งใจของบริษัทฯที่ต้องการให้โครงการมีความสอดคล้องกับความงามตามธรรมชาติของหมู่เกาะมัลดีฟส์ ภายใต้กลยุทธ์เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของความต้องการที่จะฟื้นฟูธรรมชาติโดยรอบของหมู่เกาะให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์


        เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์  โรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์

“โครงการครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ นับเป็นโครงการด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่่สุดของสิงห์ เอสเตท นับถึงปัจจุบัน โดยโครงการจะเปิดตัวในปีพ.ศ. 2562 ที่จะถึงนี้ที่เอ็มบูดู ลากูนและจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางแนวไลฟ์สไตล์ครบวงจรแห่งแรก ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ บริษัทฯมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ โดยรางวัลดังกล่าวถือเป็นรางวัลชิ้นแรกของ โครงการ และทางบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีอีกหลายรางวัลตามมาในอนาคต” นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าว

เจแปน พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด (Japan International Property Awards) หรือ JIPA จัดขึ้นโดย PropertyAccess.co บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบรางวัลให้แก่บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโครงการ อสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปีนี้ มีบริษัทฯและโครงการเข้าร่วมมากถึง 29 แห่ง จากพม่า ไทย มาเลเซีย มัลดีฟส์ อินโดนีเซีย กัมพูชาและฟิลิปปินส์

ครอสโร้ดส์นับเป็นจุดหมายปลายทางแนวไลฟ์สไตล์ครบวงจรแห่งแรกในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2562 พร้อมโรงแรมและรีสอร์ท 2 แห่ง  ได้แก่ ซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน (SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton) และ โรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives)  รวมถึง “เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์” (The Marina @ CROSSROADS) ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับความบันเทิงและสันทนาการขนาด 11,000 ตารางเมตร ด้วยตัวเลือกด้านไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย ประกอบไปด้วยร้านค้าปลีกและร้านอาหารที่มีสไตล์ รวมไปถึงภัตตาคารที่มีชื่อเสียง ระดับโลก ครอสโร้ดส์จึงถือเป็นโครงการที่ได้รับการรังสรรค์เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและสันทนาการของ นักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจจากทั่วโลก

มาสด้าคว้ารางวัลนวัตกรรมดีเด่น 5 ปีซ้อน


นายอุทัย เรืองศักดิ์ผู้จัดการอาวุโสส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นรับรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมประจำปี 2561 จาก ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องในโอกาสที่แบรนด์มาสด้ามีความเป็นเลิศทางด้านนวัตกรรมและการขับที่ที่สนุกสนานจนได้รับคะแนนนิยมสูงสุดจากผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคในครั้งนี้มาสด้าสามารถคว้ารางวัล TAQA มาได้ถึง 2 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลด้านนวัตกรรมดีเด่น ซึ่งมาสด้าได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นเวลาถึง5 ปี และรางวัลรถยนต์ที่ขับสนุกที่สุด ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัทคัสต้อม เอเชีย จำกัด ร่วมกับ บริษัท สื่อสากล จำกัด หนังสือพิมพ์ผู้จัดการและสถาบันยานยนต์ ที่ได้เล็งเห็นประโยชน์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์รถยนต์และการบริการเพื่อเฟ้นหารถยนต์คุณภาพในแต่ละสาขา ณ ห้องจูปิเตอร์ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานีในวันที่6 ธันวาคมที่ผ่านมา

สำหรับปีนี้มาสด้าคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคโดยเฉพาะรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมที่เกี่ยงเนื่องกับภาพลักษณ์ดีเด่นด้านนวัตกรรม Innovation เป็นการคว้ารางวัลนี้ 5 ปี ติดต่อกัน หลังจากที่มาสด้าประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการนำเอาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเข้าสูงประเทศไทยเมื่อปี 2556 และ ยังสามารถคว้ารางวัลรถยนต์ที่ขับสนุกที่สุดหรือรางวัล Fun to drive

สินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ดังจากฮ่องกงร่วมงาน Gift Festival

รับเทศกาลปีใหม่ HKTDC DG Studio ขนทัพสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายแบรนด์ดังจากฮ่องกงมาให้ขาช้อปเลือกซื้อเป็นของขวัญสำหรับคนที่รักหรือจะให้ตัวเองก็ได้ไม่ว่ากันในงาน Gift Festival ทั้ง 3 แห่งเอ็มควอเทียร์ โซนควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M วันที่ 7ธันวาคม 2561 – 6 มกราคม 2562 อัมรินทร์ พลาซ่า วันที่ 18 ธันวาคม 2561 – 7 มกราคม 2562 และสยามพารากอน โซนแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 วันที่ 24 ธันวาคม 2561 – 5 มกราคม 2562 เห็นว่ามีของดีไซน์เก๋ๆคุณภาพดีเพียบ อาทิ นาฬิกาสุดเท่ห์ Infantry สำหรับคุณผู้ชายแก้วกันล้ม Artiart ชุดตัวต่อจิ๊กซอร์ไม้ Team Green กระเป๋าซิลิโคน SiliBAG และอื่นๆ อีกมากมาย พิเศษสุดช้อปทุกๆ 1,000 บาท รับกระเป๋า goodie bag ฟรี หรือ ถ้าควงเพื่อนอีกคนมาช้อปในเวลาเดียวกัน ลด 5% สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่หน้างาน  

นอกจากนี้ เตรียมพบแขกรับเชิญคุณแม่ยังสาว พอลล่าเทเลอร์ ที่จะมาแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตในฮ่องกงและแรงบันดาลใจในการเลือกซื้อของขวัญให้เพื่อนและครอบครัวในวันจันทร์ที่  17 ธันวาคม 2561 ช่วงเวลา 14.00-15.00 น. ณห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ โซนควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M

สองสาวสวยหุ่นแซ่บ บูม – สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง และเนย – วรัฐฐา อิมราพร

ร่วมประชันฝีมือทำอาหารในเมนูยอดนิยมผัดไทยกุ้งสด

ในงานเปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่ของ ‘แม่ประนอม’ ที่ ‘ไอคอนสยาม’

                ขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างสวยสุขภาพดีกันทั้งคู่สำหรับสองนักแสดงสาวชื่อดัง บูม – สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง และเนย – วรัฐฐา อิมราพร แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าอีกหนึ่งความสามารถของสองสาวนั้นนั่นก็คือการทำอาหาร ที่ไม่ว่าใครได้ชิมแล้วจะต้องติดใจอย่างแน่นอน โดยล่าสุดทั้งคู่ได้ชวนกันมาประชันฝีมือปรุงเมนูผัดไทยกุ้งสด ในงานเปิดตัวแฟล็กชิพ สโตร์แห่งใหม่ของ ‘แม่ประนอม’ ที่ศูนย์การค้าไอคอน สยาม (ICON SIAM) พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ น้ำจิ้มไก่และน้ำพริกเผาสูตรไม่มีน้ำตาล อีกทั้งเซ็ตอาหารพร้อมปรุง (Lazy Set) หลากหลายเมนู และน้ำจิ้มไก่พร้อมเซ็ตจานดีไซน์สุดพิเศษจากฝีมือการออกแบบลวดลายโดย ปอม – ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ ปอมชาน นักวาดภาพประกอบชื่อดัง ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีจัดจำหน่ายเฉพาะที่แฟล็กชิพสโตร์ศูนย์การค้าไอคอน สยาม (ICON SIAM) เท่านั้น

แม่ประนอม (Mae Pranom Brand) แบรนด์น้ำพริกชื่อดังที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปีด้วยรสชาติอันแสนอร่อย มีความกลมกล่อม อีกทั้งยังผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ปราศจากวัตถุกันเสียและผงชูรส จึงทำให้แบรนด์แม่ประนอมขึ้นเป็นตัวเลือกอันดับต้นของคนไทยได้ไม่ยาก นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว ยังมีการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

ธนาภรณ์ ภาษาประเทศ ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศแบรนด์ ‘แม่ประนอม’ (Mae Pranom Brand) กล่าวว่า‘แบรนด์แม่ประนอมถือว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน นอกจากเราจะมีวางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศแล้ว ยังได้เลือกศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICON SIAM) ซึ่งเป็นสถานที่ช็อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองกรุงเทพฯ ที่สามารถให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เลือกซื้อและร่วมทดลองผลิตภัณฑ์ ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่เราตั้งใจรังสรรค์ตกแต่งให้ดูอบอุ่นเสมือนเรือนไทยที่มีสไตล์ร่วมสมัย ซึ่งแฟล็กชิพสโตร์แห่งนี้ได้รวบรวมทุกผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เอาไว้ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สุดพิเศษที่เราได้ออกแบบขึ้นมาใหม่และจัดจำหน่ายเฉพาะแฟล็กชิพสโตร์ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยามแห่งเดียวอีกด้วย’

โดยผลิตภัณฑ์สุดพิเศษจากทางแบรนด์ ‘แม่ประนอม’ (Mae Pranom Brand) ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เอาใจคนรักสุขภาพ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ำจิ้มไก่และน้ำพริกเผาไทยสูตรไม่มีน้ำตาล ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความตั้งใจในเรื่องของการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคเป็นสำคัญ โดยการใช้หญ้าหวานมาเป็นส่วนผสมทดแทนความหวานจากน้ำตาล ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเหล่าคนรักสุขภาพ  ถัดมาที่ ผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง (Lazy Set) ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายในการทำอาหาร จะช่วยการปรุงอาหารให้เป็นเรื่องง่าย ในหนึ่งเซ็ตผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง จะประกอบด้วยตัวซอสปรุงรสที่มีรสชาติเข้มข้นจากต้นตำรับอาหารไทย พร้อมทั้งกะทิผงและเครื่องเทศอบแห้ง ซึ่งผ่านการคิดค้นและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่มีความเร่งรีบ โดยผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง (Lazy set) มีให้เลือกกว่า 20 เมนู อาทิ ชุดผัดไทย, ชุดเครื่องต้มยำ, ชุดเครื่องแกงเขียวหวาน, ชุดเครื่องแกงมัสมั่น และชุดเครื่องต้มข่า ปิดท้ายที่ ผลิตภัณฑ์น้ำจิ้มไก่และน้ำพริกเผาไทย พร้อมเซ็ตจานลวดลายพิเศษ จากผลงานการออกแบบของนักวาดภาพประกอบชื่อดัง ปอม – ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ ปอมชาน ซึ่งเป็นสินค้าไฮไลท์ที่ผลิตและจัดจำหน่ายเฉพาะแฟล็กชิพสโตร์แห่งนี้ โดยลวดลายของจานและตัวบรรจุภัณฑ์น้ำจิ้มไก่รูปแบบใหม่ด้วยงานดีไซน์ที่มีความโมเดิร์นขึ้น แต่ยังคงความเป็นไทยเอาไว้ได้อย่างลงตัว โดยลวดลายการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปไก่ที่สื่อถึงตราสินค้าขึ้นชื่อและเอกลักษณ์ของแบรนด์แม่ประนอม พร้อมการลงรายละเอียดอย่างประณีต

                ด้านสองนักแสดงสาวผู้รักการทำอาหารที่ได้มาร่วมโชว์ฝีมือการปรุงเมนูผัดไทยกุ้งสดจากชุดผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงของแม่ประนอม ได้ร่วมเผยถึงเคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อย โดยเริ่มจากนางเอกสาวสวย บูม – สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง เผยว่า ‘ปกติเราเป็นคนชอบทานอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมนูเส้น อย่างก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกที่มีรสชาติจัดจ้าน ทานบ่อยมาก เสน่ห์ของการทำอาหารให้อร่อยก็คือการใส่ใจในกระบวนการทำทุกๆ ขั้นตอน เพราะการทำอาหารจะมีรายละเอียดยิบย่อยระหว่างการปรุงตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จ ถ้าเราเร่งรัดหรือทำผิดขั้นตอนก็จะทำให้อาหารที่ออกมามีรสชาติที่แย่’

                และนักร้องสาวเสียงเพราะ เนย – วรัฐฐา อิมราพร เล่าว่า ‘เราเป็นคนที่ชอบทำอาหารทานเองอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะอาหารคลีน เมนูโปรดคือต้มข่าไก่ ส่วนเคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ เราจะเน้นการเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารมีความสดและใหม่ เลี่ยงจำพวกไขมันและของทอด เน้นการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง พร้อมกับเลือกผลิตภัณฑ์ในการปรุงอาหารที่มีน้ำตาลน้อย หรือไม่มีน้ำตาลเลย เพราะน้ำตาลจะเป็นตัวการที่ทำให้เราอ้วนได้ง่ายมาก’

                ร่วมสร้างสรรค์เมนูแสนอร่อยในสไตล์ของตนเองด้วยผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ ‘แม่ประนอม’ (Mae Pranom Brand) ได้แล้วที่ร้านสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ และผลิตภัณฑ์สุดพิเศษที่แฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่ ศูนย์การค้าไอคอน สยาม (ICON SIAM) บริเวณโซนสุขสยาม

บริษัท ไอสไตล์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของ @cosme เว็บไซต์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดตัวร้าน @cosme store สาขาไอคอนสยาม ซึ่งถือเป็นร้าน
Cosmetics Specialty Store ภายใต้ธีม Experience, Discover, Your @cosme” สาขาแรกในประเทศไทยและเป็นร้าน @cosme store สาขาแรกในภูมิภาคอาเซียน โดยการเปิดตัวร้านครั้งนี้ เป็นการเปิดตัวในนามของ บริษัท ไอสไตล์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไอสไตล์

@cosme store คือร้าน Cosmetics Specialty Store ซึ่งขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านการวิเคราะห์ฐานข้อมูลจากการแนะนำแบบปากต่อปากของลูกค้า และพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ผ่านมาในเว็บไซต์ @cosme ร้าน @cosme store แห่งแรกเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2550 ในชื่อ “@cosme store Lumine Est Shinjuku” ซึ่งมียอดขายมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในบรรดาร้านเครื่องสำอางในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมดในช่วงนั้น ส่งผลให้ปัจจุบันมีร้าน@cosme storeทั้งหมด 26 สาขาในประเทศญี่ปุ่นและ 7 สาขาในต่างประเทศ ซึ่งเกิดมาจากแรงสนับสนุนจากลูกค้าจำนวนมากในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่ง @cosme store มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต


ประเทศไทยเป็นตลาดเครื่องสำอางที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในทวีปเอเชีย และยังเป็นประเทศที่มีความสนใจ
ในความงามในระดับที่สูงโดยตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยปี 2560 มีมูลค่า ถึง 198,138 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ ไอสไตล์จึงเชื่อว่าตลาดในประเทศไทยจะเติบโตมากขึ้นในอนาคตโดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 260,747 ล้านบาทภายในปี 2565

นอกจากนี้ ผู้บริโภคเริ่มนิยมในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ด้านความงามในร้านมัลติแบรนด์สโตร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีตัวเลือกผลิตภัณฑ์ความงามตั้งแต่ราคาย่อมเยาไปจนถึงราคาระดับไฮเอนด์ ที่จริงแล้ว @cosme ยังเป็นที่รู้จักในบรรดาคนไทยในระดับหนึ่งในฐานะเว็บไซต์จัดอันดับเครื่องสำอางยอดนิยมสัญชาติญี่ปุ่นที่โด่งดัง บริษัทจึงต้องการให้แบรนด์ @cosme เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้นด้วยการเปิดสาขา @cosme store แห่งแรกในประเทศไทยแห่งที่ศูนย์การค้า ไอคอนสยาม

@cosme store สาขาไอคอนสยาม ถือเป็นการเปิดตัวร้านสาขาแรกในศูนย์การค้าอันเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งการวางผังร้าน จะเป็นการดึงเอาจุดเด่นต่างๆ ของสาขาที่ญี่ปุ่น มารวมไว้ที่นี่ ได้แก่

  1. ตัวเลือกสินค้ามากมาย ตั้งแต่ราคาย่อมเยา ไปจนถึงแบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้า

เช่นเดียวกับสาขาที่ญี่ปุ่น @cosme store ที่ไอคอนสยามจะมีสินค้าจากช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องสำอาง
แบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้า เช่น Paul & Joe และ LUNASOL ไปจนถึงเครื่องสำอางราคาย่อมเยา เช่น Canmake

  • บริการให้คำปรึกษาปัญหาผิวและคำแนะนำในการแต่งหน้า

ภายในร้านจะมีแผนกให้คำปรึกษาและโซนตรวจสอบสภาพผิว โดยพนักงานในร้านจะได้รับการฝึกอบรมแบบเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าแต่ละท่านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับนำเสนอสินค้าโดยเทียบเคียงแบรนด์ต่าง ๆ ที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละท่าน

  • สภาพแวดล้อมในร้านที่อำนวยให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าได้เกือบทุกชนิด

ภายในร้านจะมีสินค้าให้ทดลองเกือบทุกชนิด ทั้งยังมีอ่างล้างหน้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในร้านเช่นเดียวกับสาขาร้าน
ในญี่ปุ่น ถือเป็นการจัดสภาพแวดล้อมของร้านค้าให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าได้ตามต้องการ

  • โซน อีเวนท์สเปซ เพื่อมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าอยากแชร์ต่อ

โซนอีเวนท์สเปซ ของร้านพร้อมมอบประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้า โดยเฉพาะกิจกรรมแต่งหน้าต่างๆ เพื่อสร้างความรู้สึกดี ให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการหลาย ๆ ครั้ง

  • โซนสำหรับเด็ก เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆ ขณะเข้ามาเยี่ยมชมร้าน

ร้าน @cosme store บางสาขาในญี่ปุ่นจะมีโซนสำหรับเด็กอยู่ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว
ได้สนุกสนานกับประสบการณ์ช้อปปิ้งร่วมกัน

  • โซนพักผ่อนให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย

โซนนี้เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าที่มาแบบคู่รักหรือครอบครัวสามารถทดลองสินค้าได้อย่างสบายใจ และถือเป็นพื้นที่ที่ให้ผู้ติดตามสามารถ
ใช้เวลาในการรอด้วยความผ่อนคลายได้

แบรนด์สินค้าที่จำหน่ายที่ร้าน @cosme store สาขาไอคอนสยาม ได้แก่ @cosme nippon, KANEBO, LUNASOL, Anna Sui, Paul & Joe, excel, FLOWFUSHI, Sekkisei, KATE, Neal’s Yard Remedies, Perfect One, Cher Couleur, Curel, Organika, Canmake, Cezanne ฯลฯ สำหรับแผนในอนาคต บริษัทฯ วางแผนว่าจะเปิดสาขาร้าน @cosme store เพิ่มอีกอย่างน้อย 5 สาขาในอีก 3 ปีข้างหน้า

เกี่ยวกับ @cosme

@cosme เป็นเว็บไซต์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ 16 ล้านคน/เดือน (รวมทุกอุปกรณ์) มียอดชมเว็บไซต์ 310 ล้านวิว/เดือน มีฐานข้อมูลสินค้า 33,000 แบรนด์ และผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ทั้งหมด 310,000 ชิ้น รวมถึงคอนเทนต์ด้านการค้นหารีวิวสินค้าและข้อมูลสินค้าใหม่ นับตั้งแต่วันที่เปิดเว็บไซต์ ยอดรีวิวสินค้าของสมาชิกและยอดชมเว็บไซต์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมียอดรีวิวมากกว่า 14 ล้านรีวิว

เว็บไซต์นี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง โดย 2 ใน 3 ของผู้หญิงญี่ปุ่นวัย 20-30 ปี มีการเข้าใช้บริการเว็บไซต์อย่างน้อย 1 ครั้ง/เดือน และสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์นี้ก็คือ การจัดอันดับตามความคิดเห็นของผู้บริโภค และรางวัล Best Cosmetics Awards ที่จะมอบให้แก่เครื่องสำอางที่มีเสียงชื่นชมจากผู้บริโภคในทุกสิ้นปีโดยผลโหวตมาจากสมาชิกผู้ใช้บริการเว็บไซต์

มาสด้าส่งตรงรถต้นแบบ VISION COUPE จากญี่ปุ่นสู่เมืองไทย

เผยความสง่างามด้านการออกแบบสู่ยานยนต์ในอนาคต

มาสด้าตอกย้ำความร้อนแรงจากการจัดงานMAZDA ASEAN DESIGN FORUM2018 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นศูนย์กลางในการจัดงานสำคัญระดับโลกเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียนโดยเผยปรัชญาการออกแบบอย่างหมดเปลือก ในแบบที่ไม่เคยมีค่ายรถยนต์ใดทำมาก่อน ที่สำคัญในวันนี้มาสด้าได้นำเอาต้นแบบVISION COUPE ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป เพื่อให้ชาวไทยได้เห็นถึงเส้นสายอันทรงพลังของการออกแบบที่สง่างามเพื่อนำไปสู่รถยนต์เจนเนอเรชั่นที่ 7 อย่างเต็มรูปแบบ

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า พวกเราทุกคนต่างภูมิใจที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานด้านการออกแบบรถยนต์อันยิ่งใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งช่วยกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทย ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในปีนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่ายอดขายสะสมรวมทั้งปีจะทะลุเกิน 1,000,000 คัน นับว่าเติบโตเกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ในส่วนของมาสด้าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมนั้น มียอดขายสะสมแล้ว 57,402 คัน เติบโต 43% ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 6.9% และประมาณการณ์น่าจะมากกว่า 65,000 คัน ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้มาสด้าประสบความสำเร็จ คือ การตอบรับอย่างดีจากลูกค้า การสร้างแบรนให้แข็งแกร่ง ประกอบกับการดำเนินงานด้านการตลาดที่แตกต่าง ผนวกกับการออกแบบที่โดดเด่น เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และการขับขี่ที่สนุกสนานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาสด้า เราจะไปถึงเป้ายอดขายที่เราตั้งไว้โดยไม่ยาก

พร้อมกันนี้มาสด้ายังได้นำรถต้นแบบ MAZDA VISION COUPE จากประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด เพื่อสื่อสารปรัชญาการออกแบบรถยนต์ในเจนเนอเรชั่นใหม่ โดยมาสด้าได้เน้นย้ำในเรื่องของการรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว หรือ SUSTAINABLE ZOOM–ZOOM 2030 คือยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปัจจุบันทั่วโลกต่างให้ความสนใจในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV อย่างไรก็ตาม มาสด้ามองว่าการนำเทคโนโลยีไฟฟ้ามาใช้นั้น ต้องคำนึงถึงแหล่งกำเนิดพลังงานที่สะอาดด้วย มาสด้าจึงมีแนวคิดในเรื่องของ Well-to-Wheel เพื่อเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันมาสด้ายังคงหาทางเลือกที่หลากหลายในการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบขับขี่ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีไฮบริด เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีเชื่อมต่อการสื่อสาร และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ลูกค้ามีความสนุกสนานในการขับขี่ นอกจากนี้ยังพัฒนาในเรื่องของความปลอดภัยเพื่อให้มีความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มาสด้าได้ดำเนินกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว เริ่มตั้งแต่การปรับปรุงพัฒนาโชว์รูม และการขยายโชว์รูมไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมองว่าโชว์รูมมาตรฐานใหม่นี้จะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่แรกเห็น และทำให้กลุ่มลูกค้าอยากที่จะเข้ามาใช้บริการ ในด้านการตลาดมาสด้าได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ลูกค้ามีความใกล้ชิดกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น โดยการสร้าง Mazda Digital Platform ทั้งในส่วนของออนไลน์และออฟไลน์ และการสื่อสารที่เชื่อมโยงกันให้เป็น INTEGRATED DIGITAL EXPERIENCE ทั้งในและนอกโชว์รูม นอกจากนี้ยังยกระดับการดูแลของลูกค้าในส่วนของ MAZDA ACTIV SERVICE เพื่อดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ตั้งแต่ก้าวแรกจนกระทั่งลูกค้าซื้อรถคันใหม่ ซึ่งสิ่งที่พัฒนาปรับปรุงมาตลอดนั้นส่งผลให้มาสด้ามียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่างานมหกรรมยานยนต์ในครั้งนี้และถือเป็นโค้งสุดท้ายของปี จะเป็นกิจกรรมที่ลูกค้าให้ความสนใจและผลักดันให้ยอดขายของมาสด้าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม มาสด้าได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีในการจัดงาน MAZDA ASEAN DESIGN FORUM ไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จากการที่มีกลุ่มคนจำนวนมากที่ได้สอบถามในเรื่องของรถยนต์ต้นแบบที่ได้นำมาจัดแสดง มาสด้าจึงนำมาจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งนี้ มาสด้าคาดว่าจะมีลูกค้าให้ความสนใจอย่างล้นหลาม และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า มาสด้าได้มอบแคมเปญสุดพิเศษ MAZDA LOVER เหนือกว่าทุกเซอร์ไพรส์” ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน และสิ้นสุดในวันสุดท้ายของงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุดเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรีทุกรุ่น

  • มาสด้า2 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
  • มาสด้า3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • มาสด้า CX-3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • All-New Mazda CX-5 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
  • มาสด้า บีที-50 โปร เงินดาวน์ 20% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,900 บาท/ เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับฟรีประกันชั้น 1 (Mazda Premium Insurance) ข้อเสนอสุดพิเศษนี้ สำหรับลูกค้ามาสด้าทุกโชว์รูมทั่วประเทศ และที่สำคัญเฉพาะลูกค้าที่จองซื้อภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป รับเพิ่มลำโพงคุณภาพดีแบรนด์ BOSE จากมาสด้า*

เบนซ์สตาร์แฟลก ส่งความสุขท้ายปี กับแคมเปญดีๆ

SANTA BABY ฟรี 100 เลขทะเบียนรถสวย !!!

บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษแก่ลูกค้าทุกท่านแบบจัดเต็มส่งท้ายปี กับแคมเปญโดนใจ SANTA BABY ฟรี!!! เลขทะเบียนรถสวย ความหมายดี เพื่อต้อนรับความโชคดีในปีใหม่ที่จะถึงนี้ พิเศษเพียง 100 ชุดเท่านั้น! นอกจากนี้ความพิเศษส่งท้ายปียังไม่หมดเพียงเท่านี้ เบนซ์สตาร์แฟลก ยังขอมอบข้อเสนอที่ต้องร้องว้าว กับ ดาวน์ 0% พร้อมออกรถได้ทันที ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ ที่มาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง และอีกของขวัญสุดพิเศษให้ว้าวดังๆอีกที เมื่อจองและออกรถรุ่นที่ร่วมรายการภายใน 31 ธันวาคม 2561นี้ รับทันที ไอโฟน เอ๊กซ์เอส แมกซ์ (iPHONE XS MAX) มูลค่า 49,900 บาท มาพบกับเรา เบนซ์สตาร์แฟลก ได้ที่งาน Motor Expo 2018 Challenger Hall 1 เมืองทองธานี บูธ A09 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 เวลา จันทร์ – ศุกร์ 12.00 – 22.00 น.  เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00 – 22.00 น. เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ท่านสามารถรับแคมเปญเดียวกันได้ที่ โชว์รูม เบนซ์สตาร์แฟลก (ดินแดง)

นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม เบนซ์สตาร์แฟลก ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า “สำหรับงาน Motor Expo 2018 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เบนซ์สตาร์แฟลกอยากให้ทุกท่านได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีนานกว่าใคร ด้วยการมอบของขวัญพิเศษแทนคำขอบคุณจากใจ ส่งท้ายปีกับแคมเปญ SANTA BABYฟรีเลขทะเบียนสวย ความหมายดี เพื่อต้อนรับสิ่งดีๆในปีใหม่ เพียง 100 ชุดเท่านั้น สามารถออกรถได้ทันทีไม่ต้องมีเงินดาวน์ มาพร้อมประกันภัยชั้น 1 พิเศษสุดกับ iPHONE XS MAX มูลค่า 49,900 บาท เมื่อออกรถรุ่นที่ร่วมรายการ

ภายใน 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งเบนซ์สตาร์แฟลกเป็นอีกทางเลือก สำหรับทุกท่านที่สนใจรถยนต์MercedesBenz สนใจแคมเปญดีๆ มาคุยกับเราก่อนตัดสินใจนะครับ”

***สำหรับ MercedesBenz รุ่นที่ร่วมรายการออกรถได้ทันทีไม่ต้องมีเงินดาวน์ (0% เงินดาวน์)

  • Mercedes-Benz E-Class E 350 e AMG Dynamic (ผ่อนเดือนละ 40,200 บาท)

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 286 แรงม้า เมื่อผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าก้าวสู่โลกสีเขียว สามารถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน

  • Mercedes-Benz GLC 250 d AMG Dynamic (ผ่อนเดือนละ 35,600 บาท)

Mercedes-Benz GLC 250 d OFF-ROAD (ผ่อนเดือนละ 31,800 บาท)

ไปได้ไกลกว่าที่เคย ด้วยการขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ 2,143 ซีซี

พร้อมกับความเร็วสูงสุดถึง 222 กม.ต่อชั่วโมง

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร. 02-248-6699 ตามวันและเวลาทำการ

หรือ www.starflag.mercedes-benz.co.th, Facebook : Benz Star Flag, Instagram @BenzStarFlag

3 หนุ่มเลือดข้น “ไอซ์ – กัปตัน – เจเจ” เผยสเปคสาว

ผ่านกล้อง 3 เลนส์ใหม่บน “ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 7” แม้ว่าเสือ 2 ตัว จะอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แต่ 3เสือหนุ่ม 3 สไตล์ จากบ้าน ‘จิรอนันต์’ ในซีรีส์ ‘เลือดข้นคนจาง’ที่เพิ่งจะลาจอไปหมาด ๆ สามารถมารวมตัวกันเพื่อชูความโดดเด่น 3 สไตล์ที่แตกต่างกันใน“ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 7” กันได้ได้อย่างลงตัวโดยงานนี้ หนุ่ม เจเจ-กฤษณภูมิ , กัปตัน-ชลธร และ ไอซ์-พาริสมาเปิดอกเผยสเปคสาวที่ชื่นชอบในมุมมองที่ต่างกันโดยดึงเอาเอกลักษณ์ความสามารถของกล้องทั้งหมด 3 เลนส์ ที่ซัมซุงพัฒนามาไว้ใน กาแลคซี่เอ 7 ผ่านความขี้เล่นของทั้ง 3 หนุ่ม ได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู

โดยหนุ่มเจเจ เผยสเปคชอบสาวหน้าสวย จึงต้องเก็บภาพด้วยเลนส์ชัดลึก (Depth Lens) กล้องแบบหน้าชัด-ใจละลาย เอ้ย! หลังละลายแบบเนียนกริบ ให้เห็นความสวยกันแบบชัด ๆ ส่วนหนุ่มกัปตัน มาในลุคหนุ่มขี้เล่น ชอบผู้หญิงน่าค้นหา ยิ่งอยู่ในที่มืดยิ่งมีสเน่ห์ ด้วยเลนส์ความคมชัด 24 ล้านพิกเซล สามารถเก็บภาพในที่แสงน้อยได้อย่างหมดห่วง และปิดท้ายด้วยหนุ่มหล่อขวัญใจสาว ๆ คนล่าสุดอย่างไอซ์ พาริส มาในสไตล์หนุ่มเปิดกว้าง ตัวแทนเลนส์ Ultra-Wide เก็บภาพทุกกว้างได้ครบทุกมุมมองถึง 120 องศา ไม่พลาดทุกรายละเอียด

ส่วนหญิงสาวที่มาเป็นนางแบบให้ทั้ง 3 หนุ่ม ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านเลนส์ในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือสาว ฝน-ศนันธฉัตร โดยสาวฝนสามารถถ่ายทอดความสดใสน่ารัก เป็นตัวของตัวเองผ่านเลนส์ทั้ง 3 ตัว ใน ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 7 ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และฟีเจอร์อันชาญฉลาดในตัวกล้อง ช่วยเสริมความสดใสของเธอให้น่ารักฟรุ้งฟริ้งยิ่งขึ้นไปอีก เรียกได้ว่า กาแลคซี่ เอ 7 สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว เครื่องเดียว เก็บภาพได้ครบทุกมุมมอง ทั้งภาพหน้าชัด – หลังละลาย ภาพสว่างสดใสในที่แสงน้อย หรือจะภาพมุมกว้างแค่ไหน ก็เก็บได้ครบทุกองค์ประกอบ สามารถชมภาพยนต์โฆษณาตัวเต็มได้ที่ www.facebook.com/SamsungThailand/

สำหรับผู้ที่สนใจ ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 7 วางจำหน่ายแล้วในราคา10,990 บาท มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีฟ้า สีดำ และสีทอง สามารถดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-a/

แอทคอสเม่ สโตร์ (@cosme store) ร้านจำหน่ายเครื่องสำอางมัลติแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่นได้เปิดตัวร้านสาขาแรกในประเทศไทย ณ ห้างสรรพสินค้า ไอคอนสยาม โดยแอทคอสเม่ สโตร์ เป็นร้านที่รวบรวมเอาบิวตี้ไอเท็มทั้งเครื่องสำอาง สกินแคร์ อุปกรณ์เสริมความงามตั้งแต่หัวจรดเท้าที่ติดอันดับจากการโหวตของสาวๆ ทั่วญี่ปุ่นบนเว็บไซต์ @cosmeมาให้สาวๆ ชาวไทยได้เลือกช้อปกันแบบจุใจ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณชฎาทิพจูตระกูล (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการบริษัทไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, คุณอุสรา ยงปิยะกุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง, คุณเคย์ ซูกาวะระ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและรองประธานอาวุโสฝ่าย Global Segment บริษัทไอสไตล์ อิงก์ จำกัด, คุณฮาจิเมะ เอนโดะ รองประธานอาวุโสฝ่ายกิจการบริการด้านความงาม บริษัท ไอสไตล์ อิงก์ จำกัด (ที่ 5 จากซ้าย), คุณยูจิน มุระคามิ (ที่ 6 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัทไอสไตล์รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด และบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังของไทยอาทิ ปลื้ม – ณัฐรดาธรรมปัญญา และ Brinkkty (บริ๊งค์) มาร่วมแสดงความยินดี ณ แอทคอสเม่สโตร์ (@cosme store) สาขาห้างสรรพสินค้าไอคอนสยามเมื่อเร็วๆ นี้

มาสด้ารุกขยายธุรกิจสู่ภาคเหนือตอนบนเปิดโชว์รูมแห่งใหม่

พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถังเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ

มาสด้านั้นมีความโดดเด่นเรื่องการออกแบบผนวกกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ทันสมัย และส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาสด้าส่งผลให้ประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและการสร้างแบรนด์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างจากรถยนต์แบรนด์อื่นๆอย่างชัดเจน วันนี้มาสด้าเร่งเครื่องเดินหน้าขยายโชว์รูมเพื่อให้ครอบคลุมเข้าไปในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยพร้อมๆ กับมอบนโยบายด้านการยกระดับการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าสูงสุดล่าสุดเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานแบบครบวงจรแห่งใหม่ สาขาถนนซูเปอร์ไฮเวย์อำเภอสารภี ภายใต้ชื่อ “มาสด้าเชียงใหม่” ซึ่งเป็นแห่งที่ 5 ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วันนี้ทุกท่านได้พิสูจน์แล้วว่ามาสด้าเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก มาสด้าเป็นแบรนด์รถยนต์หนึ่งเดียวที่มีแนวคิดในการออกแบบอย่างชัดเจน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้เราได้รับการยอมรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สำหรับมาสด้าเชียงใหม่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับมาสด้ามายาวนานถึง 29 ปีนั้น ย่อมรับรู้ได้ถึงการพัฒนาและการทุ่มเทแรงกายแรงใจที่ไม่หยุดยั้งของชาวมาสด้า จนสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในแบรนด์ลำดับต้นๆ ที่ลูกค้านิยมชมชอบและให้ความไว้วางใจ วันนี้มาสด้าพร้อมขยายสาขาเข้าไปสู่อำเภอที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น การเปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ รวมทั้งศูนย์ซ่อมสีและตัวถังให้ครอบคลุมตามหัวเมืองหลักถือเป็นนโยบายหลักสำคัญ และคาดว่าการปรับภาพลักษณ์ตามดีไซน์ใหม่จะเสร็จสมบูรณ์ 100% ภายในปีงบประมาณ 2562 นี้

เชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจากนครราชสีมา และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 5 ของประเทศ ทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือเป็นเมืองที่มีความเงียบสงบ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวาอารามและประเพณีต่างๆ ผสมผสานไปด้วยวัฒนธรรมแบบล้านนาที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามาเกิดความคึกคักของตลาดท้องถิ่น และร้านอาหารสมัยใหม่ที่ปรับตัวเข้ากับความเป็นเมืองได้อย่างลงตัว ที่สำคัญยังได้รับการโหวตจากเว็บไซต์ชื่อดังจากต่างประเทศ Travel and Leisure ให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 3 ของโลกในปี 2560 ดังนั้นเชียงใหม่จึงเป็นจังหวัดสำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนบนที่เหมาะกับการอยู่อาศัย ท่องเที่ยว และการลงทุน

นางสุจินต์ ศิริมหาราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้าเชียงใหม่ จำกัด กล่าวว่า “ต้องยอมรับว่ามากถึงวันนี้มาสด้าเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก วันนี้มาสด้ากล้าที่จะแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ เพราะตลอด 29 ปีที่ได้ผูกพันกับมาสด้ามาตลอด มาสด้าแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของการออกแบบที่ให้ความรู้สึกถึงเส้นสายที่มีพลัง ปราดเปรียว ทำให้ทุกคนมีความภูมิใจในการเป็นเจ้าของ รวมถึงเรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปัจจุบัน มาสด้าเชียงใหม่ เปิดดำเนินการมาแล้วทั้งหมด 4 สาขา ประกอบด้วย สาขาสถานีรถไฟ สาขาจังหวัดลำพูน สาขามหิดล สาขาอำเภอฝาง และในวันนี้เราได้เปิดสาขาเพิ่มเป็นแห่งที่ 5 บนซูเปอร์ไฮเวย์ อำเภอสารภี สาขาแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งลิฟท์ศูนย์บริการ 8 ตัว และช่องซ่อมมากกว่า 20 ช่องซ่อม เพื่อรองรับการขยายตัวของฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น”

“โชว์รูมทั้ง 5 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน เราพร้อมที่จะยกระดับโชว์รูมของเรา ให้เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร โดยเฉพาะการเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นศูนย์ซ่อมฯ แห่งแรกและแห่งเดียวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพียบพร้อมด้วยบุคลากรและช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญรวมถึงอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่าน การันรีจากการได้รับรางวัลมาสเตอร์ ดีลเลอร์ ถึง 3 สมัย เป็นเครื่องพิสูจน์ในผลงานการบริการที่ทางบริษัทฯ ได้มอบการบริการและการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุดแก่ลูกค้า” นางสุจินต์ ศิริมหาราช กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับโชว์รูมมาสด้าแห่งใหม่ล่าสุดสาขาซูเปอร์ไฮเวย์ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ พร้อมเปิดให้บริการเพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับความสะดวกสบายและได้รับความพึงพอใจสูงสุดในงานบริการ ตามคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เป็นมาตรฐานของมาสด้า

MazdaThailandOfficial     Facebook / YouTube / Instagram / LINE

บริษัทฟรามิน่า อินเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเตรียมจัดงานใหญ่สะเทือนวงการในงาน “Framina Young Family Grand Opening”บริษัทฟรามิน่า อินเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดย นายชัยภัสส์ สาธิตสมมนต์ เตรียมจัดงานใหญ่สะเทือนวงการเอาใจคนรักสุขภาพในงาน “Framina Young Family Grand Opening” เปิดตัวผลิตภัณฑ์โปรตีนโสม คุณภาพสุดพรีเมี่ยม พร้อมประกาศแคมเปญ The Next Life ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัว ฟรามิน่า เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะแคมเปญมาถ่ายทอดเป็นซีรีย์ พร้อมบินลัดฟ้ากับรางวัลทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซคลูซีฟ งานนี้รายละเอียดจะเป็นเช่นไร รู้พร้อมกัน 26 พฤศจิกายนนี้ หรือติดตามได้ทาง
https://www.facebook.com/Framina.proteinn/

บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวนวัตกรรมเพื่อสุขภาพรุ่นใหม่ล่าสุด “Philips High Speed Vacuum Blender” (ฟิลิปส์ ไฮ สปีด แวคคั่ม เบล็นเดอร์) เครื่องปั่นความเร็วสูงระบบสุญญากาศ ที่สามารถช่วยลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นขณะปั่น จึงช่วยคงคุณค่าสารอาหารและความสดใหม่ให้กับสมูทตี้ที่แสนอร่อยได้ตลอดทั้งวัน โดยสามารถรักษาคุณค่าสารอาหารได้ถึง 3 เท่าเมื่อเก็บไว้ 8 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการปั่นโดยไม่ใช้ฟังก์ชั่นสุญญากาศด้วยเครื่องเดียวกัน[i]

จากผลวิจัยจากองค์การอนามัยโลก พบว่าการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควรประกอบไปด้วยผักและผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรค NCDs และช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอ[ii] ขณะเดียวกัน ผลการวิจัยของบริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก มินเทล พบว่า ผู้บริโภคคนไทย 79% ต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้นในปี 2018 โดยค่อยๆปรับความชอบของตัวเองไปในทางการบริโภคพืชผักมากขึ้น และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง 76% ระบุว่าพวกเขาเลือกรับประทานโปรตีนจากพืช อย่างเช่น ผักใบเขียวและถั่ว มากกว่าการบริโภคโปรตีนจากสัตว์ที่มาจากเนื้อสัตว์ หรือไข่[iii]

นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทรผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ Personal Health บริษัท ฟิลิปส์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“จากข้อมูลวิจัยจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคชาวไทยหันมาให้ความสำคัญกับการรับประทานผักและผลไม้มากขึ้นเทรนด์การรับประทานน้ำปั่นสมูทตี้ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากรับประทานได้ง่ายอร่อยและสะดวก ซึ่งเราเห็นได้จากอัตราการเติบโตของตลาดเครื่องปั่นที่เติบโตขึ้นทุกปี ซึ่งจากข้อมูลของ GFK ในปี2018 ตลาดเครื่องปั่นมีมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท และเติบโตราว16%”“ฟิลิปส์ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นดังนั้น เราจึงได้คิดค้น “Philips High Speed Vacuum Blender” เครื่องปั่นสุญญากาศเพื่อผู้บริโภคเพราะเรารู้ดีว่าการจะได้รับคุณค่าสารอาหารอย่างครบถ้วนจากสมูทตี้นั้นเราจะต้องดื่มในทันที มิเช่นนั้นเอนไซม์และสารอาหารคุณค่าทางโภชนาการในเครื่องดื่มอาจจะเสื่อมสลายไป เครื่องปั่นสุญญากาศจากฟิลิปส์จึงมาพร้อมเทคโนโลยี Stay FreshVacuum ในการช่วยลดการเกิดออกซิเดชั่นในโถปั่นซึ่งสามารถสังเกตุได้จากฟอง โฟม และการแยกชั้นของน้ำผลไม้ที่น้อยลง ช่วยให้สมูทตี้สดใหม่ได้รสชาติเข้มข้นจากเนื้อผักและผลไม้ และยังคงคุณค่าของสารอาหารได้มากถึง 3 เท่า เมื่อเก็บไว้นานกว่า8 ชั่วโมง”


อีสท์ เวสท์ ซีด (East-West Seed) ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักอันดับหนึ่งของประเทศไทยแซงหน้าบริษัทระดับโลกอย่าง Bayer และ Syngenta ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของดัชนีการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรรายย่อยในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (the Access to Seed Index for South and Southeast Asia) ซึ่งเป็นการจัดอันดับของภูมิภาคดังกล่าวเป็นครั้งแรกโดยดัชนีดังกล่าว เกิดจากการประเมินบริษัทเมล็ดพันธุ์ในภูมิภาคทั้งหมด 24 บริษัทเพื่อสนับสนุนการเติบโตด้านความสามารถในการผลิตของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยองค์กรสหประชาชาติ(SDGs)อีสท์ เวสท์ ซีด คือผู้นำของอุตสาหกรรมด้วยรูปแบบโมเดลธุรกิจที่สร้างขึ้นเพื่อเกษตรกรรายย่อยรวมถึงเพาะพันธุ์พืชเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะทางขายเมล็ดพันธุ์ในแพคเกจขนาดเล็ก และจัดตั้งการฝึกอบรมโดยฐานลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย (98 เปอร์เซ็นต์)หมายความว่า โมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้ผลกับทั้งเกษตรกรรายย่อยและตัวบริษัทเองนั้น สามารถเป็นไปได้จริง นอกจากนี้ ใน 10 อันดับแรกของบริษัทที่ติดอันดับดัชนีดังกล่าวมี 3 บริษัทเมล็ดพันธุ์จากประเทศอินเดีย และ 6 บริษัทเมล็ดพันธุ์ระดับโลกที่มาจากนอกภูมิภาค

แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ‘คาลวิน ไคลน์’ (CALVIN KLEIN) ปลุกกระแสความเรียบเท่ตามสไตล์มินิมอล

ชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าแฟนคลับแบรนด์ร่วมเผยเคล็ดลับการแต่งตัวสไตล์เรียบเท่อย่างโดดเด่น

ในงาน ‘ซีเค เดอะ มินิมอล’ (CK The Minimal) อวดโฉมนาฬิกาและเครื่องประดับคอลเลกชั่นปี 2018

หากพูดถึงสไตล์การแต่งตัวที่เรียบง่ายแต่ดูคลาสสิกในทุกยุคสมัยแน่นอนว่าสไตล์มินิมอลยังคงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบัน เพราะมักสามารถสร้างลุคที่เรียบโก้น่าค้นหาให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกันกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลกอย่าง ‘คาลวินไคลน์’ (CALVINKLEIN) ที่ล่าสุด สายหยุดวิศัลยางกูร ผู้จัดการนาฬิกาและเครื่องประดับ คาลวิน ไคลน์ บริษัท เดอะ สวอท์ชกรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ได้ปลุกกระแสความมินิมอลขึ้นมาอีกครั้งด้วยการเชื้อเชิญเหล่าแฟชั่นนิสต้าสาวชื่อดัง ได้แก่ ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์, พลอยหอวัง และก้อย-อรัชพร โภคินภากร มาร่วมเผยเคล็ดลับการแต่งตัวสไตล์เรียบเท่อย่างโดดเด่นด้วยไอเท็มชิ้นโปรด พร้อมอัพเดทเทรนด์นาฬิกาและเครื่องประดับคอลเลกชั่นประจำปี2018 ในงาน‘ซีเคเดอะ มินิมอล’ (CK TheMinimal) ที่บริเวณลานเอเทรี่ยม 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สายหยุด วิศัลยางกูร กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานและจุดเด่นของเครื่องประดับและนาฬิกาคอลเลกชั่นประจำปี2018 ว่า ‘งานนี้เป็นแคมเปญที่ทั่วโลกจัดขึ้นเหมือนกัน เพราะต้องการนำเสนองานดีไซน์ของเครื่องประดับและนาฬิกาประจำปี2018 ที่รวบรวมทุกคอลเลกชั่นเอาไว้ในงานเดียว โดยจุดเด่นของแบรนด์คาลวินไคลน์ นั้นคือความเรียบง่าย คลาสสิก สวมใส่ได้ทุกยุคสมัย ซึ่งเรามองว่าเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบันค่อนข้างไปไวมาไวฉะนั้นคอลเลกชั่นปีนี้จึงเน้นงานดีไซน์ที่มีความทันสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาสเข้าได้กับทุกชุด คงไว้ซึ่งสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และยังคงมาตรฐานการผลิตนาฬิกาตามแบบฉบับSwiss Made จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างดีเยี่ยม’

 “หมาก-เต้ย-ป้อง-บอย” นำทัพคนดังร่วมกิจกรรมฉลอง 80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย
สุดยิ่งใหญ่ ตื่นเต้นกระทบไหล่ เดวิด เบ็คแฮม

ได้ฤกษ์ดีครบรอบ 80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย เอไอเอเลยจัดหนักจัดเต็มเพื่อส่งมอบความสุขให้กับคนไทยโดยมีคนดังจากวงการบันเทิงร่วมงานมากมาย โดยในช่วงเช้ายังมีกิจกรรม “เอไอเอ ฟุตบอล คลินิก” โดยเบ็คแฮม โค้ชและนักเตะชื่อดังทั้งในระดับโลกและประเทศไทย รวมถึงพระเอกหนุ่ม “ป้อง-ณวัฒน์  กุลรัตนรักษ์” และนักร้องหนุ่มเสียงดี “บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี” เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมโชว์สกิลขั้นเทพ ถ่ายทอดทักษะการเล่นฟุตบอลให้กับนักเตะรุ่นจิ๋ว ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เมืองทองธานี

ขณะที่ในช่วงค่ำ เอไอเอได้จัดคอนเสิร์ต “80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย : Together Forever สัญญากับช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่” โดยมีพระเอกหนุ่มหล่อมากความสามารถ “หมาก-ปริญ สุภารัตน์” พร้อมด้วยนางเอกสาวสุดน่ารัก “เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ” พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง “บ๊อบ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์” และครอบครัว รวมทั้งนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง “อาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา” ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเอไอเอ ประเทศไทยเข้าร่วมงาน ซึ่งได้มีโอกาสกระทบไหล่ซุปตาร์นักเตะในตำนาน “เดวิด เบ็คแฮม” แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของเอไอเอ ที่บินตรงมาร่วมงานฉลองครบรอบ 80 ปี เอไอเอ ประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อร่วมตอกย้ำคำมั่นสัญญาของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น โดยภายในงานคอนเสิร์ตได้ยกทัพศิลปินชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทย มอบความสุขเต็มพิกัดให้กับผู้ชมตลอดค่ำคืน ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี อาทิ ดา-เอ็นโดรฟิน เบน-ชลาทิศ เจนนิเฟอร์-คิ้ม  ป๊อป-ปองกูล
โอ๊ต-ปราโมทย์ แก้ม-วิชญาณี ปาล์มมี่ มอส-ปฏิภาณ ปุ๊-อัญชลี ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ และหนึ่ง-จักรวาล

หมาก-ปริญ สุภารัตน์ เผยว่า “ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ
80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย เพื่อสร้างความสุข ความหวัง และเป็นหลักประกันที่ดีให้กับคนไทย นอกจากนี้ ผมยังรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เจอตัวจริงของคุณเดวิด เบ็คแฮม ซึ่งเป็นไอดอลนักเตะตั้งแต่ผมยังเด็ก โดยหวังว่า ในฐานะที่เราเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเอไอเอเหมือนๆ กัน จะทำให้เราได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพให้แข็งแรงกันมากขึ้น เพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้นครับ”

ด้านสาวเต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ เผยว่า “เต้ยรู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี ของเอไอเอ ประเทศไทย ขอขอบคุณเอไอเอที่อยู่เคียงข้างคนไทย และขออวยพรให้เอไอเอ ประเทศไทย อยู่คู่คนไทยตลอดไปค่ะ สำหรับวันนี้ที่ได้เจอเดวิด เบ็คแฮม ก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ค่ะ เบ็คแฮมทั้งรูปหล่อ สมาร์ท และดูแข็งแรงสุขภาพดีมากๆ ขอบคุณเอไอเออีกครั้งที่ได้สร้างโอกาสที่หายากเช่นนี้ให้เกิดจริง และช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ”

ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ที่มาเป็นพี่เลี้ยงสุดหล่อให้กับน้องๆ ในช่วงฟุตบอล คลินิก กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ และได้สอนฟุตบอลให้กับน้องๆ ด้วย น้องๆ ดูกระตือรือร้นมากที่ได้มาฝึกทักษะการเล่นฟุตบอลจากเบ็คแฮมซึ่งเป็นไอดอลของพวกเขา ตัวผมเองก็รู้สึกดีใจมากครับที่ได้เจอเบ็คแฮมอย่างใกล้ชิด เขาเป็นคนที่ไนซ์มากๆ ยิ้มแย้มและเป็นกันเอง ขอบคุณเอไอเอที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ทำให้พวกเขาได้เจอกับเดวิด เบ็คแฮมซึ่งเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกครับ”

และท้ายสุด บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่เอไอเอชวนมาร่วมกิจกรรม เอไอเอ ฟุตบอล คลินิก สำหรับน้องๆ เยาวชนในวันนี้ ร่วมกับโค้ชชื่อดังจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ๊อตสเปอร์ รวมทั้งเดวิด เบคแฮม
ซึ่งต่างเป็นสโมสรฟุตบอลและนักฟุตบอลในดวงใจของผม ผมรู้สึกดีใจแทนน้องๆ ที่ได้รับการฝึกฝนทักษะการเล่นฟุตบอลอย่างถูกต้องจากมืออาชีพตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาตัวเองต่อไปในอนาคต ขอขอบคุณ
เอไอเอมากๆ ที่ทุ่มเทและตั้งใจเพื่อน้องๆ เยาวชนครับ”

“วิวโซนิค” เปิดตัวโปรเจคเตอร์แบบพกพาน้ำหนักเบา M1 โปรเจคเตอร์แอลอีดีที่ฉายภาพ 360 องศา

มาพร้อมลำโพง harman/kardon และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมง

โปรเจคเตอร์วิวโซนิค รุ่น M1 ได้รับรางวัลจากงานประกวด iF  เป็นโปรเจคเตอร์แอลอีดีแบบพกพาน้ำหนักเบาที่มอบความบันเทิงในห้องเกือบทุกห้องได้อย่างสะดวกสบาย แบตเตอรี่ในตัวที่เป็นแหล่งพลังงานให้หลอดแอลอีดีได้นานถึง 30,000 ชั่วโมงช่วยให้โปรเจคเตอร์รุ่นนี้สามารถมอบความบันเทิงแบบมัลติมีเดียได้เป็นเวลานานหลายปีไม่ว่าจะพกพาไปที่ใดก็ตาม ด้วยน้ำหนักน้อยกว่า 2 ปอนด์ หรือ 0.9 กก. และการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบาของรุ่น M1

จึงทำให้โปรเจคเตอร์รุ่นนี้เหมาะสำหรับการเคลื่อนย้ายจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง หรือเหมาะสมสำหรับการใช้งานในร่ม/กลางแจ้ง อีกทั้ง ขาตั้งอัจฉริยะ (Smart Stand) แบบบูรณาการยังช่วยจัดวางโปรเจคเตอร์ได้ถึง 360 องศาอย่างง่ายๆ ในขณะที่ยังปิดฝาเลนส์อยู่ เมื่อทำการเปิดเลนส์แล้ว โปรเจคเตอร์จะเปิดเครื่องทำงานโดยอัตโนมัติพร้อมความสว่างเต็มที่เพื่อความบันเทิงเร่งด่วน เลนส์ของเครื่องยังมีคุณสมบัติเด่นด้านความปลอดภัยที่จะปิดเลนส์โดยอัตโนมัติ ซึ่งก็จะปิดการทำงานของเครื่องโปรเจคเตอร์ด้วย หากตรวจพบว่ามีวัตถุสิ่งของอยู่ใกล้กับเลนส์มากเกินไป

โปรเจคเตอร์วิวโซนิค รุ่น M1 มาพร้อมลำโพงคู่ harman / kardon ให้เสียงที่คมและชัดเจนสำหรับคอนเทนต์มัลติมีเดีย ในขณะที่เลนส์แบบระยะฉายภาพสั้น (Short-throw) ก็สามารถแสดงภาพขนาดใหญ่ในพื้นที่ขนาดเล็กได้ ยิ่งกว่านั้น ออปชั่นการเชื่อมต่ออเนกประสงค์ ได้แก่ ช่องเสียบการ์ด MicroSD, USB Type-A, USB Type C และหน่วยความจำในตัวขนาด 16 GB – ยังทำให้ M1 เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการแชร์และฉายวิดีโอรวมถึงคอนเทนต์มัลติมีเดียอื่นๆ อีกด้วย

ราคา

โปรเจคเตอร์รุ่น รุ่น M1 ลำโพงคู่ Harman Kardon®  จำหน่ายในราคา 11,900 บาท (รวม Vat 7% แล้ว)

สำหรับข่าวสารอื่นๆ และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิวโซนิค
กรุณาเยี่ยมชมได้ที่
http://www.viewSonic.com/th และ Facebook

มาสด้าแรงสุดไตรมาส 3 โตอีก 41% ยอดขายพุ่งทะ 5 หมื่นคันตอกย้ำการเติบโตแบบยั่งยืนชู 4 กลยุทธ์ก้าวสู่แบรนด์พรีเมี่ยมกรุงเทพฯ – ประเทศไทย

 หลังประสบความสำเร็จสูงสุดด้านยอดขาย โดยเฉพาะตัวเลขของไตรมาส3 มียอดขายสะสมสูงกว่า 52,000 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง41% มาสด้าเตรียมเดินหน้าก้าวสู่แบรนด์พรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบดึงดีลเลอร์ทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 2018 Half Year Mazda Way Forward ชูยุทธศาสตร์การวางเป้าหมายแบรนด์และการยกระดับแบรนด์ เน้นการพัฒนาธุรกิจเชิงคุณภาพทั้งด้านการขายและการบริการ มุ่งมั่นพัฒนาสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าตลอดการถือครอง รวมทั้งการสร้างแบรนด์อย่างมีสไตล์ เพื่อรองรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวแนะในอนาคตอันใกล้นี้

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตัวเลขยอดขายเมื่อปิดไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ตลาดรถยนต์ในเซ็กเม้นต์หลักทั้งตลาดรถปิกอัพ ตลาดรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์และตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 13% ไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้นอีก 26% ส่วนไตรมาสที่สามยังเพิ่มขึ้นอีก 22% ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีที่จะส่งผลให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ยอดรวมทั้งตลาดคาดว่าจะทะลุเกิน1 ล้านคัน ซึ่งมาสด้ายังยืนยันเป้าหมายตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 65,000คัน ในปีนี้ หรือเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 26% จากยอดขายรวมเมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่51,755 คัน

ยอดขายรถยนต์มาสด้ายังคงความร้อนแรงต่อเนื่องปิดตัวเลขประจำไตรมาสที่3 มียอดขายสะสมพุ่งสูงถึง 51,755 คันเติบโตเพิ่มขึ้น 41%เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถยนต์นั่งมาสด้า2ยังคงครองอันดับหนึ่งของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มียอดขายสะสมสูงถึง 33,939คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 51%ตามมาด้วยรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี ซีเอ็กซ์-5ที่กระแสความนิยมยังพุ่งอย่างต่อเนื่อง มียอดขายสูงถึง 6,265 คัน เติบโตถึง 116% ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50โปร ที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง มียอดขายสูงถึง 5,154 คัน เพิ่มขึ้น 17% และรถยนต์นั่งมาสด้า3 ที่ยังคงสร้างความเชื่อมั่นมาโดยตลอด มียอดขายสูงถึง 3,974 คัน เพิ่มขึ้น 5% ส่วนมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นเช่นเดียวกันมียอดขายสะสมถึง 2,407 คัน ลดลง 19% ส่วนรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุน2 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นแบรนด์ไอคอนของมาสด้า มียอดขายสะสมถึง 16คัน

ในวันเดียวกันนี้ มาสด้ายังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจรถยนต์ในประเทศไทย ด้วยการจัดประชุมผู้จำหน่ายจาก 136 โชว์รูมทั่วประเทศ เพื่อประกาศ 4 ยุทธศาสตร์หลักสำคัญ เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์แบบยั่งยืน หลังจากที่เร่งดำเนินการปรับปรุงภาพลักษณ์ของโชว์ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันแล้วเสร็จไปกว่า 90% และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2562 ดังนั้นเพื่อให้ผู้จำหน่ายยึดหลักปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันตามปรัชญา “ONE MAZDA” มาสด้าได้วางกลยุทธ์สำคัญ 4 ประการ ประกอบด้วย การกำหนดยุทธ์ศาสตร์ของแบรนด์เพื่อให้มาสด้าก้าวขึ้นสู่แบรนด์ในระดับพรีเมียม ประการที่สอง คือ เน้นย้ำเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในเชิงคุณภาพทั้งด้านการขายควบคู่ไปกับงานบริการหลังการขาย ประการที่สาม คือ การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้เกินความคาดหวังให้ตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ สุดท้ายคือการมุ่งมั่นสร้างแบรนด์อย่างสไลด์ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

นอกจากจะประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทยแล้ว ในเวทีระดับโลก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ยังได้รับการยกย่อง เป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจ และถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักสำคัญของ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เนื่องจากได้สร้างความแข็งแกร่งต่อธุรกิจและสร้างสถิติใหม่ไว้มากมาย อาทิ ครองอันดับ 1 ด้านการเติบโตของยอดขายสองปีซ้อน หรือมีการเติบโตเพิ่มสูงถึง 42% รวมถึงครองอันดับ 1 ด้านการเติบโตในส่วนของแบ่งการตลาดสองปีซ้อน และเป็นอันดับ 2 ด้านส่วนแบ่งการตลาด คิดเป็น 7% รองจากประเทศออสเตรเลีย และอยู่ในอันดับ 6 ของโลกของปริมาณยอดขาย รองจาก สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และแคนาดา

เปิดตัว FarmKaideeตลาดออนไลน์เพื่อเกษตรกรไทย
Kaidee เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการซื้อ-ขายตอบโจทย์ทุกเซกเม้นต์ของคนไทย
 
กรุงเทพฯ – 3 ตุลาคม 2561: Kaidee (ขายดี) แหล่งซื้อ-ขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของเกษตรกรไทย กำลังสำคัญของประเทศ สร้างตลาดออนไลน์ FarmKaidee (ฟาร์มขายดี) เพื่อเกษตรไทยโดยเฉพาะ ดึงเทคโนโลยีให้เข้ามาใกล้ชีวิตเกษตรมากขึ้นเปิดพื้นที่ซื้อ-ขายสำหรับผลิตผล และผลิตภัณฑ์เพื่อเกษตรกรไทยให้เรื่องซื้อ-­ขายออนไลน์ไม่ยากและไกลตัว อีกต่อไป
นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช Kaideeกล่าวว่า “เราเห็นว่าวัยแรงงานส่วนใหญ่ ของไทยยังทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรมคิดเป็นจำนวนกว่า 31% ของประชากรวัยแรงงานและก็เป็นคนกลุ่มนี้ ที่มีรายได้ต่อหัวต่อปีต่ำที่สุดของประเทศเรา ผลผลิตจากภาคการเกษตรคิดเป็นเพียงร้อยละ10 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ (GDP) และเกษตรกรก็ไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าได้เองเพราะราคาสินค้าเกษตรนั้น ตลาดโลกเป็นผู้กำหนด”
“ทาง Kaidee เองพบว่าบนแพลตฟอร์ม Kaidee เองก็มีเกษตรกรเข้ามาใช้งานกันอยู่แล้วเช่น ปีที่ผ่านมา คำค้นหายอดนิยมอันดับที่ 11 ของเราคือคำว่า‘รถไถ’ และก็มีการขายสินค้าเกษตรอยู่แล้วคนซื้อก็เข้ามา ซื้อของบนแพลตฟอร์มอยู่แล้วจึงเกิดเป็นความตั้งใจที่จะสร้างตลาดออนไลน์  ‘FarmKaidee’ ขึ้นมาเพื่อพี่น้อง เกษตรกรไทยโดยเฉพาะเพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคที่อยู่บนออนไลน์ได้ง่าย ไม่จำเป็นต้อง เสียเวลาทำการตลาดออนไลน์ที่ยุ่งยากเพราะ FarmKaidee สามารถตอบโจทย์สิ่งที่ง่ายที่สุดในการซื้อ-ขายได้ นั่นคือ เป็นตลาดกลางที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน” นายทิวากล่าวต่อ


นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ Personal Health กล่าวว่า “สาเหตุหลักของโรคหัวใจเกิดจากพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมรับประทานอาหารสำเร็จรูปอาหาร Junk Food อาหารรสหวาน มัน เค็ม จัด หรืออาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดดังนั้น เราจึงควรเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารหวานมันเค็ม อาหาร  แปรูป และอาหารสำเร็จรูป และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอที่สำคัญ การทำอาหารรับประทานเองที่บ้านจะสามารถควบคุมขั้นตอนการปรุงอาหารและปริมาณไขมันในอาหารให้น้อยลงได้แต่ด้วยวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันที่เร่งรีบบางคนอาจจะไม่มีเวลาในการปรุงอาหารเอง ฟิลิปส์เราได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพและยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันด้วย อย่าง PhilipsAirfryer หม้อทอดไม่ใช้น้ำมัน สามารถทอดอาหารได้สุกกรอบนอกนุ่มในนอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดไขมันได้ถึง 80%  เมื่อเทียบกับการทอดอาหารด้วยน้ำมันแบบเดิม ทำให้เรายังได้รับประทานอาหารอร่อยแต่ยังช่วยดูแลสุขภาพหัวใจไปพร้อมๆ กันนอกจากนี้ เรายังมีเครื่องปั่นน้ำผลไม้ Philips HighSpeed Blender เครื่องปั่นความเร็วสูง ที่ช่วยคงคุณค่าของสารอาหารที่อยู่ในผักผลไม้ให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารดื่มน้ำผักผลไม้ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพไปพร้อมๆ กัน”
วันนี้ ฟิลิปส์ จึงพร้อมนำเสนอ 2 สูตรเมนูอาหารแสนอร่อยที่ทำได้ง่ายๆและดีต่อสุขภาพหัวใจ มาแนะนำให้กับสายกินที่รักสุขภาพทุกคนได้ลองทำกัน


เฉลิมฉลองวโรกาส111 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสนอร์เวย์กับการศึกษานวัตกรรมสมัยใหม่สู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ทำความรู้จัก3 เทคโนโลยีชั้นนำของนอร์เวย์ที่สร้างประโยชน์ให้กับชาวไทยในปัจจุบัน 
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)เสด็จประพาสยุโรปและเดินทางเยือนประเทศนอร์เวย์เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 หรือเมื่อ 111 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและนอร์เวย์การเสด็จประพาสนอร์เวย์ครั้งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และส่งผลต่อความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของไทยเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระประสงค์ที่จะศึกษานวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาประเทศไทยและได้ทอดพระเนตรเห็นความเชี่ยวชาญด้านการประมงของชาวนอร์เวย์เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยไนโตรเจนโดยการสกัดไนโตรเจนจากอากาศและการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำจากเขื่อน
ปัจจุบันนอร์เวย์ถือเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการผลิตพลังงานหมุนเวียนและเนื่องจากไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับนอร์เวย์มาช้านาน เราจึงได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมเหล่านี้ในหลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจ
ฟาร์มแซลมอนธรรมชาติ
“ส่วนประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากภูมิประเทศที่เป็นเช่นนี้คือประเทศนี้หันหน้าออกสู่มหาสมุทรใหญ่อย่างยิ่ง คือแอตแลนติกอาจจะมีคลื่นลมที่แรงเกินประมาณ และมีสัตว์ใหญ่ในน้ำเช่นปลาวาฬซึ่งกินปลาเล็กเป็นอาหาร เมื่อพายุใหญ่หนักขึ้นฤาปลาวาฬใหญ่กวนหนักข้างนอกปลาเล็กๆก็หนีเข้ามาในฟยอร์ด เมื่อปลาหลบเข้าไปอยู่ในฟยอร์ดได้แล้ว ก็เป็นน้ำสงบนิ่งใช่แต่เท่านั้น ยังได้กระแสน้ำซึ่งตกลงมาในฟยอร์ด อันปลาโดยมากชอบจะว่ายทวนกระแสเป็นอาหารเหตุฉะนั้นตามฝั่งทเลนอร์เวย์นี้เป็นที่ทำปลาบริบูรณ์อย่างยิ่งทั่วไปตลอดอาณาเขต”–     
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐)
กระชังเลี้ยงแซลมอนในทะเลที่นอร์เวย์ 
นอร์เวย์มีแนวชายฝั่งทะเลยาวจากตอนเหนือและบรรจบยังตอนใต้ของประเทศท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามรายล้อมด้วยน้ำทะเลสะอาดบริสุทธิ์ สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้ชาวนอร์เวย์พัฒนาเทคโนโลยีการทำฟาร์มเลี้ยงปลาในธรรมชาติขึ้นในช่วงคริสตศักราชที่1970-1979 และทะยานขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลกอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนอร์เวย์เป็นประเทศผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตแซลมอนเป็นอันดับหนึ่งของโลก การเป็นประเทศติดชายฝั่งที่มีน้ำทะเลเย็นและใสสะอาดเหมาะกับการดำรงชีวิตของแซลมอนทำให้นอร์เวย์กลายเป็นแหล่งการดำรงชีวิตที่สมบูรณ์ของปลาต่างๆสิ่งนี้นำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงของนอร์เวย์ ซึ่งได้แก่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อการประมงที่ยั่งยืนรวมไปถึงความมุ่งมั่นในการผลิตอาหารทะเลที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้บริโภค  
ชาวนอร์เวย์เลี้ยงแซลมอนในทะเลตามธรรมชาติ ปลาเหล่านี้ใช้ชีวิตอย่างอิสระในกระชังขนาดมหึมาที่ได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศทุกรูปแบบถึง 50 ปี นอกจากนี้ กระชังแซลมอนยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายจุดเพื่อช่วยให้ชาวประมงสังเกตพฤติกรรมของแซลมอนและยังป้องกันอันตรายต่างๆ รวมถึงสัตว์ทะเลชนิดอื่นภายนอกกระชังแซลมอนนอร์เวย์ถูกเลี้ยงด้วยอาหารปลาที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้มาตรฐานการรับรองจากสหภาพยุโรปแซลมอนจึงไม่มีพยาธิในลำไส้ สามารถเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีและด้วยการพัฒนาวัคซีนให้กับแซลมอน จึงทำแซลมอนนอร์เวย์แทบจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะการเลี้ยงดูแซลมอนด้วยการคำนึงสุขภาพปลาทำให้แซลมอนเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคที่รักสุขภาพอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจในการทำฟาร์มแซลมอนของชาวนอร์เวย์คือเครื่องกำจัดเห็บปลา (thermolicer) เครื่องนี้ทำงานโดยการลำเลียงแซลมอนเข้าเครื่องผ่านน้ำอุ่นอุณหภูมิของน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจากอุณหภูมิของน้ำทะเลจะกำจัดเห็บให้หลุดออกจากผิวหนังโดยไม่เป็นอันตรายต่อปลากล่าวได้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้คือหลักฐานพิสูจน์ความตั้งใจของชาวนอร์เวย์ ประเทศที่ผลิตแซลมอนที่มีคุณภาพสูงสุดจากการทำประมงแบบยั่งยืนทำให้ชาวไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าแซลมอนนอร์เวย์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับประทานแซลมอนที่สดที่สุดส่งตรงทางเครื่องบินจากนอร์เวย์ทุกวัน
อาหารกลางวันในโรงเรียนทำให้สุขภาพของเด็ก ๆ ดีขึ้นได้          
อาหารกลางวันในโรงเรียนสามารถส่งเสริมรูปแบบชีวิตที่มีสุขภาพดีของเด็ก ๆได้
·          
Ajinomoto Vietnam Co., Ltd (“บริษัทAjinomoto เวียดนาม”)
ดำเนินโครงการอาหารกลางวันผ่านช่องทางอื่นๆอย่างเช่นซอฟท์แวร์
·          
เป้าหมายสำคัญครั้งถัดไปสำหรับโครงการอาหารกลางวันในประเทศในเอเชีย
 
ในปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางว่าอาหารกลางวันในโรงเรียนนั้น สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพของเด็กวัยเรียน ในประเทศโลกตะวันตก ผู้คนตระหนักดีถึงความสำคัญของการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับนักเรียน ยกตัวอย่างเช่นในฝรั่งเศส อาหารกลางวันเป็นอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของวัน เราจะพบว่าโรงเรียนต่าง ๆ ให้ความสำคัญอย่างมากกับอาหารกลางวัน (Déjeuner)
 ในเอเชียก็เช่นกัน โรงเรียนจำนวนมากจัดให้มีอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนของตน อาหารกลางวันได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากทำให้ผู้ปกครองที่บ้านไม่ต้องเตรียมอาหารกลางวันให้ลูกหลานของตน ในประเทศเวียดนาม อาหารกลางวันที่โรงเรียนก็ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกันเนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องทำงาน ทว่าอาหารกลางวันในเวียดนามก็ยังไม่ถือว่าเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบคุณค่าทางโภชนาการ  และโรงเรียนเองก็ไม่มีนักโภชนาการที่ช่วยกำหนดเมนูอาหารที่เหมาะสมให้แก่นักเรียน
 เมื่อตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ บริษัท Ajinomoto เวียดนาม จึงริเริ่มโครงการที่จะจัดส่งเมนูอาหารให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ที่นักเรียนประสบกับปัญหาภาวะขาดสารอาหารเนื่องจากขาดบุคลากรด้านโภชนาการและความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการ โดย AjinomotoCo., Inc. (“บริษัท Ajinomoto”) ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท Ajinomoto เวียดนาม เป็นผู้ซึ่งที่มีประวัติอันยาวนานด้านธุรกิจอาหาร และบริษัท Ajinomoto ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับนักโภชนาการอยู่แล้วทั้งยังมากประสบการณ์ในเรื่องการส่งมอบเมนูอาหารให้กับโรงพยาบาลและแหล่งบริการอาหารหลายแห่ง
 Hiroharu Motohashi ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปคนปัจจุบันของแผนกผลิตภัณฑ์อาหารที่บริษัท Ajinomoto กล่าวว่า “จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับอาหารกลางวันของนักเรียนในเวียดนาม เนื่องจากอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ๆ ในเวียดนามขาดความสมดุลของสารอาหาร เราพบว่าอาหารมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่เพียงพอ มีการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเป็นจำนวนมาก ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนในอาหารต้องมีความสมดุลและมีสัดส่วนที่พอเหมาะ โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ”
เคทีซีเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ค “KTC CulturalDining Experience”  
รวม 50 ร้านอาหารระดับพรีเมียม พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย 
 
นางประณยา  นิถานานนท์ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ค “KTC CulturalDining Experience” หนังสือที่รวบรวมและคัดสรรร้านอาหารระดับพรีเมียม และร้านอาหารที่ได้รับรางวัลจากมิชลินไกด์ 2018 รวมทั้งสิทธิประโยชน์เพื่อสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีโดยเฉพาะ เพียงใช้จ่ายผ่าน บัตรฯ รับส่วนลดสูงสุด 20% และเมนูพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561– 31 มีนาคม 2562 หนังสือ “KTC CulturalDining Experience” จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าอาหารเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของเชื้อชาติศาสนา และวัฒนธรรม บอกเล่าและสะท้อนความเป็นชาติได้ดีกว่าคำอธิบายใดๆ   พ็อกเก็ตบุ๊คเล่มนี้ให้ทั้งความสนุกและเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวเนื้อแท้ของอาหารจากวัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งจากโลกฝั่งตะวันตกและตะวันออก อาทิ ร้านเพสท์ แบงคอก (Paste Bangkok) / ร้านเสน่จันทน์/ ร้านคั่วกลิ้งผักสด / ร้านอัพสแตร์ส แอท มิคเคลเลอร์ แบงคอก(Upstairs at Mikkeller Bangkok) / ร้านเล็นซี่ ทัสคัน คิทเช่น (LenziTuscan Kitchen) / ร้านมอซซา บาย โคคอต (Mozza by Cocotte) /ร้านซูชิ อิชิซู (Sushi Ichizu) / ร้านริวนาเบะ (RyunabeBangkok) และร้านซิน เทียน ตี้ (Xinn Tien Di) พ็อคเก็ตบุ๊ค “KTC Cultural DiningExperience” จัดพิมพ์ครั้งแรกจำนวน 5,000 เล่ม สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า อินฟินิท / เคทีซี – เคทีบี พรีเชียส วีซ่า อินฟินิท และเคทีซี เอ็กซ์วีซ่า ซิกเนเจอร์ ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด (Top Spender) ในรอบปีที่ผ่านมาโดยสมาชิกและผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเป็นอีบุ๊คฟรีได้ที่ www.ktc.co.th/ktcculturaldiningexperience
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE02 123 5000 เว็บไซต์ www.ktc.co.th หรือสมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์เพื่อสมัครบัตรเครดิตได้ที่นี่: http://bit.ly/2uPcS19 
งดงามสมการรอคอยสำหรับ ‘การ์เด้น อินเดอะซิตี้’ สวนสวยใจกลางเมือง แคมเปญดังจากแบรนด์ ‘มามอนด์’ที่ได้นักแสดงสาวระดับโลก ‘พัค ชิน ฮเย’มาร่วมเผยเคล็ดลับการปรนนิบัติผิวให้สุขภาพดีอย่างอ่อนเยาว์พร้อมอัพเดทเทรนด์การแต่งหน้าประจำปี2019 โดยเมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังจากประเทศเกาหลี

สร้างปรากฏการณ์ความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์เป็นอย่างมากกับงานมามอนด์ ‘การ์เด้น อินเดอะซิตี้’ (Mamonde ‘Garden in the City’) ที่ล่าสุด ลาวัณย์ แซ่เฮ้งผู้จัดการฝ่ายการตลาดแห่งแบรนด์‘มามอนด์’ (Mamonde) แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นนำจากประเทศเกาหลีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามที่ซ่อนอยู่ในหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์และเป็นที่ยอมรับในประสิทธิภาพเรื่องการดูแลผิวพรรณของผู้หญิงเอเชียมานานเกือบ 30 ปี ได้นำแคมเปญดังจากสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ประเทศเกาหลีที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในภูมิภาคเอเชียมาจำลองขึ้นอีกครั้งที่บริเวณใจกลางเมืองกรุงเทพฯ พร้อมเชื้อเชิญแบรนด์แอมบาสเดอร์สาวชื่อดัง‘พัค ชิน ฮเย’(Park Shin Hye) มาร่วมสร้างสีสันเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟนคลับแบรนด์พร้อมเผยถึงเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีอย่างอ่อนเยาว์ ที่ สยามสแคว์วัน ชั้นใต้ดิน (LG) เมื่อบ่ายวันก่อน