ธุรกิจ

“Watsons HA Mask” มาสก์หน้าชุ่มชื้น แลดูกระจ่างใส ผิวดูอิ่มน้ำ หมดกังวลปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ

วัตสัน ประเทศไทย แนะนำผลิตภัณฑ์แผ่นมาสก์บำรุงผิวหน้า สูตรใหม่ “Watsons HA Mask” มาสก์หน้าชุ่มชื้น ดูกระจ่างใส ผิวดูอิ่มน้ำ ผลิตจากประเทศเกาหลี ด้วยประสิทธิภาพในการบำรุงผิวจากHyaluronic Acid ที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก และให้ผิวดูกระจ่างใสมากขึ้นด้วยน้ำออกซิเจนจากเกาะเจจู ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลีที่ได้ชื่อว่ามีสภาพแวดล้อมและแร่ธาตุที่ดี  มาพร้อมแผ่นมาสก์เทคโนโลยี Tencel® ให้ความนุ่มนวล อ่อนโยน แนบกระชับผิวหน้ามากยิ่งขึ้น ตอบโจทย์การดูแลผิวหน้าได้ตามที่คุณต้องการ

พบกับแผ่นมาสก์บำรุงผิวหน้า สูตรใหม่ “Watsons HA Mask” ทั้ง 7 แบบ จาก วัตสันได้แล้ววันนี้ ในราคาชิ้นละ 49 บาท ที่ร้านวัตสันทุกสาขา เว็บไซต์ Watsons และ application WatsonsTH สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สื่อ ณ จุดขาย Official Line WatsonsTH บนเว็บไซต์ www.watsons.co.th และแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้งบน PlayStore และ AppStore


เปิดศักราชใหม่ปีหมูทองยอดขายมาสด้าพุ่งอีก 16% มอบข้อเสนอแทนใจ MAZDA SEASON OF LOVE

มาสด้าสุดปลื้มหลังยอดขายรถทุกรุ่นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เปิดศักราชใหม่ต้อนรับปีหมูทองยอดขายก็พุ่งทำสถิติใหม่ทันที เดือนแรกทะยานสูงถึง 16% ด้วยตัวเลขยอดขายสูงสุด 5,247 คัน ผลพวงต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วที่มาสด้าโหมทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการบริการหลังการขาย แสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมในรถยนต์มาสด้าที่ยังคงร้อนแรงแบบฉุดไม่อยู่ โดยเฉพาะมาสด้า2 ทำยอดขายสูงถึง 3,991 คัน เติบโต 64% ก้าวขึ้นครองบัลลังก์ยึดแชมป์ยอดขายสูงสุดอันดับหนึ่งของตลาดรถเล็ก

เปิดศักราชใหม่เดือนแรกตลาดรถยนต์เมืองไทยก็เริ่มคึกคักทันที รถยนต์มาสด้ายังคงได้รับกระแสความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้องเล็กสุดอย่างมาสด้า2 ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดขายจำนวน 3,991 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 64% ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จำนวน 547 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5 จำนวน 299 คัน รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 237 คัน รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ CX-3 จำนวน 170 และรถสปอร์ต MX-5 จำนวน 3 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถมาสด้าทั้งหมดในเดือนมกราคมปิดตัวเลขอย่างสวยสดงดงามอยู่ที่ 5,247 คัน เติบโตสูงถึง 16% ถือเป็นความสำเร็จในด้านการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้จำหน่าย รวมทั้งการทำงานร่วมกันอย่างหนักตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การเติบโตของยอดขายในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่ดี และเราจะยังคงทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ผู้จำหน่ายของเราสามารถตอบสนองการบริการที่ดีที่สุดไปยังลูกค้าของเรา โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคม ซึ่งเป็น 2 เดือนสุดท้ายในการที่จะปิดปีงบประมาณ เดิมที่เราวางเป้าไว้คือ 65,000 คัน แต่ตอนนี้มียอดขายไปแล้ว 59,136 คัน คาดว่าจะทะลุเกินเป้าหมายที่วางไว้

นอกจากนี้มาสด้ายังได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษแทนใจในช่วงซีซั่นแห่งความรัก ต้อนรับวาเลนไทน์ ภายใต้แคมเปญ MAZDA SEASON OF LOVE” ระหว่างวันที่ 9 – 17 กุมภาพันธ์ นี้ เพียง 9 วัน เท่านั้น เพื่อตอกย้ำเดือนแห่งความรัก และสร้างความต่อเนื่องของเรื่องราวความรักชายหญิงที่มาพบรักกันที่โชว์รูมมาสด้า ด้วยข้อเสนอพิเศษ ออกรถ CX-5 วันนี้ รับดอกเบี้ย 0% และประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance จองรถมาสด้า3, CX-3 หรือ CX-5 รับฟรี Apple CarPlay มูลค่า 4,500 บาท จำนวนจำกัดเพียง 800 คัน เท่านั้น

ทั้งนี้สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่มาสด้ากำลังดำเนินการเพื่อรองรับกับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ การเร่งขยายเครือข่ายและการปรับโชว์รูมรูปลักษณ์ใหม่ให้ครบ 100% ในปีนี้ รวมทั้งกระบวนการทำงานของผู้จำหน่ายให้สามารถรองรับจำนวนลูกค้าต่อวันให้ได้มากขึ้น รวมไปถึงรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในปีนี้ด้วย

“คูลิเนอร์” โรงเรียนศิลปะการอาหารที่ให้มากกว่าอาหารจานอร่อย

โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ เผยปัจจัยความสำเร็จในธุรกิจอาหาร พร้อมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์อนาคตโรงเรียนศิลปะการอาหารในประเทศไทย กับความจำเป็นของการมีหลักสูตรการบริหารจัดการ ที่จะช่วยสร้างความสำเร็จให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

นายแอนโทนี ออสบอร์น ผู้อำนวยการใหญ่ คูลิเนอร์ โรงเรียนศิลปะการอาหารรูปแบบใหม่  ซึ่งตั้งอยู่ ณ ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม เผยมุมมองและกระแสความสนใจในการทำอาหารของคนรุ่นใหม่ รวมถึงเส้นทางสู่การเป็นเชฟมืออาชีพที่กำลังได้รับกระแสความนิยม และเคล็ดลับสู่ความสำเร็จทางธุรกิจอาหารว่า ความนิยมในการเรียนทำอาหารในปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากคนรุ่นใหม่มีความใฝ่ฝันในการประกอบอาชีพที่หลากหลายขึ้น ขณะที่วัยทำงานก็เริ่มมองหาช่องทางเสริมสร้างรายได้ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านกำไรและความชอบ

หากแต่การที่จะประสบความสำเร็จบนเส้นทางธุรกิจการทำอาหารและร้านอาหารนั้น ไม่อาจอาศัยความรักในศิลปะการทำอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ควรจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารจัดการธุรกิจ ตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การจัดการต้นทุน การตลาด การบริหารคน หรือแม้แต่การมองแนวโน้มตลาด เป็นต้น

“โรงเรียนศิลปะการอาหารเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากหลายคนไม่ได้เลือกโรงเรียนศิลปะการอาหารเพียงเพราะมีความสนใจในการทำอาหารเท่านั้น แต่ยังสนใจเรียนทำอาหารเพื่อนำไปประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจอีกด้วย คำว่า อาหารอร่อย อย่างไรแล้วก็ขายได้ คงใช้ไม่ได้อีกต่อไป เพราะด้วยพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผนวกกับการแข่งขันที่นับวันยิ่งสูงขึ้น ล้วนแล้วแต่ส่งผลโดยตรงต่อความอยู่รอดของธุรกิจอาหาร ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนศิลปะการอาหารและผู้ประกอบการคูลิเนอร์ จึงมองว่า โรงเรียนศิลปะการประกอบอาหาร กับการมีหลักสูตรการทำอาหารเป็นหัวใจหลักเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ เรามองว่าการบริหารจัดการธุรกิจมีความสำคัญไปไม่น้อยกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็น แนวทางบริหาร วิธีการขยายธุรกิจ วิธีสร้างแบรนด์ การบริหารพนักงาน เป็นต้น” นายแอนโทนี กล่าว

“ครอสโร้ดส์” โดย สิงห์ เอสเตท คว้ารางวัล เจแปน พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด ประจำปี 2561


จากซ้าย: นายเดิร์ก เดอ ไคย์เปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจบริการ เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน),
นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน), และนายฐิติ ทองเบญจมาศ กรรมการบริหาร
และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงาน โครงการครอสโร้ดส์
โรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์

“ครอสโร้ดส์” จุดหมายปลายทางแนวไลฟ์สไตล์ครบวงจรแห่งแรกในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ พัฒนาโดยบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนของประเทศไทย คว้ารางวัลโครงการเพื่อการสันทนาการยอดเยี่ยม (Best Leisure Development) จากเวทีเจแปน พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด (Japan International Property Awards) หรือ JIPA ประจำปี 2561 ที่ผ่านมา

โครงการ “ครอสโร้ดส์” ได้รับแรงบันดาลใจมาที่ตั้งของโครงการบนทำเลยุทธศาสตร์บนเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต และเพื่อเป็นการสืบสานประเพณีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกที่มีมาแต่โบราณ การออกแบบในโครงการจึงมีการผสมผสานสไตล์ตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันอย่างลงตัว อาทิ การออกแบบ The Marina @ CROSSROADS โดย เบนสเลย์ ดีไซน์ บริษัทออกแบบสถาปัตยกรรมชั้นนำระดับโลก ที่นำเอาดีไซ์สไตล์ฝรั่งเศสยุคเก่า มาผสมกับกลิ่นอาย อราเบียนแบบดั้งเดิม รวมถึงคอนเซ็ปการออกแบบจากโปรตุเกส จีนและสหราชอาณาจักรอย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังมีผลงานการออกแบบของบริษัทฯสถาปัตยกรรมชั้นนำอื่นๆ ได้แก่ เอชบีเอ, เอสซีดีเอ และ อีโค-ไอดี โดยการออกแบบและดูแลการก่อสร้างอย่างพิถีพิถันของโครงการสะท้อนให้ความตั้งใจของบริษัทฯที่ต้องการให้โครงการมีความสอดคล้องกับความงามตามธรรมชาติของหมู่เกาะมัลดีฟส์ ภายใต้กลยุทธ์เพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของความต้องการที่จะฟื้นฟูธรรมชาติโดยรอบของหมู่เกาะให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์


        เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์  โรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์

“โครงการครอสโร้ดส์ มัลดีฟส์ นับเป็นโครงการด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่่สุดของสิงห์ เอสเตท นับถึงปัจจุบัน โดยโครงการจะเปิดตัวในปีพ.ศ. 2562 ที่จะถึงนี้ที่เอ็มบูดู ลากูนและจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางแนวไลฟ์สไตล์ครบวงจรแห่งแรก ในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ บริษัทฯมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลในครั้งนี้ โดยรางวัลดังกล่าวถือเป็นรางวัลชิ้นแรกของ โครงการ และทางบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีอีกหลายรางวัลตามมาในอนาคต” นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าว

เจแปน พร็อพเพอร์ตี้ อวอร์ด (Japan International Property Awards) หรือ JIPA จัดขึ้นโดย PropertyAccess.co บริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อมอบรางวัลให้แก่บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และโครงการ อสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปีนี้ มีบริษัทฯและโครงการเข้าร่วมมากถึง 29 แห่ง จากพม่า ไทย มาเลเซีย มัลดีฟส์ อินโดนีเซีย กัมพูชาและฟิลิปปินส์

ครอสโร้ดส์นับเป็นจุดหมายปลายทางแนวไลฟ์สไตล์ครบวงจรแห่งแรกในสาธารณรัฐมัลดีฟส์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2562 พร้อมโรงแรมและรีสอร์ท 2 แห่ง  ได้แก่ ซาย ลากูน มัลดีฟส์ คูริโอ คอลเล็กชั่น บาย ฮิลตัน (SAii Lagoon Maldives, Curio Collection by Hilton) และ โรงแรมฮาร์ด ร็อค โฮเทล มัลดีฟส์ (Hard Rock Hotel Maldives)  รวมถึง “เดอะ มารีน่า แอท ครอสโรดส์” (The Marina @ CROSSROADS) ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับความบันเทิงและสันทนาการขนาด 11,000 ตารางเมตร ด้วยตัวเลือกด้านไลฟ์สไตล์อันหลากหลาย ประกอบไปด้วยร้านค้าปลีกและร้านอาหารที่มีสไตล์ รวมไปถึงภัตตาคารที่มีชื่อเสียง ระดับโลก ครอสโร้ดส์จึงถือเป็นโครงการที่ได้รับการรังสรรค์เพื่อเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและสันทนาการของ นักท่องเที่ยวหลากหลายรูปแบบ รวมไปถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจจากทั่วโลก

มาสด้าคว้ารางวัลนวัตกรรมดีเด่น 5 ปีซ้อน


นายอุทัย เรืองศักดิ์ผู้จัดการอาวุโสส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ขึ้นรับรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมประจำปี 2561 จาก ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องในโอกาสที่แบรนด์มาสด้ามีความเป็นเลิศทางด้านนวัตกรรมและการขับที่ที่สนุกสนานจนได้รับคะแนนนิยมสูงสุดจากผลการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคในครั้งนี้มาสด้าสามารถคว้ารางวัล TAQA มาได้ถึง 2 รางวัล ประกอบด้วยรางวัลด้านนวัตกรรมดีเด่น ซึ่งมาสด้าได้รับรางวัลนี้ต่อเนื่องเป็นเวลาถึง5 ปี และรางวัลรถยนต์ที่ขับสนุกที่สุด ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัทคัสต้อม เอเชีย จำกัด ร่วมกับ บริษัท สื่อสากล จำกัด หนังสือพิมพ์ผู้จัดการและสถาบันยานยนต์ ที่ได้เล็งเห็นประโยชน์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์รถยนต์และการบริการเพื่อเฟ้นหารถยนต์คุณภาพในแต่ละสาขา ณ ห้องจูปิเตอร์ ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานีในวันที่6 ธันวาคมที่ผ่านมา

สำหรับปีนี้มาสด้าคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคโดยเฉพาะรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมที่เกี่ยงเนื่องกับภาพลักษณ์ดีเด่นด้านนวัตกรรม Innovation เป็นการคว้ารางวัลนี้ 5 ปี ติดต่อกัน หลังจากที่มาสด้าประสบความสำเร็จอย่างงดงามจากการนำเอาเทคโนโลยีสกายแอคทีฟเข้าสูงประเทศไทยเมื่อปี 2556 และ ยังสามารถคว้ารางวัลรถยนต์ที่ขับสนุกที่สุดหรือรางวัล Fun to drive

สินค้าไลฟ์สไตล์แบรนด์ดังจากฮ่องกงร่วมงาน Gift Festival

รับเทศกาลปีใหม่ HKTDC DG Studio ขนทัพสินค้าไลฟ์สไตล์หลากหลายแบรนด์ดังจากฮ่องกงมาให้ขาช้อปเลือกซื้อเป็นของขวัญสำหรับคนที่รักหรือจะให้ตัวเองก็ได้ไม่ว่ากันในงาน Gift Festival ทั้ง 3 แห่งเอ็มควอเทียร์ โซนควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M วันที่ 7ธันวาคม 2561 – 6 มกราคม 2562 อัมรินทร์ พลาซ่า วันที่ 18 ธันวาคม 2561 – 7 มกราคม 2562 และสยามพารากอน โซนแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 วันที่ 24 ธันวาคม 2561 – 5 มกราคม 2562 เห็นว่ามีของดีไซน์เก๋ๆคุณภาพดีเพียบ อาทิ นาฬิกาสุดเท่ห์ Infantry สำหรับคุณผู้ชายแก้วกันล้ม Artiart ชุดตัวต่อจิ๊กซอร์ไม้ Team Green กระเป๋าซิลิโคน SiliBAG และอื่นๆ อีกมากมาย พิเศษสุดช้อปทุกๆ 1,000 บาท รับกระเป๋า goodie bag ฟรี หรือ ถ้าควงเพื่อนอีกคนมาช้อปในเวลาเดียวกัน ลด 5% สอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่หน้างาน  

นอกจากนี้ เตรียมพบแขกรับเชิญคุณแม่ยังสาว พอลล่าเทเลอร์ ที่จะมาแชร์ประสบการณ์การใช้ชีวิตในฮ่องกงและแรงบันดาลใจในการเลือกซื้อของขวัญให้เพื่อนและครอบครัวในวันจันทร์ที่  17 ธันวาคม 2561 ช่วงเวลา 14.00-15.00 น. ณห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ โซนควอเทียร์ แกลเลอรี่ ชั้น M

สองสาวสวยหุ่นแซ่บ บูม – สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง และเนย – วรัฐฐา อิมราพร

ร่วมประชันฝีมือทำอาหารในเมนูยอดนิยมผัดไทยกุ้งสด

ในงานเปิดตัวแฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่ของ ‘แม่ประนอม’ ที่ ‘ไอคอนสยาม’

                ขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างสวยสุขภาพดีกันทั้งคู่สำหรับสองนักแสดงสาวชื่อดัง บูม – สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง และเนย – วรัฐฐา อิมราพร แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าอีกหนึ่งความสามารถของสองสาวนั้นนั่นก็คือการทำอาหาร ที่ไม่ว่าใครได้ชิมแล้วจะต้องติดใจอย่างแน่นอน โดยล่าสุดทั้งคู่ได้ชวนกันมาประชันฝีมือปรุงเมนูผัดไทยกุ้งสด ในงานเปิดตัวแฟล็กชิพ สโตร์แห่งใหม่ของ ‘แม่ประนอม’ ที่ศูนย์การค้าไอคอน สยาม (ICON SIAM) พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์สูตรใหม่ น้ำจิ้มไก่และน้ำพริกเผาสูตรไม่มีน้ำตาล อีกทั้งเซ็ตอาหารพร้อมปรุง (Lazy Set) หลากหลายเมนู และน้ำจิ้มไก่พร้อมเซ็ตจานดีไซน์สุดพิเศษจากฝีมือการออกแบบลวดลายโดย ปอม – ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ ปอมชาน นักวาดภาพประกอบชื่อดัง ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีจัดจำหน่ายเฉพาะที่แฟล็กชิพสโตร์ศูนย์การค้าไอคอน สยาม (ICON SIAM) เท่านั้น

แม่ประนอม (Mae Pranom Brand) แบรนด์น้ำพริกชื่อดังที่อยู่คู่ครัวไทยมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปีด้วยรสชาติอันแสนอร่อย มีความกลมกล่อม อีกทั้งยังผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ปราศจากวัตถุกันเสียและผงชูรส จึงทำให้แบรนด์แม่ประนอมขึ้นเป็นตัวเลือกอันดับต้นของคนไทยได้ไม่ยาก นอกจากคุณภาพของสินค้าแล้ว ยังมีการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

ธนาภรณ์ ภาษาประเทศ ผู้จัดการฝ่ายต่างประเทศแบรนด์ ‘แม่ประนอม’ (Mae Pranom Brand) กล่าวว่า‘แบรนด์แม่ประนอมถือว่าเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน นอกจากเราจะมีวางจำหน่ายที่ห้างสรรพสินค้าและร้านค้าปลีกชั้นนำทั่วประเทศแล้ว ยังได้เลือกศูนย์การค้าไอคอนสยาม (ICON SIAM) ซึ่งเป็นสถานที่ช็อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเมืองกรุงเทพฯ ที่สามารถให้บริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้เลือกซื้อและร่วมทดลองผลิตภัณฑ์ ท่ามกลางบรรยากาศร้านที่เราตั้งใจรังสรรค์ตกแต่งให้ดูอบอุ่นเสมือนเรือนไทยที่มีสไตล์ร่วมสมัย ซึ่งแฟล็กชิพสโตร์แห่งนี้ได้รวบรวมทุกผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เอาไว้ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สุดพิเศษที่เราได้ออกแบบขึ้นมาใหม่และจัดจำหน่ายเฉพาะแฟล็กชิพสโตร์ที่ศูนย์การค้าไอคอนสยามแห่งเดียวอีกด้วย’

โดยผลิตภัณฑ์สุดพิเศษจากทางแบรนด์ ‘แม่ประนอม’ (Mae Pranom Brand) ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เอาใจคนรักสุขภาพ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์น้ำจิ้มไก่และน้ำพริกเผาไทยสูตรไม่มีน้ำตาล ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นด้วยความตั้งใจในเรื่องของการใส่ใจสุขภาพของผู้บริโภคเป็นสำคัญ โดยการใช้หญ้าหวานมาเป็นส่วนผสมทดแทนความหวานจากน้ำตาล ซึ่งเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับเหล่าคนรักสุขภาพ  ถัดมาที่ ผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง (Lazy Set) ผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่มาพร้อมกับความสะดวกสบายในการทำอาหาร จะช่วยการปรุงอาหารให้เป็นเรื่องง่าย ในหนึ่งเซ็ตผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง จะประกอบด้วยตัวซอสปรุงรสที่มีรสชาติเข้มข้นจากต้นตำรับอาหารไทย พร้อมทั้งกะทิผงและเครื่องเทศอบแห้ง ซึ่งผ่านการคิดค้นและพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่มีความเร่งรีบ โดยผลิตภัณฑ์พร้อมปรุง (Lazy set) มีให้เลือกกว่า 20 เมนู อาทิ ชุดผัดไทย, ชุดเครื่องต้มยำ, ชุดเครื่องแกงเขียวหวาน, ชุดเครื่องแกงมัสมั่น และชุดเครื่องต้มข่า ปิดท้ายที่ ผลิตภัณฑ์น้ำจิ้มไก่และน้ำพริกเผาไทย พร้อมเซ็ตจานลวดลายพิเศษ จากผลงานการออกแบบของนักวาดภาพประกอบชื่อดัง ปอม – ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง หรือ ปอมชาน ซึ่งเป็นสินค้าไฮไลท์ที่ผลิตและจัดจำหน่ายเฉพาะแฟล็กชิพสโตร์แห่งนี้ โดยลวดลายของจานและตัวบรรจุภัณฑ์น้ำจิ้มไก่รูปแบบใหม่ด้วยงานดีไซน์ที่มีความโมเดิร์นขึ้น แต่ยังคงความเป็นไทยเอาไว้ได้อย่างลงตัว โดยลวดลายการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปไก่ที่สื่อถึงตราสินค้าขึ้นชื่อและเอกลักษณ์ของแบรนด์แม่ประนอม พร้อมการลงรายละเอียดอย่างประณีต

                ด้านสองนักแสดงสาวผู้รักการทำอาหารที่ได้มาร่วมโชว์ฝีมือการปรุงเมนูผัดไทยกุ้งสดจากชุดผลิตภัณฑ์พร้อมปรุงของแม่ประนอม ได้ร่วมเผยถึงเคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อย โดยเริ่มจากนางเอกสาวสวย บูม – สุภาพร วงษ์ถ้วยทอง เผยว่า ‘ปกติเราเป็นคนชอบทานอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมนูเส้น อย่างก๋วยเตี๋ยวเรือน้ำตกที่มีรสชาติจัดจ้าน ทานบ่อยมาก เสน่ห์ของการทำอาหารให้อร่อยก็คือการใส่ใจในกระบวนการทำทุกๆ ขั้นตอน เพราะการทำอาหารจะมีรายละเอียดยิบย่อยระหว่างการปรุงตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนเสร็จ ถ้าเราเร่งรัดหรือทำผิดขั้นตอนก็จะทำให้อาหารที่ออกมามีรสชาติที่แย่’

                และนักร้องสาวเสียงเพราะ เนย – วรัฐฐา อิมราพร เล่าว่า ‘เราเป็นคนที่ชอบทำอาหารทานเองอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะอาหารคลีน เมนูโปรดคือต้มข่าไก่ ส่วนเคล็ดลับการทำอาหารให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ เราจะเน้นการเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารมีความสดและใหม่ เลี่ยงจำพวกไขมันและของทอด เน้นการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนสูง พร้อมกับเลือกผลิตภัณฑ์ในการปรุงอาหารที่มีน้ำตาลน้อย หรือไม่มีน้ำตาลเลย เพราะน้ำตาลจะเป็นตัวการที่ทำให้เราอ้วนได้ง่ายมาก’

                ร่วมสร้างสรรค์เมนูแสนอร่อยในสไตล์ของตนเองด้วยผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ ‘แม่ประนอม’ (Mae Pranom Brand) ได้แล้วที่ร้านสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ และผลิตภัณฑ์สุดพิเศษที่แฟล็กชิพสโตร์แห่งใหม่ ศูนย์การค้าไอคอน สยาม (ICON SIAM) บริเวณโซนสุขสยาม

บริษัท ไอสไตล์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของ @cosme เว็บไซต์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดตัวร้าน @cosme store สาขาไอคอนสยาม ซึ่งถือเป็นร้าน
Cosmetics Specialty Store ภายใต้ธีม Experience, Discover, Your @cosme” สาขาแรกในประเทศไทยและเป็นร้าน @cosme store สาขาแรกในภูมิภาคอาเซียน โดยการเปิดตัวร้านครั้งนี้ เป็นการเปิดตัวในนามของ บริษัท ไอสไตล์ รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไอสไตล์

@cosme store คือร้าน Cosmetics Specialty Store ซึ่งขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านการวิเคราะห์ฐานข้อมูลจากการแนะนำแบบปากต่อปากของลูกค้า และพฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ผ่านมาในเว็บไซต์ @cosme ร้าน @cosme store แห่งแรกเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปี 2550 ในชื่อ “@cosme store Lumine Est Shinjuku” ซึ่งมียอดขายมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในบรรดาร้านเครื่องสำอางในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมดในช่วงนั้น ส่งผลให้ปัจจุบันมีร้าน@cosme storeทั้งหมด 26 สาขาในประเทศญี่ปุ่นและ 7 สาขาในต่างประเทศ ซึ่งเกิดมาจากแรงสนับสนุนจากลูกค้าจำนวนมากในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่ง @cosme store มีแผนที่จะขยายสาขาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต


ประเทศไทยเป็นตลาดเครื่องสำอางที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในทวีปเอเชีย และยังเป็นประเทศที่มีความสนใจ
ในความงามในระดับที่สูงโดยตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยปี 2560 มีมูลค่า ถึง 198,138 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ ไอสไตล์จึงเชื่อว่าตลาดในประเทศไทยจะเติบโตมากขึ้นในอนาคตโดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเติบโตได้ถึง 260,747 ล้านบาทภายในปี 2565

นอกจากนี้ ผู้บริโภคเริ่มนิยมในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ด้านความงามในร้านมัลติแบรนด์สโตร์มากยิ่งขึ้น ซึ่งมีตัวเลือกผลิตภัณฑ์ความงามตั้งแต่ราคาย่อมเยาไปจนถึงราคาระดับไฮเอนด์ ที่จริงแล้ว @cosme ยังเป็นที่รู้จักในบรรดาคนไทยในระดับหนึ่งในฐานะเว็บไซต์จัดอันดับเครื่องสำอางยอดนิยมสัญชาติญี่ปุ่นที่โด่งดัง บริษัทจึงต้องการให้แบรนด์ @cosme เป็นที่รู้จักในประเทศไทยมากขึ้นด้วยการเปิดสาขา @cosme store แห่งแรกในประเทศไทยแห่งที่ศูนย์การค้า ไอคอนสยาม

@cosme store สาขาไอคอนสยาม ถือเป็นการเปิดตัวร้านสาขาแรกในศูนย์การค้าอันเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ ซึ่งการวางผังร้าน จะเป็นการดึงเอาจุดเด่นต่างๆ ของสาขาที่ญี่ปุ่น มารวมไว้ที่นี่ ได้แก่

  1. ตัวเลือกสินค้ามากมาย ตั้งแต่ราคาย่อมเยา ไปจนถึงแบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้า

เช่นเดียวกับสาขาที่ญี่ปุ่น @cosme store ที่ไอคอนสยามจะมีสินค้าจากช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลาย ตั้งแต่เครื่องสำอาง
แบรนด์ดังในห้างสรรพสินค้า เช่น Paul & Joe และ LUNASOL ไปจนถึงเครื่องสำอางราคาย่อมเยา เช่น Canmake

  • บริการให้คำปรึกษาปัญหาผิวและคำแนะนำในการแต่งหน้า

ภายในร้านจะมีแผนกให้คำปรึกษาและโซนตรวจสอบสภาพผิว โดยพนักงานในร้านจะได้รับการฝึกอบรมแบบเดียวกันกับที่ญี่ปุ่น ซึ่งจะให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าแต่ละท่านอย่างใกล้ชิด พร้อมกับนำเสนอสินค้าโดยเทียบเคียงแบรนด์ต่าง ๆ ที่เหมาะกับลูกค้าแต่ละท่าน

  • สภาพแวดล้อมในร้านที่อำนวยให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าได้เกือบทุกชนิด

ภายในร้านจะมีสินค้าให้ทดลองเกือบทุกชนิด ทั้งยังมีอ่างล้างหน้าและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในร้านเช่นเดียวกับสาขาร้าน
ในญี่ปุ่น ถือเป็นการจัดสภาพแวดล้อมของร้านค้าให้ลูกค้าสามารถทดลองสินค้าได้ตามต้องการ

  • โซน อีเวนท์สเปซ เพื่อมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าอยากแชร์ต่อ

โซนอีเวนท์สเปซ ของร้านพร้อมมอบประสบการณ์ที่หลากหลายให้กับลูกค้า โดยเฉพาะกิจกรรมแต่งหน้าต่างๆ เพื่อสร้างความรู้สึกดี ให้ลูกค้าอยากกลับมาใช้บริการหลาย ๆ ครั้ง

  • โซนสำหรับเด็ก เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆ ขณะเข้ามาเยี่ยมชมร้าน

ร้าน @cosme store บางสาขาในญี่ปุ่นจะมีโซนสำหรับเด็กอยู่ด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว
ได้สนุกสนานกับประสบการณ์ช้อปปิ้งร่วมกัน

  • โซนพักผ่อนให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย

โซนนี้เป็นพื้นที่ให้ลูกค้าที่มาแบบคู่รักหรือครอบครัวสามารถทดลองสินค้าได้อย่างสบายใจ และถือเป็นพื้นที่ที่ให้ผู้ติดตามสามารถ
ใช้เวลาในการรอด้วยความผ่อนคลายได้

แบรนด์สินค้าที่จำหน่ายที่ร้าน @cosme store สาขาไอคอนสยาม ได้แก่ @cosme nippon, KANEBO, LUNASOL, Anna Sui, Paul & Joe, excel, FLOWFUSHI, Sekkisei, KATE, Neal’s Yard Remedies, Perfect One, Cher Couleur, Curel, Organika, Canmake, Cezanne ฯลฯ สำหรับแผนในอนาคต บริษัทฯ วางแผนว่าจะเปิดสาขาร้าน @cosme store เพิ่มอีกอย่างน้อย 5 สาขาในอีก 3 ปีข้างหน้า

เกี่ยวกับ @cosme

@cosme เป็นเว็บไซต์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ 16 ล้านคน/เดือน (รวมทุกอุปกรณ์) มียอดชมเว็บไซต์ 310 ล้านวิว/เดือน มีฐานข้อมูลสินค้า 33,000 แบรนด์ และผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ทั้งหมด 310,000 ชิ้น รวมถึงคอนเทนต์ด้านการค้นหารีวิวสินค้าและข้อมูลสินค้าใหม่ นับตั้งแต่วันที่เปิดเว็บไซต์ ยอดรีวิวสินค้าของสมาชิกและยอดชมเว็บไซต์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมียอดรีวิวมากกว่า 14 ล้านรีวิว

เว็บไซต์นี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง โดย 2 ใน 3 ของผู้หญิงญี่ปุ่นวัย 20-30 ปี มีการเข้าใช้บริการเว็บไซต์อย่างน้อย 1 ครั้ง/เดือน และสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับเว็บไซต์นี้ก็คือ การจัดอันดับตามความคิดเห็นของผู้บริโภค และรางวัล Best Cosmetics Awards ที่จะมอบให้แก่เครื่องสำอางที่มีเสียงชื่นชมจากผู้บริโภคในทุกสิ้นปีโดยผลโหวตมาจากสมาชิกผู้ใช้บริการเว็บไซต์

มาสด้าส่งตรงรถต้นแบบ VISION COUPE จากญี่ปุ่นสู่เมืองไทย

เผยความสง่างามด้านการออกแบบสู่ยานยนต์ในอนาคต

มาสด้าตอกย้ำความร้อนแรงจากการจัดงานMAZDA ASEAN DESIGN FORUM2018 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นศูนย์กลางในการจัดงานสำคัญระดับโลกเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียนโดยเผยปรัชญาการออกแบบอย่างหมดเปลือก ในแบบที่ไม่เคยมีค่ายรถยนต์ใดทำมาก่อน ที่สำคัญในวันนี้มาสด้าได้นำเอาต้นแบบVISION COUPE ปรากฏสู่สายตาสาธารณชนในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป เพื่อให้ชาวไทยได้เห็นถึงเส้นสายอันทรงพลังของการออกแบบที่สง่างามเพื่อนำไปสู่รถยนต์เจนเนอเรชั่นที่ 7 อย่างเต็มรูปแบบ

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า พวกเราทุกคนต่างภูมิใจที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงานด้านการออกแบบรถยนต์อันยิ่งใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งช่วยกระตุ้นภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทย ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ในปีนี้เติบโตอย่างต่อเนื่อง คาดว่ายอดขายสะสมรวมทั้งปีจะทะลุเกิน 1,000,000 คัน นับว่าเติบโตเกินกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ในส่วนของมาสด้าตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมนั้น มียอดขายสะสมแล้ว 57,402 คัน เติบโต 43% ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 6.9% และประมาณการณ์น่าจะมากกว่า 65,000 คัน ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้มาสด้าประสบความสำเร็จ คือ การตอบรับอย่างดีจากลูกค้า การสร้างแบรนให้แข็งแกร่ง ประกอบกับการดำเนินงานด้านการตลาดที่แตกต่าง ผนวกกับการออกแบบที่โดดเด่น เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และการขับขี่ที่สนุกสนานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาสด้า เราจะไปถึงเป้ายอดขายที่เราตั้งไว้โดยไม่ยาก

พร้อมกันนี้มาสด้ายังได้นำรถต้นแบบ MAZDA VISION COUPE จากประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด เพื่อสื่อสารปรัชญาการออกแบบรถยนต์ในเจนเนอเรชั่นใหม่ โดยมาสด้าได้เน้นย้ำในเรื่องของการรักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม ด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาว หรือ SUSTAINABLE ZOOM–ZOOM 2030 คือยุทธศาสตร์การพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปัจจุบันทั่วโลกต่างให้ความสนใจในเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV อย่างไรก็ตาม มาสด้ามองว่าการนำเทคโนโลยีไฟฟ้ามาใช้นั้น ต้องคำนึงถึงแหล่งกำเนิดพลังงานที่สะอาดด้วย มาสด้าจึงมีแนวคิดในเรื่องของ Well-to-Wheel เพื่อเป็นการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันมาสด้ายังคงหาทางเลือกที่หลากหลายในการพัฒนาเครื่องยนต์และระบบขับขี่ ทั้งในเรื่องของเทคโนโลยีไฮบริด เทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีเชื่อมต่อการสื่อสาร และยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเครื่องยนต์สันดาปภายในให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้ลูกค้ามีความสนุกสนานในการขับขี่ นอกจากนี้ยังพัฒนาในเรื่องของความปลอดภัยเพื่อให้มีความล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา มาสด้าได้ดำเนินกลยุทธ์การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว เริ่มตั้งแต่การปรับปรุงพัฒนาโชว์รูม และการขยายโชว์รูมไปยังพื้นที่ต่างๆ ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยมองว่าโชว์รูมมาตรฐานใหม่นี้จะเป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่แรกเห็น และทำให้กลุ่มลูกค้าอยากที่จะเข้ามาใช้บริการ ในด้านการตลาดมาสด้าได้เพิ่มช่องทางการสื่อสารให้ลูกค้ามีความใกล้ชิดกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น โดยการสร้าง Mazda Digital Platform ทั้งในส่วนของออนไลน์และออฟไลน์ และการสื่อสารที่เชื่อมโยงกันให้เป็น INTEGRATED DIGITAL EXPERIENCE ทั้งในและนอกโชว์รูม นอกจากนี้ยังยกระดับการดูแลของลูกค้าในส่วนของ MAZDA ACTIV SERVICE เพื่อดูแลลูกค้าอย่างเต็มที่ตั้งแต่ก้าวแรกจนกระทั่งลูกค้าซื้อรถคันใหม่ ซึ่งสิ่งที่พัฒนาปรับปรุงมาตลอดนั้นส่งผลให้มาสด้ามียอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่างานมหกรรมยานยนต์ในครั้งนี้และถือเป็นโค้งสุดท้ายของปี จะเป็นกิจกรรมที่ลูกค้าให้ความสนใจและผลักดันให้ยอดขายของมาสด้าประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้

อย่างไรก็ตาม มาสด้าได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีในการจัดงาน MAZDA ASEAN DESIGN FORUM ไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา จากการที่มีกลุ่มคนจำนวนมากที่ได้สอบถามในเรื่องของรถยนต์ต้นแบบที่ได้นำมาจัดแสดง มาสด้าจึงนำมาจัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งนี้ มาสด้าคาดว่าจะมีลูกค้าให้ความสนใจอย่างล้นหลาม และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า มาสด้าได้มอบแคมเปญสุดพิเศษ MAZDA LOVER เหนือกว่าทุกเซอร์ไพรส์” ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน และสิ้นสุดในวันสุดท้ายของงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุดเริ่มต้น 0% พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรีทุกรุ่น

  • มาสด้า2 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
  • มาสด้า3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • มาสด้า CX-3 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 2.15% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 และฟรีค่าบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
  • All-New Mazda CX-5 เงินดาวน์ 25% รับดอกเบี้ยต่ำสุด 0% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1
  • มาสด้า บีที-50 โปร เงินดาวน์ 20% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,900 บาท/ เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

รถยนต์มาสด้าทุกรุ่นรับฟรีประกันชั้น 1 (Mazda Premium Insurance) ข้อเสนอสุดพิเศษนี้ สำหรับลูกค้ามาสด้าทุกโชว์รูมทั่วประเทศ และที่สำคัญเฉพาะลูกค้าที่จองซื้อภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป รับเพิ่มลำโพงคุณภาพดีแบรนด์ BOSE จากมาสด้า*

เบนซ์สตาร์แฟลก ส่งความสุขท้ายปี กับแคมเปญดีๆ

SANTA BABY ฟรี 100 เลขทะเบียนรถสวย !!!

บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการขอมอบข้อเสนอสุดพิเศษแก่ลูกค้าทุกท่านแบบจัดเต็มส่งท้ายปี กับแคมเปญโดนใจ SANTA BABY ฟรี!!! เลขทะเบียนรถสวย ความหมายดี เพื่อต้อนรับความโชคดีในปีใหม่ที่จะถึงนี้ พิเศษเพียง 100 ชุดเท่านั้น! นอกจากนี้ความพิเศษส่งท้ายปียังไม่หมดเพียงเท่านี้ เบนซ์สตาร์แฟลก ยังขอมอบข้อเสนอที่ต้องร้องว้าว กับ ดาวน์ 0% พร้อมออกรถได้ทันที ไม่ต้องใช้เงินดาวน์ ที่มาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง และอีกของขวัญสุดพิเศษให้ว้าวดังๆอีกที เมื่อจองและออกรถรุ่นที่ร่วมรายการภายใน 31 ธันวาคม 2561นี้ รับทันที ไอโฟน เอ๊กซ์เอส แมกซ์ (iPHONE XS MAX) มูลค่า 49,900 บาท มาพบกับเรา เบนซ์สตาร์แฟลก ได้ที่งาน Motor Expo 2018 Challenger Hall 1 เมืองทองธานี บูธ A09 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2561 เวลา จันทร์ – ศุกร์ 12.00 – 22.00 น.  เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.00 – 22.00 น. เพื่อความสะดวกสบายในการเดินทาง ท่านสามารถรับแคมเปญเดียวกันได้ที่ โชว์รูม เบนซ์สตาร์แฟลก (ดินแดง)

นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม เบนซ์สตาร์แฟลก ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า “สำหรับงาน Motor Expo 2018 ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ เบนซ์สตาร์แฟลกอยากให้ทุกท่านได้มีช่วงเวลาแห่งความสุขส่งท้ายปีนานกว่าใคร ด้วยการมอบของขวัญพิเศษแทนคำขอบคุณจากใจ ส่งท้ายปีกับแคมเปญ SANTA BABYฟรีเลขทะเบียนสวย ความหมายดี เพื่อต้อนรับสิ่งดีๆในปีใหม่ เพียง 100 ชุดเท่านั้น สามารถออกรถได้ทันทีไม่ต้องมีเงินดาวน์ มาพร้อมประกันภัยชั้น 1 พิเศษสุดกับ iPHONE XS MAX มูลค่า 49,900 บาท เมื่อออกรถรุ่นที่ร่วมรายการ

ภายใน 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งเบนซ์สตาร์แฟลกเป็นอีกทางเลือก สำหรับทุกท่านที่สนใจรถยนต์MercedesBenz สนใจแคมเปญดีๆ มาคุยกับเราก่อนตัดสินใจนะครับ”

***สำหรับ MercedesBenz รุ่นที่ร่วมรายการออกรถได้ทันทีไม่ต้องมีเงินดาวน์ (0% เงินดาวน์)

  • Mercedes-Benz E-Class E 350 e AMG Dynamic (ผ่อนเดือนละ 40,200 บาท)

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 286 แรงม้า เมื่อผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าก้าวสู่โลกสีเขียว สามารถขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน

  • Mercedes-Benz GLC 250 d AMG Dynamic (ผ่อนเดือนละ 35,600 บาท)

Mercedes-Benz GLC 250 d OFF-ROAD (ผ่อนเดือนละ 31,800 บาท)

ไปได้ไกลกว่าที่เคย ด้วยการขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ 2,143 ซีซี

พร้อมกับความเร็วสูงสุดถึง 222 กม.ต่อชั่วโมง

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร. 02-248-6699 ตามวันและเวลาทำการ

หรือ www.starflag.mercedes-benz.co.th, Facebook : Benz Star Flag, Instagram @BenzStarFlag

3 หนุ่มเลือดข้น “ไอซ์ – กัปตัน – เจเจ” เผยสเปคสาว

ผ่านกล้อง 3 เลนส์ใหม่บน “ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 7” แม้ว่าเสือ 2 ตัว จะอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ แต่ 3เสือหนุ่ม 3 สไตล์ จากบ้าน ‘จิรอนันต์’ ในซีรีส์ ‘เลือดข้นคนจาง’ที่เพิ่งจะลาจอไปหมาด ๆ สามารถมารวมตัวกันเพื่อชูความโดดเด่น 3 สไตล์ที่แตกต่างกันใน“ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 7” กันได้ได้อย่างลงตัวโดยงานนี้ หนุ่ม เจเจ-กฤษณภูมิ , กัปตัน-ชลธร และ ไอซ์-พาริสมาเปิดอกเผยสเปคสาวที่ชื่นชอบในมุมมองที่ต่างกันโดยดึงเอาเอกลักษณ์ความสามารถของกล้องทั้งหมด 3 เลนส์ ที่ซัมซุงพัฒนามาไว้ใน กาแลคซี่เอ 7 ผ่านความขี้เล่นของทั้ง 3 หนุ่ม ได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดู

โดยหนุ่มเจเจ เผยสเปคชอบสาวหน้าสวย จึงต้องเก็บภาพด้วยเลนส์ชัดลึก (Depth Lens) กล้องแบบหน้าชัด-ใจละลาย เอ้ย! หลังละลายแบบเนียนกริบ ให้เห็นความสวยกันแบบชัด ๆ ส่วนหนุ่มกัปตัน มาในลุคหนุ่มขี้เล่น ชอบผู้หญิงน่าค้นหา ยิ่งอยู่ในที่มืดยิ่งมีสเน่ห์ ด้วยเลนส์ความคมชัด 24 ล้านพิกเซล สามารถเก็บภาพในที่แสงน้อยได้อย่างหมดห่วง และปิดท้ายด้วยหนุ่มหล่อขวัญใจสาว ๆ คนล่าสุดอย่างไอซ์ พาริส มาในสไตล์หนุ่มเปิดกว้าง ตัวแทนเลนส์ Ultra-Wide เก็บภาพทุกกว้างได้ครบทุกมุมมองถึง 120 องศา ไม่พลาดทุกรายละเอียด

ส่วนหญิงสาวที่มาเป็นนางแบบให้ทั้ง 3 หนุ่ม ได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ผ่านเลนส์ในครั้งนี้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือสาว ฝน-ศนันธฉัตร โดยสาวฝนสามารถถ่ายทอดความสดใสน่ารัก เป็นตัวของตัวเองผ่านเลนส์ทั้ง 3 ตัว ใน ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 7 ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และฟีเจอร์อันชาญฉลาดในตัวกล้อง ช่วยเสริมความสดใสของเธอให้น่ารักฟรุ้งฟริ้งยิ่งขึ้นไปอีก เรียกได้ว่า กาแลคซี่ เอ 7 สมาร์ทโฟนกล้องหลัง 3 ตัว เครื่องเดียว เก็บภาพได้ครบทุกมุมมอง ทั้งภาพหน้าชัด – หลังละลาย ภาพสว่างสดใสในที่แสงน้อย หรือจะภาพมุมกว้างแค่ไหน ก็เก็บได้ครบทุกองค์ประกอบ สามารถชมภาพยนต์โฆษณาตัวเต็มได้ที่ www.facebook.com/SamsungThailand/

สำหรับผู้ที่สนใจ ซัมซุง กาแลคซี่ เอ 7 วางจำหน่ายแล้วในราคา10,990 บาท มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีฟ้า สีดำ และสีทอง สามารถดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ https://www.samsung.com/th/smartphones/galaxy-a/

แอทคอสเม่ สโตร์ (@cosme store) ร้านจำหน่ายเครื่องสำอางมัลติแบรนด์จากประเทศญี่ปุ่นได้เปิดตัวร้านสาขาแรกในประเทศไทย ณ ห้างสรรพสินค้า ไอคอนสยาม โดยแอทคอสเม่ สโตร์ เป็นร้านที่รวบรวมเอาบิวตี้ไอเท็มทั้งเครื่องสำอาง สกินแคร์ อุปกรณ์เสริมความงามตั้งแต่หัวจรดเท้าที่ติดอันดับจากการโหวตของสาวๆ ทั่วญี่ปุ่นบนเว็บไซต์ @cosmeมาให้สาวๆ ชาวไทยได้เลือกช้อปกันแบบจุใจ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณชฎาทิพจูตระกูล (ที่ 4 จากซ้าย) กรรมการบริษัทไอคอนสยาม จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด, คุณอุสรา ยงปิยะกุล (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง, คุณเคย์ ซูกาวะระ (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้อำนวยการประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและรองประธานอาวุโสฝ่าย Global Segment บริษัทไอสไตล์ อิงก์ จำกัด, คุณฮาจิเมะ เอนโดะ รองประธานอาวุโสฝ่ายกิจการบริการด้านความงาม บริษัท ไอสไตล์ อิงก์ จำกัด (ที่ 5 จากซ้าย), คุณยูจิน มุระคามิ (ที่ 6 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัทไอสไตล์รีเทล (ประเทศไทย) จำกัด และบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังของไทยอาทิ ปลื้ม – ณัฐรดาธรรมปัญญา และ Brinkkty (บริ๊งค์) มาร่วมแสดงความยินดี ณ แอทคอสเม่สโตร์ (@cosme store) สาขาห้างสรรพสินค้าไอคอนสยามเมื่อเร็วๆ นี้

มาสด้ารุกขยายธุรกิจสู่ภาคเหนือตอนบนเปิดโชว์รูมแห่งใหม่

พร้อมศูนย์ซ่อมสีและตัวถังเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ

มาสด้านั้นมีความโดดเด่นเรื่องการออกแบบผนวกกับเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ทันสมัย และส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมาสด้าส่งผลให้ประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและการสร้างแบรนด์อันมีเอกลักษณ์เฉพาะแตกต่างจากรถยนต์แบรนด์อื่นๆอย่างชัดเจน วันนี้มาสด้าเร่งเครื่องเดินหน้าขยายโชว์รูมเพื่อให้ครอบคลุมเข้าไปในทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทยพร้อมๆ กับมอบนโยบายด้านการยกระดับการบริการให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าสูงสุดล่าสุดเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานแบบครบวงจรแห่งใหม่ สาขาถนนซูเปอร์ไฮเวย์อำเภอสารภี ภายใต้ชื่อ “มาสด้าเชียงใหม่” ซึ่งเป็นแห่งที่ 5 ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วันนี้ทุกท่านได้พิสูจน์แล้วว่ามาสด้าเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก มาสด้าเป็นแบรนด์รถยนต์หนึ่งเดียวที่มีแนวคิดในการออกแบบอย่างชัดเจน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทำให้เราได้รับการยอมรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สำหรับมาสด้าเชียงใหม่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับมาสด้ามายาวนานถึง 29 ปีนั้น ย่อมรับรู้ได้ถึงการพัฒนาและการทุ่มเทแรงกายแรงใจที่ไม่หยุดยั้งของชาวมาสด้า จนสามารถก้าวขึ้นมาอยู่ในแบรนด์ลำดับต้นๆ ที่ลูกค้านิยมชมชอบและให้ความไว้วางใจ วันนี้มาสด้าพร้อมขยายสาขาเข้าไปสู่อำเภอที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น การเปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ รวมทั้งศูนย์ซ่อมสีและตัวถังให้ครอบคลุมตามหัวเมืองหลักถือเป็นนโยบายหลักสำคัญ และคาดว่าการปรับภาพลักษณ์ตามดีไซน์ใหม่จะเสร็จสมบูรณ์ 100% ภายในปีงบประมาณ 2562 นี้

เชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจากนครราชสีมา และมีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับ 5 ของประเทศ ทั้งยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของชาวไทยและชาวต่างชาติ ถือเป็นเมืองที่มีความเงียบสงบ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามของวัดวาอารามและประเพณีต่างๆ ผสมผสานไปด้วยวัฒนธรรมแบบล้านนาที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวให้หลั่งไหลเข้ามาเกิดความคึกคักของตลาดท้องถิ่น และร้านอาหารสมัยใหม่ที่ปรับตัวเข้ากับความเป็นเมืองได้อย่างลงตัว ที่สำคัญยังได้รับการโหวตจากเว็บไซต์ชื่อดังจากต่างประเทศ Travel and Leisure ให้เป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 3 ของโลกในปี 2560 ดังนั้นเชียงใหม่จึงเป็นจังหวัดสำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนบนที่เหมาะกับการอยู่อาศัย ท่องเที่ยว และการลงทุน

นางสุจินต์ ศิริมหาราช กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้าเชียงใหม่ จำกัด กล่าวว่า “ต้องยอมรับว่ามากถึงวันนี้มาสด้าเกิดการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก วันนี้มาสด้ากล้าที่จะแตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ เพราะตลอด 29 ปีที่ได้ผูกพันกับมาสด้ามาตลอด มาสด้าแสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของการออกแบบที่ให้ความรู้สึกถึงเส้นสายที่มีพลัง ปราดเปรียว ทำให้ทุกคนมีความภูมิใจในการเป็นเจ้าของ รวมถึงเรื่องเทคโนโลยีที่ทันสมัย ปัจจุบัน มาสด้าเชียงใหม่ เปิดดำเนินการมาแล้วทั้งหมด 4 สาขา ประกอบด้วย สาขาสถานีรถไฟ สาขาจังหวัดลำพูน สาขามหิดล สาขาอำเภอฝาง และในวันนี้เราได้เปิดสาขาเพิ่มเป็นแห่งที่ 5 บนซูเปอร์ไฮเวย์ อำเภอสารภี สาขาแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 8,000 ตารางเมตร เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ทั้งลิฟท์ศูนย์บริการ 8 ตัว และช่องซ่อมมากกว่า 20 ช่องซ่อม เพื่อรองรับการขยายตัวของฐานลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น”

“โชว์รูมทั้ง 5 แห่ง ตั้งอยู่ในพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในเขตจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน เราพร้อมที่จะยกระดับโชว์รูมของเรา ให้เป็นโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจร โดยเฉพาะการเปิดศูนย์ซ่อมสีและตัวถังอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นศูนย์ซ่อมฯ แห่งแรกและแห่งเดียวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เพียบพร้อมด้วยบุคลากรและช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญรวมถึงอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมให้บริการแก่ลูกค้าทุกท่าน การันรีจากการได้รับรางวัลมาสเตอร์ ดีลเลอร์ ถึง 3 สมัย เป็นเครื่องพิสูจน์ในผลงานการบริการที่ทางบริษัทฯ ได้มอบการบริการและการดูแลเอาใจใส่อย่างดีที่สุดแก่ลูกค้า” นางสุจินต์ ศิริมหาราช กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับโชว์รูมมาสด้าแห่งใหม่ล่าสุดสาขาซูเปอร์ไฮเวย์ อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ พร้อมเปิดให้บริการเพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับความสะดวกสบายและได้รับความพึงพอใจสูงสุดในงานบริการ ตามคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เป็นมาตรฐานของมาสด้า

MazdaThailandOfficial     Facebook / YouTube / Instagram / LINE

บริษัทฟรามิน่า อินเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเตรียมจัดงานใหญ่สะเทือนวงการในงาน “Framina Young Family Grand Opening”บริษัทฟรามิน่า อินเตอร์ไพรส์ จำกัด ผู้นำทางด้านผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ โดย นายชัยภัสส์ สาธิตสมมนต์ เตรียมจัดงานใหญ่สะเทือนวงการเอาใจคนรักสุขภาพในงาน “Framina Young Family Grand Opening” เปิดตัวผลิตภัณฑ์โปรตีนโสม คุณภาพสุดพรีเมี่ยม พร้อมประกาศแคมเปญ The Next Life ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัว ฟรามิน่า เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะแคมเปญมาถ่ายทอดเป็นซีรีย์ พร้อมบินลัดฟ้ากับรางวัลทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซคลูซีฟ งานนี้รายละเอียดจะเป็นเช่นไร รู้พร้อมกัน 26 พฤศจิกายนนี้ หรือติดตามได้ทาง
https://www.facebook.com/Framina.proteinn/

บริษัท ฟิลิปส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวนวัตกรรมเพื่อสุขภาพรุ่นใหม่ล่าสุด “Philips High Speed Vacuum Blender” (ฟิลิปส์ ไฮ สปีด แวคคั่ม เบล็นเดอร์) เครื่องปั่นความเร็วสูงระบบสุญญากาศ ที่สามารถช่วยลดการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นขณะปั่น จึงช่วยคงคุณค่าสารอาหารและความสดใหม่ให้กับสมูทตี้ที่แสนอร่อยได้ตลอดทั้งวัน โดยสามารถรักษาคุณค่าสารอาหารได้ถึง 3 เท่าเมื่อเก็บไว้ 8 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับการปั่นโดยไม่ใช้ฟังก์ชั่นสุญญากาศด้วยเครื่องเดียวกัน[i]

จากผลวิจัยจากองค์การอนามัยโลก พบว่าการรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ควรประกอบไปด้วยผักและผลไม้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือโรค NCDs และช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราจะได้รับสารอาหารที่เพียงพอ[ii] ขณะเดียวกัน ผลการวิจัยของบริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก มินเทล พบว่า ผู้บริโภคคนไทย 79% ต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้นในปี 2018 โดยค่อยๆปรับความชอบของตัวเองไปในทางการบริโภคพืชผักมากขึ้น และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง 76% ระบุว่าพวกเขาเลือกรับประทานโปรตีนจากพืช อย่างเช่น ผักใบเขียวและถั่ว มากกว่าการบริโภคโปรตีนจากสัตว์ที่มาจากเนื้อสัตว์ หรือไข่[iii]

นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทรผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ Personal Health บริษัท ฟิลิปส์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“จากข้อมูลวิจัยจะเห็นได้ว่าผู้บริโภคชาวไทยหันมาให้ความสำคัญกับการรับประทานผักและผลไม้มากขึ้นเทรนด์การรับประทานน้ำปั่นสมูทตี้ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เนื่องจากรับประทานได้ง่ายอร่อยและสะดวก ซึ่งเราเห็นได้จากอัตราการเติบโตของตลาดเครื่องปั่นที่เติบโตขึ้นทุกปี ซึ่งจากข้อมูลของ GFK ในปี2018 ตลาดเครื่องปั่นมีมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท และเติบโตราว16%”“ฟิลิปส์ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดีขึ้นดังนั้น เราจึงได้คิดค้น “Philips High Speed Vacuum Blender” เครื่องปั่นสุญญากาศเพื่อผู้บริโภคเพราะเรารู้ดีว่าการจะได้รับคุณค่าสารอาหารอย่างครบถ้วนจากสมูทตี้นั้นเราจะต้องดื่มในทันที มิเช่นนั้นเอนไซม์และสารอาหารคุณค่าทางโภชนาการในเครื่องดื่มอาจจะเสื่อมสลายไป เครื่องปั่นสุญญากาศจากฟิลิปส์จึงมาพร้อมเทคโนโลยี Stay FreshVacuum ในการช่วยลดการเกิดออกซิเดชั่นในโถปั่นซึ่งสามารถสังเกตุได้จากฟอง โฟม และการแยกชั้นของน้ำผลไม้ที่น้อยลง ช่วยให้สมูทตี้สดใหม่ได้รสชาติเข้มข้นจากเนื้อผักและผลไม้ และยังคงคุณค่าของสารอาหารได้มากถึง 3 เท่า เมื่อเก็บไว้นานกว่า8 ชั่วโมง”


อีสท์ เวสท์ ซีด (East-West Seed) ผู้ผลิตและจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ผักอันดับหนึ่งของประเทศไทยแซงหน้าบริษัทระดับโลกอย่าง Bayer และ Syngenta ได้รับการจัดอันดับให้เป็นอันดับ 1 ของดัชนีการเข้าถึงเมล็ดพันธุ์ของเกษตรกรรายย่อยในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (the Access to Seed Index for South and Southeast Asia) ซึ่งเป็นการจัดอันดับของภูมิภาคดังกล่าวเป็นครั้งแรกโดยดัชนีดังกล่าว เกิดจากการประเมินบริษัทเมล็ดพันธุ์ในภูมิภาคทั้งหมด 24 บริษัทเพื่อสนับสนุนการเติบโตด้านความสามารถในการผลิตของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายหลักของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยองค์กรสหประชาชาติ(SDGs)อีสท์ เวสท์ ซีด คือผู้นำของอุตสาหกรรมด้วยรูปแบบโมเดลธุรกิจที่สร้างขึ้นเพื่อเกษตรกรรายย่อยรวมถึงเพาะพันธุ์พืชเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะทางขายเมล็ดพันธุ์ในแพคเกจขนาดเล็ก และจัดตั้งการฝึกอบรมโดยฐานลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อย (98 เปอร์เซ็นต์)หมายความว่า โมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้ผลกับทั้งเกษตรกรรายย่อยและตัวบริษัทเองนั้น สามารถเป็นไปได้จริง นอกจากนี้ ใน 10 อันดับแรกของบริษัทที่ติดอันดับดัชนีดังกล่าวมี 3 บริษัทเมล็ดพันธุ์จากประเทศอินเดีย และ 6 บริษัทเมล็ดพันธุ์ระดับโลกที่มาจากนอกภูมิภาค

แบรนด์แฟชั่นระดับโลก ‘คาลวิน ไคลน์’ (CALVIN KLEIN) ปลุกกระแสความเรียบเท่ตามสไตล์มินิมอล

ชวนเหล่าแฟชั่นนิสต้าแฟนคลับแบรนด์ร่วมเผยเคล็ดลับการแต่งตัวสไตล์เรียบเท่อย่างโดดเด่น

ในงาน ‘ซีเค เดอะ มินิมอล’ (CK The Minimal) อวดโฉมนาฬิกาและเครื่องประดับคอลเลกชั่นปี 2018

หากพูดถึงสไตล์การแต่งตัวที่เรียบง่ายแต่ดูคลาสสิกในทุกยุคสมัยแน่นอนว่าสไตล์มินิมอลยังคงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในยุคปัจจุบัน เพราะมักสามารถสร้างลุคที่เรียบโก้น่าค้นหาให้กับผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดีเช่นเดียวกันกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลกอย่าง ‘คาลวินไคลน์’ (CALVINKLEIN) ที่ล่าสุด สายหยุดวิศัลยางกูร ผู้จัดการนาฬิกาและเครื่องประดับ คาลวิน ไคลน์ บริษัท เดอะ สวอท์ชกรุ๊ป เทรดดิ้ง (ประเทศไทย) ได้ปลุกกระแสความมินิมอลขึ้นมาอีกครั้งด้วยการเชื้อเชิญเหล่าแฟชั่นนิสต้าสาวชื่อดัง ได้แก่ ยิปซี-คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์, พลอยหอวัง และก้อย-อรัชพร โภคินภากร มาร่วมเผยเคล็ดลับการแต่งตัวสไตล์เรียบเท่อย่างโดดเด่นด้วยไอเท็มชิ้นโปรด พร้อมอัพเดทเทรนด์นาฬิกาและเครื่องประดับคอลเลกชั่นประจำปี2018 ในงาน‘ซีเคเดอะ มินิมอล’ (CK TheMinimal) ที่บริเวณลานเอเทรี่ยม 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

สายหยุด วิศัลยางกูร กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานและจุดเด่นของเครื่องประดับและนาฬิกาคอลเลกชั่นประจำปี2018 ว่า ‘งานนี้เป็นแคมเปญที่ทั่วโลกจัดขึ้นเหมือนกัน เพราะต้องการนำเสนองานดีไซน์ของเครื่องประดับและนาฬิกาประจำปี2018 ที่รวบรวมทุกคอลเลกชั่นเอาไว้ในงานเดียว โดยจุดเด่นของแบรนด์คาลวินไคลน์ นั้นคือความเรียบง่าย คลาสสิก สวมใส่ได้ทุกยุคสมัย ซึ่งเรามองว่าเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบันค่อนข้างไปไวมาไวฉะนั้นคอลเลกชั่นปีนี้จึงเน้นงานดีไซน์ที่มีความทันสมัยแต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาสเข้าได้กับทุกชุด คงไว้ซึ่งสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ และยังคงมาตรฐานการผลิตนาฬิกาตามแบบฉบับSwiss Made จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างดีเยี่ยม’

 “หมาก-เต้ย-ป้อง-บอย” นำทัพคนดังร่วมกิจกรรมฉลอง 80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย
สุดยิ่งใหญ่ ตื่นเต้นกระทบไหล่ เดวิด เบ็คแฮม

ได้ฤกษ์ดีครบรอบ 80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย เอไอเอเลยจัดหนักจัดเต็มเพื่อส่งมอบความสุขให้กับคนไทยโดยมีคนดังจากวงการบันเทิงร่วมงานมากมาย โดยในช่วงเช้ายังมีกิจกรรม “เอไอเอ ฟุตบอล คลินิก” โดยเบ็คแฮม โค้ชและนักเตะชื่อดังทั้งในระดับโลกและประเทศไทย รวมถึงพระเอกหนุ่ม “ป้อง-ณวัฒน์  กุลรัตนรักษ์” และนักร้องหนุ่มเสียงดี “บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี” เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมโชว์สกิลขั้นเทพ ถ่ายทอดทักษะการเล่นฟุตบอลให้กับนักเตะรุ่นจิ๋ว ณ สนามเอสซีจี สเตเดี้ยม เมืองทองธานี

ขณะที่ในช่วงค่ำ เอไอเอได้จัดคอนเสิร์ต “80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย : Together Forever สัญญากับช่วงเวลาอันยิ่งใหญ่” โดยมีพระเอกหนุ่มหล่อมากความสามารถ “หมาก-ปริญ สุภารัตน์” พร้อมด้วยนางเอกสาวสุดน่ารัก “เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ” พิธีกรและผู้ประกาศข่าวชื่อดัง “บ๊อบ ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์” และครอบครัว รวมทั้งนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง “อาต้อย เศรษฐา ศิระฉายา” ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเอไอเอ ประเทศไทยเข้าร่วมงาน ซึ่งได้มีโอกาสกระทบไหล่ซุปตาร์นักเตะในตำนาน “เดวิด เบ็คแฮม” แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกของเอไอเอ ที่บินตรงมาร่วมงานฉลองครบรอบ 80 ปี เอไอเอ ประเทศไทยในครั้งนี้ เพื่อร่วมตอกย้ำคำมั่นสัญญาของ เอไอเอ ประเทศไทย ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น โดยภายในงานคอนเสิร์ตได้ยกทัพศิลปินชั้นนำทั่วฟ้าเมืองไทย มอบความสุขเต็มพิกัดให้กับผู้ชมตลอดค่ำคืน ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี อาทิ ดา-เอ็นโดรฟิน เบน-ชลาทิศ เจนนิเฟอร์-คิ้ม  ป๊อป-ปองกูล
โอ๊ต-ปราโมทย์ แก้ม-วิชญาณี ปาล์มมี่ มอส-ปฏิภาณ ปุ๊-อัญชลี ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ และหนึ่ง-จักรวาล

หมาก-ปริญ สุภารัตน์ เผยว่า “ผมรู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ
80 ปี เอไอเอ ประเทศไทย เพื่อสร้างความสุข ความหวัง และเป็นหลักประกันที่ดีให้กับคนไทย นอกจากนี้ ผมยังรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ที่ได้เจอตัวจริงของคุณเดวิด เบ็คแฮม ซึ่งเป็นไอดอลนักเตะตั้งแต่ผมยังเด็ก โดยหวังว่า ในฐานะที่เราเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเอไอเอเหมือนๆ กัน จะทำให้เราได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาดูแลสุขภาพให้แข็งแรงกันมากขึ้น เพื่อชีวิตที่ยืนยาวขึ้นครับ”

ด้านสาวเต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ เผยว่า “เต้ยรู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี ของเอไอเอ ประเทศไทย ขอขอบคุณเอไอเอที่อยู่เคียงข้างคนไทย และขออวยพรให้เอไอเอ ประเทศไทย อยู่คู่คนไทยตลอดไปค่ะ สำหรับวันนี้ที่ได้เจอเดวิด เบ็คแฮม ก็รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ค่ะ เบ็คแฮมทั้งรูปหล่อ สมาร์ท และดูแข็งแรงสุขภาพดีมากๆ ขอบคุณเอไอเออีกครั้งที่ได้สร้างโอกาสที่หายากเช่นนี้ให้เกิดจริง และช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ”

ป้อง-ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ที่มาเป็นพี่เลี้ยงสุดหล่อให้กับน้องๆ ในช่วงฟุตบอล คลินิก กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมนี้ และได้สอนฟุตบอลให้กับน้องๆ ด้วย น้องๆ ดูกระตือรือร้นมากที่ได้มาฝึกทักษะการเล่นฟุตบอลจากเบ็คแฮมซึ่งเป็นไอดอลของพวกเขา ตัวผมเองก็รู้สึกดีใจมากครับที่ได้เจอเบ็คแฮมอย่างใกล้ชิด เขาเป็นคนที่ไนซ์มากๆ ยิ้มแย้มและเป็นกันเอง ขอบคุณเอไอเอที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ ทำให้พวกเขาได้เจอกับเดวิด เบ็คแฮมซึ่งเป็นซุปเปอร์สตาร์ระดับโลกครับ”

และท้ายสุด บอย-อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี กล่าวว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่เอไอเอชวนมาร่วมกิจกรรม เอไอเอ ฟุตบอล คลินิก สำหรับน้องๆ เยาวชนในวันนี้ ร่วมกับโค้ชชื่อดังจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ๊อตสเปอร์ รวมทั้งเดวิด เบคแฮม
ซึ่งต่างเป็นสโมสรฟุตบอลและนักฟุตบอลในดวงใจของผม ผมรู้สึกดีใจแทนน้องๆ ที่ได้รับการฝึกฝนทักษะการเล่นฟุตบอลอย่างถูกต้องจากมืออาชีพตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาตัวเองต่อไปในอนาคต ขอขอบคุณ
เอไอเอมากๆ ที่ทุ่มเทและตั้งใจเพื่อน้องๆ เยาวชนครับ”

“วิวโซนิค” เปิดตัวโปรเจคเตอร์แบบพกพาน้ำหนักเบา M1 โปรเจคเตอร์แอลอีดีที่ฉายภาพ 360 องศา

มาพร้อมลำโพง harman/kardon และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานถึง 6 ชั่วโมง

โปรเจคเตอร์วิวโซนิค รุ่น M1 ได้รับรางวัลจากงานประกวด iF  เป็นโปรเจคเตอร์แอลอีดีแบบพกพาน้ำหนักเบาที่มอบความบันเทิงในห้องเกือบทุกห้องได้อย่างสะดวกสบาย แบตเตอรี่ในตัวที่เป็นแหล่งพลังงานให้หลอดแอลอีดีได้นานถึง 30,000 ชั่วโมงช่วยให้โปรเจคเตอร์รุ่นนี้สามารถมอบความบันเทิงแบบมัลติมีเดียได้เป็นเวลานานหลายปีไม่ว่าจะพกพาไปที่ใดก็ตาม ด้วยน้ำหนักน้อยกว่า 2 ปอนด์ หรือ 0.9 กก. และการออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัดน้ำหนักเบาของรุ่น M1

จึงทำให้โปรเจคเตอร์รุ่นนี้เหมาะสำหรับการเคลื่อนย้ายจากห้องหนึ่งไปยังอีกห้องหนึ่ง หรือเหมาะสมสำหรับการใช้งานในร่ม/กลางแจ้ง อีกทั้ง ขาตั้งอัจฉริยะ (Smart Stand) แบบบูรณาการยังช่วยจัดวางโปรเจคเตอร์ได้ถึง 360 องศาอย่างง่ายๆ ในขณะที่ยังปิดฝาเลนส์อยู่ เมื่อทำการเปิดเลนส์แล้ว โปรเจคเตอร์จะเปิดเครื่องทำงานโดยอัตโนมัติพร้อมความสว่างเต็มที่เพื่อความบันเทิงเร่งด่วน เลนส์ของเครื่องยังมีคุณสมบัติเด่นด้านความปลอดภัยที่จะปิดเลนส์โดยอัตโนมัติ ซึ่งก็จะปิดการทำงานของเครื่องโปรเจคเตอร์ด้วย หากตรวจพบว่ามีวัตถุสิ่งของอยู่ใกล้กับเลนส์มากเกินไป

โปรเจคเตอร์วิวโซนิค รุ่น M1 มาพร้อมลำโพงคู่ harman / kardon ให้เสียงที่คมและชัดเจนสำหรับคอนเทนต์มัลติมีเดีย ในขณะที่เลนส์แบบระยะฉายภาพสั้น (Short-throw) ก็สามารถแสดงภาพขนาดใหญ่ในพื้นที่ขนาดเล็กได้ ยิ่งกว่านั้น ออปชั่นการเชื่อมต่ออเนกประสงค์ ได้แก่ ช่องเสียบการ์ด MicroSD, USB Type-A, USB Type C และหน่วยความจำในตัวขนาด 16 GB – ยังทำให้ M1 เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการแชร์และฉายวิดีโอรวมถึงคอนเทนต์มัลติมีเดียอื่นๆ อีกด้วย

ราคา

โปรเจคเตอร์รุ่น รุ่น M1 ลำโพงคู่ Harman Kardon®  จำหน่ายในราคา 11,900 บาท (รวม Vat 7% แล้ว)

สำหรับข่าวสารอื่นๆ และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิวโซนิค
กรุณาเยี่ยมชมได้ที่
http://www.viewSonic.com/th และ Facebook

มาสด้าแรงสุดไตรมาส 3 โตอีก 41% ยอดขายพุ่งทะ 5 หมื่นคันตอกย้ำการเติบโตแบบยั่งยืนชู 4 กลยุทธ์ก้าวสู่แบรนด์พรีเมี่ยมกรุงเทพฯ – ประเทศไทย

 หลังประสบความสำเร็จสูงสุดด้านยอดขาย โดยเฉพาะตัวเลขของไตรมาส3 มียอดขายสะสมสูงกว่า 52,000 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง41% มาสด้าเตรียมเดินหน้าก้าวสู่แบรนด์พรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบดึงดีลเลอร์ทั่วประเทศเข้าร่วมงาน 2018 Half Year Mazda Way Forward ชูยุทธศาสตร์การวางเป้าหมายแบรนด์และการยกระดับแบรนด์ เน้นการพัฒนาธุรกิจเชิงคุณภาพทั้งด้านการขายและการบริการ มุ่งมั่นพัฒนาสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าตลอดการถือครอง รวมทั้งการสร้างแบรนด์อย่างมีสไตล์ เพื่อรองรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวแนะในอนาคตอันใกล้นี้

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตัวเลขยอดขายเมื่อปิดไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ตลาดรถยนต์ในเซ็กเม้นต์หลักทั้งตลาดรถปิกอัพ ตลาดรถยนต์นั่ง รถอเนกประสงค์และตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มีการเติบโตเพิ่มขึ้นมาโดยตลอดตั้งแต่ไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 13% ไตรมาสที่สองเพิ่มขึ้นอีก 26% ส่วนไตรมาสที่สามยังเพิ่มขึ้นอีก 22% ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดีที่จะส่งผลให้ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ยอดรวมทั้งตลาดคาดว่าจะทะลุเกิน1 ล้านคัน ซึ่งมาสด้ายังยืนยันเป้าหมายตัวเลขยอดขายอยู่ที่ 65,000คัน ในปีนี้ หรือเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 26% จากยอดขายรวมเมื่อปีที่ผ่านมาอยู่ที่51,755 คัน

ยอดขายรถยนต์มาสด้ายังคงความร้อนแรงต่อเนื่องปิดตัวเลขประจำไตรมาสที่3 มียอดขายสะสมพุ่งสูงถึง 51,755 คันเติบโตเพิ่มขึ้น 41%เมื่อเปรียบเทียบกับยอดขายช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถยนต์นั่งมาสด้า2ยังคงครองอันดับหนึ่งของรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มียอดขายสะสมสูงถึง 33,939คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 51%ตามมาด้วยรถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์เอสยูวี ซีเอ็กซ์-5ที่กระแสความนิยมยังพุ่งอย่างต่อเนื่อง มียอดขายสูงถึง 6,265 คัน เติบโตถึง 116% ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50โปร ที่เริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง มียอดขายสูงถึง 5,154 คัน เพิ่มขึ้น 17% และรถยนต์นั่งมาสด้า3 ที่ยังคงสร้างความเชื่อมั่นมาโดยตลอด มียอดขายสูงถึง 3,974 คัน เพิ่มขึ้น 5% ส่วนมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้ เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นเช่นเดียวกันมียอดขายสะสมถึง 2,407 คัน ลดลง 19% ส่วนรถสปอร์ตโรดสเตอร์เปิดประทุน2 ที่นั่ง ซึ่งถือเป็นแบรนด์ไอคอนของมาสด้า มียอดขายสะสมถึง 16คัน

ในวันเดียวกันนี้ มาสด้ายังเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจรถยนต์ในประเทศไทย ด้วยการจัดประชุมผู้จำหน่ายจาก 136 โชว์รูมทั่วประเทศ เพื่อประกาศ 4 ยุทธศาสตร์หลักสำคัญ เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์แบบยั่งยืน หลังจากที่เร่งดำเนินการปรับปรุงภาพลักษณ์ของโชว์ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันแล้วเสร็จไปกว่า 90% และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2562 ดังนั้นเพื่อให้ผู้จำหน่ายยึดหลักปฏิบัติไปในทิศทางเดียวกันตามปรัชญา “ONE MAZDA” มาสด้าได้วางกลยุทธ์สำคัญ 4 ประการ ประกอบด้วย การกำหนดยุทธ์ศาสตร์ของแบรนด์เพื่อให้มาสด้าก้าวขึ้นสู่แบรนด์ในระดับพรีเมียม ประการที่สอง คือ เน้นย้ำเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจในเชิงคุณภาพทั้งด้านการขายควบคู่ไปกับงานบริการหลังการขาย ประการที่สาม คือ การเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้เกินความคาดหวังให้ตลอดระยะเวลาที่ครอบครองรถเพื่อให้เกิดการซื้อซ้ำ สุดท้ายคือการมุ่งมั่นสร้างแบรนด์อย่างสไลด์ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของมาสด้า

นอกจากจะประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทยแล้ว ในเวทีระดับโลก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ยังได้รับการยกย่อง เป็นต้นแบบของการดำเนินธุรกิจ และถือเป็นหนึ่งในตลาดหลักสำคัญของ มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เนื่องจากได้สร้างความแข็งแกร่งต่อธุรกิจและสร้างสถิติใหม่ไว้มากมาย อาทิ ครองอันดับ 1 ด้านการเติบโตของยอดขายสองปีซ้อน หรือมีการเติบโตเพิ่มสูงถึง 42% รวมถึงครองอันดับ 1 ด้านการเติบโตในส่วนของแบ่งการตลาดสองปีซ้อน และเป็นอันดับ 2 ด้านส่วนแบ่งการตลาด คิดเป็น 7% รองจากประเทศออสเตรเลีย และอยู่ในอันดับ 6 ของโลกของปริมาณยอดขาย รองจาก สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และแคนาดา

เปิดตัว FarmKaideeตลาดออนไลน์เพื่อเกษตรกรไทย
Kaidee เดินหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการซื้อ-ขายตอบโจทย์ทุกเซกเม้นต์ของคนไทย
 
กรุงเทพฯ – 3 ตุลาคม 2561: Kaidee (ขายดี) แหล่งซื้อ-ขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของเกษตรกรไทย กำลังสำคัญของประเทศ สร้างตลาดออนไลน์ FarmKaidee (ฟาร์มขายดี) เพื่อเกษตรไทยโดยเฉพาะ ดึงเทคโนโลยีให้เข้ามาใกล้ชีวิตเกษตรมากขึ้นเปิดพื้นที่ซื้อ-ขายสำหรับผลิตผล และผลิตภัณฑ์เพื่อเกษตรกรไทยให้เรื่องซื้อ-­ขายออนไลน์ไม่ยากและไกลตัว อีกต่อไป
นายทิวา ยอร์ค ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร/เฮดโค้ช Kaideeกล่าวว่า “เราเห็นว่าวัยแรงงานส่วนใหญ่ ของไทยยังทำงานอยู่ในภาคเกษตรกรรมคิดเป็นจำนวนกว่า 31% ของประชากรวัยแรงงานและก็เป็นคนกลุ่มนี้ ที่มีรายได้ต่อหัวต่อปีต่ำที่สุดของประเทศเรา ผลผลิตจากภาคการเกษตรคิดเป็นเพียงร้อยละ10 ของผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ (GDP) และเกษตรกรก็ไม่สามารถกำหนดราคาสินค้าได้เองเพราะราคาสินค้าเกษตรนั้น ตลาดโลกเป็นผู้กำหนด”
“ทาง Kaidee เองพบว่าบนแพลตฟอร์ม Kaidee เองก็มีเกษตรกรเข้ามาใช้งานกันอยู่แล้วเช่น ปีที่ผ่านมา คำค้นหายอดนิยมอันดับที่ 11 ของเราคือคำว่า‘รถไถ’ และก็มีการขายสินค้าเกษตรอยู่แล้วคนซื้อก็เข้ามา ซื้อของบนแพลตฟอร์มอยู่แล้วจึงเกิดเป็นความตั้งใจที่จะสร้างตลาดออนไลน์  ‘FarmKaidee’ ขึ้นมาเพื่อพี่น้อง เกษตรกรไทยโดยเฉพาะเพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคที่อยู่บนออนไลน์ได้ง่าย ไม่จำเป็นต้อง เสียเวลาทำการตลาดออนไลน์ที่ยุ่งยากเพราะ FarmKaidee สามารถตอบโจทย์สิ่งที่ง่ายที่สุดในการซื้อ-ขายได้ นั่นคือ เป็นตลาดกลางที่ให้ผู้ซื้อและผู้ขายมาเจอกัน” นายทิวากล่าวต่อ


นางสาวสิริวรรณ นิจกิจจาทร ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มธุรกิจ Personal Health กล่าวว่า “สาเหตุหลักของโรคหัวใจเกิดจากพฤติกรรมของคนในยุคปัจจุบันที่นิยมรับประทานอาหารสำเร็จรูปอาหาร Junk Food อาหารรสหวาน มัน เค็ม จัด หรืออาหารที่มีปริมาณแคลอรี่ไขมัน น้ำตาล และเกลือสูง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดดังนั้น เราจึงควรเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น หลีกเลี่ยงอาหารหวานมันเค็ม อาหาร  แปรูป และอาหารสำเร็จรูป และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอที่สำคัญ การทำอาหารรับประทานเองที่บ้านจะสามารถควบคุมขั้นตอนการปรุงอาหารและปริมาณไขมันในอาหารให้น้อยลงได้แต่ด้วยวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันที่เร่งรีบบางคนอาจจะไม่มีเวลาในการปรุงอาหารเอง ฟิลิปส์เราได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้นำเสนอนวัตกรรมเพื่อการดูแลสุขภาพและยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันด้วย อย่าง PhilipsAirfryer หม้อทอดไม่ใช้น้ำมัน สามารถทอดอาหารได้สุกกรอบนอกนุ่มในนอกจากนี้ยังสามารถช่วยลดไขมันได้ถึง 80%  เมื่อเทียบกับการทอดอาหารด้วยน้ำมันแบบเดิม ทำให้เรายังได้รับประทานอาหารอร่อยแต่ยังช่วยดูแลสุขภาพหัวใจไปพร้อมๆ กันนอกจากนี้ เรายังมีเครื่องปั่นน้ำผลไม้ Philips HighSpeed Blender เครื่องปั่นความเร็วสูง ที่ช่วยคงคุณค่าของสารอาหารที่อยู่ในผักผลไม้ให้ผู้บริโภคได้รับสารอาหารดื่มน้ำผักผลไม้ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพไปพร้อมๆ กัน”
วันนี้ ฟิลิปส์ จึงพร้อมนำเสนอ 2 สูตรเมนูอาหารแสนอร่อยที่ทำได้ง่ายๆและดีต่อสุขภาพหัวใจ มาแนะนำให้กับสายกินที่รักสุขภาพทุกคนได้ลองทำกัน


เฉลิมฉลองวโรกาส111 ปี พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสนอร์เวย์กับการศึกษานวัตกรรมสมัยใหม่สู่การพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ทำความรู้จัก3 เทคโนโลยีชั้นนำของนอร์เวย์ที่สร้างประโยชน์ให้กับชาวไทยในปัจจุบัน 
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5)เสด็จประพาสยุโรปและเดินทางเยือนประเทศนอร์เวย์เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 หรือเมื่อ 111 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและนอร์เวย์การเสด็จประพาสนอร์เวย์ครั้งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และส่งผลต่อความก้าวหน้าทางนวัตกรรมของไทยเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระประสงค์ที่จะศึกษานวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาประเทศไทยและได้ทอดพระเนตรเห็นความเชี่ยวชาญด้านการประมงของชาวนอร์เวย์เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยไนโตรเจนโดยการสกัดไนโตรเจนจากอากาศและการผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยพลังงานน้ำจากเขื่อน
ปัจจุบันนอร์เวย์ถือเป็นผู้นำระดับโลกในการพัฒนาเทคโนโลยีสมัยใหม่โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ยั่งยืนและการผลิตพลังงานหมุนเวียนและเนื่องจากไทยมีความสัมพันธ์อันดีกับนอร์เวย์มาช้านาน เราจึงได้รับประโยชน์จากนวัตกรรมเหล่านี้ในหลากหลายรูปแบบที่น่าสนใจ
ฟาร์มแซลมอนธรรมชาติ
“ส่วนประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากภูมิประเทศที่เป็นเช่นนี้คือประเทศนี้หันหน้าออกสู่มหาสมุทรใหญ่อย่างยิ่ง คือแอตแลนติกอาจจะมีคลื่นลมที่แรงเกินประมาณ และมีสัตว์ใหญ่ในน้ำเช่นปลาวาฬซึ่งกินปลาเล็กเป็นอาหาร เมื่อพายุใหญ่หนักขึ้นฤาปลาวาฬใหญ่กวนหนักข้างนอกปลาเล็กๆก็หนีเข้ามาในฟยอร์ด เมื่อปลาหลบเข้าไปอยู่ในฟยอร์ดได้แล้ว ก็เป็นน้ำสงบนิ่งใช่แต่เท่านั้น ยังได้กระแสน้ำซึ่งตกลงมาในฟยอร์ด อันปลาโดยมากชอบจะว่ายทวนกระแสเป็นอาหารเหตุฉะนั้นตามฝั่งทเลนอร์เวย์นี้เป็นที่ทำปลาบริบูรณ์อย่างยิ่งทั่วไปตลอดอาณาเขต”–     
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๐)
กระชังเลี้ยงแซลมอนในทะเลที่นอร์เวย์ 
นอร์เวย์มีแนวชายฝั่งทะเลยาวจากตอนเหนือและบรรจบยังตอนใต้ของประเทศท่ามกลางธรรมชาติที่งดงามรายล้อมด้วยน้ำทะเลสะอาดบริสุทธิ์ สภาพแวดล้อมดังกล่าวทำให้ชาวนอร์เวย์พัฒนาเทคโนโลยีการทำฟาร์มเลี้ยงปลาในธรรมชาติขึ้นในช่วงคริสตศักราชที่1970-1979 และทะยานขึ้นสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลกอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนอร์เวย์เป็นประเทศผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตแซลมอนเป็นอันดับหนึ่งของโลก การเป็นประเทศติดชายฝั่งที่มีน้ำทะเลเย็นและใสสะอาดเหมาะกับการดำรงชีวิตของแซลมอนทำให้นอร์เวย์กลายเป็นแหล่งการดำรงชีวิตที่สมบูรณ์ของปลาต่างๆสิ่งนี้นำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริงของนอร์เวย์ ซึ่งได้แก่การพัฒนานวัตกรรมเพื่อการประมงที่ยั่งยืนรวมไปถึงความมุ่งมั่นในการผลิตอาหารทะเลที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้บริโภค  
ชาวนอร์เวย์เลี้ยงแซลมอนในทะเลตามธรรมชาติ ปลาเหล่านี้ใช้ชีวิตอย่างอิสระในกระชังขนาดมหึมาที่ได้รับการออกแบบให้ทนทานต่อสภาพอากาศทุกรูปแบบถึง 50 ปี นอกจากนี้ กระชังแซลมอนยังมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดหลายจุดเพื่อช่วยให้ชาวประมงสังเกตพฤติกรรมของแซลมอนและยังป้องกันอันตรายต่างๆ รวมถึงสัตว์ทะเลชนิดอื่นภายนอกกระชังแซลมอนนอร์เวย์ถูกเลี้ยงด้วยอาหารปลาที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ได้มาตรฐานการรับรองจากสหภาพยุโรปแซลมอนจึงไม่มีพยาธิในลำไส้ สามารถเจริญเติบโตได้อย่างแข็งแรงและมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดีและด้วยการพัฒนาวัคซีนให้กับแซลมอน จึงทำแซลมอนนอร์เวย์แทบจะไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะการเลี้ยงดูแซลมอนด้วยการคำนึงสุขภาพปลาทำให้แซลมอนเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ผู้บริโภคที่รักสุขภาพอีกหนึ่งนวัตกรรมที่น่าสนใจในการทำฟาร์มแซลมอนของชาวนอร์เวย์คือเครื่องกำจัดเห็บปลา (thermolicer) เครื่องนี้ทำงานโดยการลำเลียงแซลมอนเข้าเครื่องผ่านน้ำอุ่นอุณหภูมิของน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นจากอุณหภูมิของน้ำทะเลจะกำจัดเห็บให้หลุดออกจากผิวหนังโดยไม่เป็นอันตรายต่อปลากล่าวได้ว่าเทคโนโลยีเหล่านี้คือหลักฐานพิสูจน์ความตั้งใจของชาวนอร์เวย์ ประเทศที่ผลิตแซลมอนที่มีคุณภาพสูงสุดจากการทำประมงแบบยั่งยืนทำให้ชาวไทยซึ่งเป็นผู้นำเข้าแซลมอนนอร์เวย์รายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับประทานแซลมอนที่สดที่สุดส่งตรงทางเครื่องบินจากนอร์เวย์ทุกวัน
อาหารกลางวันในโรงเรียนทำให้สุขภาพของเด็ก ๆ ดีขึ้นได้          
อาหารกลางวันในโรงเรียนสามารถส่งเสริมรูปแบบชีวิตที่มีสุขภาพดีของเด็ก ๆได้
·          
Ajinomoto Vietnam Co., Ltd (“บริษัทAjinomoto เวียดนาม”)
ดำเนินโครงการอาหารกลางวันผ่านช่องทางอื่นๆอย่างเช่นซอฟท์แวร์
·          
เป้าหมายสำคัญครั้งถัดไปสำหรับโครงการอาหารกลางวันในประเทศในเอเชีย
 
ในปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันอย่างกว้างขวางว่าอาหารกลางวันในโรงเรียนนั้น สามารถช่วยส่งเสริมสุขภาพของเด็กวัยเรียน ในประเทศโลกตะวันตก ผู้คนตระหนักดีถึงความสำคัญของการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับนักเรียน ยกตัวอย่างเช่นในฝรั่งเศส อาหารกลางวันเป็นอาหารมื้อใหญ่ที่สุดของวัน เราจะพบว่าโรงเรียนต่าง ๆ ให้ความสำคัญอย่างมากกับอาหารกลางวัน (Déjeuner)
 ในเอเชียก็เช่นกัน โรงเรียนจำนวนมากจัดให้มีอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนของตน อาหารกลางวันได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากทำให้ผู้ปกครองที่บ้านไม่ต้องเตรียมอาหารกลางวันให้ลูกหลานของตน ในประเทศเวียดนาม อาหารกลางวันที่โรงเรียนก็ได้รับความนิยมอย่างมากเช่นกันเนื่องจากผู้ปกครองส่วนใหญ่ต้องทำงาน ทว่าอาหารกลางวันในเวียดนามก็ยังไม่ถือว่าเป็นอาหารที่มีสารอาหารครบคุณค่าทางโภชนาการ  และโรงเรียนเองก็ไม่มีนักโภชนาการที่ช่วยกำหนดเมนูอาหารที่เหมาะสมให้แก่นักเรียน
 เมื่อตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้ บริษัท Ajinomoto เวียดนาม จึงริเริ่มโครงการที่จะจัดส่งเมนูอาหารให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ที่นักเรียนประสบกับปัญหาภาวะขาดสารอาหารเนื่องจากขาดบุคลากรด้านโภชนาการและความรู้ด้านวิทยาศาสตร์โภชนาการ โดย AjinomotoCo., Inc. (“บริษัท Ajinomoto”) ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท Ajinomoto เวียดนาม เป็นผู้ซึ่งที่มีประวัติอันยาวนานด้านธุรกิจอาหาร และบริษัท Ajinomoto ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับนักโภชนาการอยู่แล้วทั้งยังมากประสบการณ์ในเรื่องการส่งมอบเมนูอาหารให้กับโรงพยาบาลและแหล่งบริการอาหารหลายแห่ง
 Hiroharu Motohashi ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปคนปัจจุบันของแผนกผลิตภัณฑ์อาหารที่บริษัท Ajinomoto กล่าวว่า “จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับอาหารกลางวันของนักเรียนในเวียดนาม เนื่องจากอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ๆ ในเวียดนามขาดความสมดุลของสารอาหาร เราพบว่าอาหารมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายไม่เพียงพอ มีการบริโภคคาร์โบไฮเดรตเป็นจำนวนมาก ไขมัน คาร์โบไฮเดรต และโปรตีนในอาหารต้องมีความสมดุลและมีสัดส่วนที่พอเหมาะ โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ๆ”
เคทีซีเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ค “KTC CulturalDining Experience”  
รวม 50 ร้านอาหารระดับพรีเมียม พร้อมสิทธิพิเศษมากมาย 
 
นางประณยา  นิถานานนท์ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ค “KTC CulturalDining Experience” หนังสือที่รวบรวมและคัดสรรร้านอาหารระดับพรีเมียม และร้านอาหารที่ได้รับรางวัลจากมิชลินไกด์ 2018 รวมทั้งสิทธิประโยชน์เพื่อสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีโดยเฉพาะ เพียงใช้จ่ายผ่าน บัตรฯ รับส่วนลดสูงสุด 20% และเมนูพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561– 31 มีนาคม 2562 หนังสือ “KTC CulturalDining Experience” จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าอาหารเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของเชื้อชาติศาสนา และวัฒนธรรม บอกเล่าและสะท้อนความเป็นชาติได้ดีกว่าคำอธิบายใดๆ   พ็อกเก็ตบุ๊คเล่มนี้ให้ทั้งความสนุกและเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวเนื้อแท้ของอาหารจากวัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งจากโลกฝั่งตะวันตกและตะวันออก อาทิ ร้านเพสท์ แบงคอก (Paste Bangkok) / ร้านเสน่จันทน์/ ร้านคั่วกลิ้งผักสด / ร้านอัพสแตร์ส แอท มิคเคลเลอร์ แบงคอก(Upstairs at Mikkeller Bangkok) / ร้านเล็นซี่ ทัสคัน คิทเช่น (LenziTuscan Kitchen) / ร้านมอซซา บาย โคคอต (Mozza by Cocotte) /ร้านซูชิ อิชิซู (Sushi Ichizu) / ร้านริวนาเบะ (RyunabeBangkok) และร้านซิน เทียน ตี้ (Xinn Tien Di) พ็อคเก็ตบุ๊ค “KTC Cultural DiningExperience” จัดพิมพ์ครั้งแรกจำนวน 5,000 เล่ม สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า อินฟินิท / เคทีซี – เคทีบี พรีเชียส วีซ่า อินฟินิท และเคทีซี เอ็กซ์วีซ่า ซิกเนเจอร์ ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด (Top Spender) ในรอบปีที่ผ่านมาโดยสมาชิกและผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเป็นอีบุ๊คฟรีได้ที่ www.ktc.co.th/ktcculturaldiningexperience
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE02 123 5000 เว็บไซต์ www.ktc.co.th หรือสมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์เพื่อสมัครบัตรเครดิตได้ที่นี่: http://bit.ly/2uPcS19 
งดงามสมการรอคอยสำหรับ ‘การ์เด้น อินเดอะซิตี้’ สวนสวยใจกลางเมือง แคมเปญดังจากแบรนด์ ‘มามอนด์’ที่ได้นักแสดงสาวระดับโลก ‘พัค ชิน ฮเย’มาร่วมเผยเคล็ดลับการปรนนิบัติผิวให้สุขภาพดีอย่างอ่อนเยาว์พร้อมอัพเดทเทรนด์การแต่งหน้าประจำปี2019 โดยเมคอัพอาร์ทิสต์ชื่อดังจากประเทศเกาหลี

สร้างปรากฏการณ์ความตื่นตาตื่นใจให้กับเหล่าบิวตี้เลิฟเวอร์เป็นอย่างมากกับงานมามอนด์ ‘การ์เด้น อินเดอะซิตี้’ (Mamonde ‘Garden in the City’) ที่ล่าสุด ลาวัณย์ แซ่เฮ้งผู้จัดการฝ่ายการตลาดแห่งแบรนด์‘มามอนด์’ (Mamonde) แบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวชั้นนำจากประเทศเกาหลีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามที่ซ่อนอยู่ในหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์และเป็นที่ยอมรับในประสิทธิภาพเรื่องการดูแลผิวพรรณของผู้หญิงเอเชียมานานเกือบ 30 ปี ได้นำแคมเปญดังจากสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ประเทศเกาหลีที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีในภูมิภาคเอเชียมาจำลองขึ้นอีกครั้งที่บริเวณใจกลางเมืองกรุงเทพฯ พร้อมเชื้อเชิญแบรนด์แอมบาสเดอร์สาวชื่อดัง‘พัค ชิน ฮเย’(Park Shin Hye) มาร่วมสร้างสีสันเรียกเสียงฮือฮาจากเหล่าแฟนคลับแบรนด์พร้อมเผยถึงเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยสุขภาพดีอย่างอ่อนเยาว์ ที่ สยามสแคว์วัน ชั้นใต้ดิน (LG) เมื่อบ่ายวันก่อน